
การเลื่อนนัดศาลและเลื่อนฟังคำพิพากษา เขียนคำร้องยังไง ?

หลายคนเคยเจอสถานการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถไปศาลได้ตามวันที่ศาลนัด ไม่ว่าจะติดธุระสำคัญ หรือมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน ซึ่งจริงๆแล้วในกระบวนการยุติธรรมนั้นการมาศาลตามวันนัดถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะวันนัดพิจารณาคดีและวันนัดฟังคำพิพากษา เป็นวันที่ศาลดำเนินกระบวนการสำคัญต่างๆเช่นการสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความ การสืบพยาน การพิพากษาคดี
แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไปศาลไม่ได้ กฎหมายได้เปิดโอกาสให้มีการ“ขอเลื่อนนัดศาล” หรือ “ขอเลื่อนฟังคำพิพากษา”ได้ โดยจะตัองทำการยื่นคำร้องต่อศาลอย่างถูกต้องและชัดเจน
1. การเลื่อนนัดศาล
การเลื่อนนัดศาล หรือ เรียกอย่างเป็นทางการว่า “การเลื่อนนัดพิจารณาคดี” จะเกิด ในช่วงต้นของคดีหรือช่วงเริ่มพิจารณาคดีเช่นการสอบถามข้อเท็จจริงการสืบพยาน ซึ่งการจะขอให้ศาลเปลี่ยนวันนัดพิจารณาคดีเป็นวันอื่น เนื่องจาก คู่ความหรือทนายความไม่สามารถ มาศาลได้ตามที่ศาลกำหนดไว้ซึ่งการเลื่อนนัดนั้นต้องมีเหตุผลอันสมควรและศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่ ซึ่งพึงระลึกไว้เสมอว่า การเลื่อนนัดไม่ได้หมายความว่าเราละเลยในหน้าที่ แต่เป็นสิทธิ์ในการปกป้องสิทธิของตัวเองได้อย่างเต็มที่
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 ระบุไว้ว่า หากคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องการจะขอเลื่อนการนั่งพิจารณาคดีจะต้องเสนอคำขอเข้ามายังศาลก่อนวันนัดหรือในวันนัดและแสดงเหตุผลแห่งการขอเลื่อนนั้นอย่างชัดเจนและถูกต้อง
บุคคลใดที่สามารถยื่นคำขอขอเลื่อนนัดศาลได้
- โจทก์
- จำเลย
- ทนายความของโจทก์หรือจำเลย
เหตุผลที่ศาลมักจะอนุญาตให้เลื่อนนัด
ศาลจะพิจารณาเหตุผลของผู้ยื่นคำร้องว่ามีความจำเป็นเพียงใดโดยเหตุผลที่ศาลมักจะอนุญาตมีดังนี้
- คู่ความหรือทนายความเจ็บป่วย ควรมีใบรับรองแพทย์ประกอบเพื่อทำให้คำร้องมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ
- ติดภารกิจราชการหรืองานสำคัญที่ไม่สามารถเลื่อนได้พร้อมเอกสารรับรองหรือเอกสารทางราชการ
- คู่ความหรือทนายความอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศในช่วงวันนัดไม่สามารถมาศาลได้
- ทนายความติดว่าความคดีอื่นก่อนหน้านั้นและไม่สามารถมาศาลได้ในวันนัด
ขั้นตอนในการยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดศาล
ในการเขียนคำร้องขอเลื่อนนัดศาลควรใช้ถ้อยคำที่สุภาพกระชับและชัดเจนโดยควรมีข้อมูลสำคัญดังนี้
- ชื่อศาลและหมายเลขคดี เพื่อให้ศาลสามารถระบุคดีที่ต้องการเลื่อนนัดได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
- ข้อมูลของผู้ยื่นคำร้อง เช่น ชื่อที่อยู่
- วันนัดเดิม โดยต้องระบุวันนัดเดิมอย่างชัดเจน
- เหตุผลในการขอเลื่อนนัด ควรอธิบายเหตุผลอย่างชัดเจนและสุภาพหากมีเอกสารที่สำคัญและต้องการแนบประกอบคำร้องก็ให้แนบมาด้วย
- วันที่สะดวกมาฟังนัดใหม่ หากทราบวันที่สะดวกสามารถระบุเพื่อให้ศาลพิจารณานัดหมายได้ง่ายขึ้น
- ลงชื่อผู้ยื่นคำร้องท้ายเอกสารและวันที่ยื่นคำร้อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย
ตัวอย่างคำร้องขอเลื่อนนัดศาล
คดีดำหมายหมายเลขที่______
ศาล________
ข้าพเจ้า นาย หนึ่ง มกรา เป็น โจทก์ ในคดีนี้
เนื่องจากข้าพเจ้ามีอาการป่วยกะทันหัน มีน้ำมูก และมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจึงไม่สามารถมาศาลในวันนัดได้รายละเอียดปรากฏตามใบรับรองแพทย์ เอกสารท้ายคำร้องนี้
ข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียนต่อศาลได้โปรดอนุญาตเลื่อนวันนัดพิจารณาคดีออกไปก่อน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมของข้าพเจ้า
ลงชื่อ_______
วันที่________
คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายหนึ่ง มกรา เป็นผู้เรียงและเขียน
ลงชื่อ___________ ผู้เรียงและเขียน
จากตัวอย่างคำร้องข้างต้นจะเห็นได้ว่าการขอเลื่อนนัดศาลไม่ใช่มีเพียงการเขียนคำขอ อย่างเดียว แต่ยังต้องมีเหตุผลและหลักฐานประกอบเพื่อให้ศาลพิจารณาอนุญาต
ซึ่งหลักการนี้ใช้ได้ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญาแต่ลักษณะของคดีทั้งสองประเภทจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้
คดีแพ่ง
จะเกี่ยวในเรื่องของสิทธิ หน้าที่ หรือสัญญาระหว่าง เช่นการผิดสัญญาซื้อขาย หนี้สินหรือมรดก หากมีเหตุจำเป็นจริงและมีหลักฐานชัดเจน เช่น ใบรับรองแพทย์หรือหนังสือราชการศาลมักอนุญาตให้เลื่อนได้
คดีอาญา
จะเกี่ยวกับการกระทำผิดตามกฎหมายที่ต้องโทษ เช่น ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย หรือฉ้อโกง ศาลจะพิจารณาเข้มงวดกว่า เพราะเกี่ยวข้องกับเสรีภาพของบุคคลโดยเฉพาะถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยอยู่ระหว่างประกันตัวหากไม่มาศาลโดยไม่ทำการขอเลื่อนนัดศาลก่อนอาจถูกออกหมายจับหรือเพิกถอนการประกันได้ ดังนั้นในคดีอาญาควรรีบแจ้งศาลและยื่นคำร้องขอเลื่อนทันทีเมื่อทราบว่ามาตามนัดศาลไม่ได้เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกลงโทษเพิ่มเติม
เพื่อให้เห็นแนวทางของศาลที่เคยวินิจฉัยไว้เกี่ยวกับการขอเลื่อนนัดศาล สามารถยกตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ เกี่ยวข้องดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2517/2566
ระบุไว้ว่า จำเลยทั้งสามได้รับหมายเรียกให้มาศาลในวันนัดแต่จำเลยทั้งสามไม่มาศาลตามนัด และไม่ทำการยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดต่อศาลด้วยตนเอง แต่ทนายความจำเลยได้ทำการทำคำร้องยื่นขอเลื่อนนัดต่อศาลแทน ศาลจึงอนุญาตให้เลื่อนออกไปอีกนัดหนึ่ง เมื่อถึงวันนัดหมายจำเลยก็ยังไม่มาตามนัดอีก และทนายความของจำเลยก็มิได้ทำคำร้องยื่นต่อศาลเหมือนนัดแรก ศาลจึงถือว่าจำเลย“ขาดนัดพิจารณาคดี” และให้โจทก์ดำเนินคดีต่อเพียงฝ่ายเดียว นั้นหมายความว่าศาลจะรับฟังแค่เพียงพยานของโจทก์ฝ่ายเดียวแล้วสามารถพิพากษาได้เลย ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยการกระทำนี้ว่าเป็นการดำเนินกระบวนกระบวนการพิจารณาโดยชอบด้วยกฎหมาย
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าหากไม่ยื่นคำร้องต่อศาลหรือไม่มาศาลตามวันนัดอาจทำให้คู่ความฝ่ายที่ไม่มาศาลหรือไม่ยื่นคำร้องต่อศาลเสียสิทธิในการต่อสู้คดีได้อย่างน่าเสียดาย
ข้อเสียของการขาดนัดพิจารณาคดี
- คดีเดินหน้าโดยฝ่ายเดียว โดยศาลจะพิจารณาหลักฐานและพยานของฝ่ายที่มาศาลเพียงฝ่ายเดียวซึ่งทำให้คู่ความที่ขาดนัดเสียเปรียบอย่างมาก
- เสียโอกาสในการชี้แจงข้อเท็จจริง เสียโอกาสในการชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ไขหลักฐาน หรือแสดงความคิดเห็น
- กระทบความน่าเชื่อถือของคู่ความ การขาดนัดหลายครั้งโดยไม่มีเหตุจำเป็นอาจถูกมองว่าไม่ให้ความร่วมมือต่อกระบวนการยุติธรรม
- มีผลต่อระยะเวลาและขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะอาจทำให้กระบวนการพิจารณาคดีล่าช้า
ทั้งนี้นอกจากการขอเลื่อนพิจารณาคดีแล้วยังมีอีกกรณีหนึ่งที่ประชาชนมักสงสัยคือ
2. การขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา

หลังจากการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้วศาลจะกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษา ซึ่งเป็นวันสำคัญ เพราะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของคดี หากคู่ความไม่สามารถมาฟังคำพิพากษาได้ตามวันและเวลาที่ศาลกำหนด สามารถยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาล่วงหน้าได้เช่นเดียวกับการเลื่อนนัดพิจารณาคดี
ความแตกต่างหลักคือการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายของคดีเท่านั้น ศาลจึงพิจารณาคำร้องขอของคู่ความอย่างเข้มงวด เพราะเนื่องจาก การนัดครั้งนี้คือการนัดสุดท้ายและเป็นการพิพากษาผลสุดท้ายของคดี
ข้อควรระวังในการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา
- ควรทำการยื่นคำร้องล่วงหน้าก่อนถึงวันนัดเพื่อให้ศาลมีเวลาพิจารณา
- ไม่ควรขอเลื่อนนัดบ่อยโดยปราศจากเหตุผลที่จำเป็นเพราะอาจส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของตัวคู่ความ
- หากไม่สามารถไปเลื่อนนัดได้ด้วยตัวเอง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลหรือทนายความเพื่อให้ดำเนินการยื่นคำร้องแทน
- การขาดนัดฟังคำพิพากษาโดยไม่แจ้ง ศาลจะถือว่าวันนั้นเป็นวันอ่านคำพิพากษาแล้วการอุทธรณ์หรือฎีกาจะเริ่มนับจากวันนั้นทันที
หลักการและวิธีการเขียนคำร้องขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา
จะมีหลักการและรูปแบบการเขียนเหมือนกับการยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดพิจารณาคดีทุกประการ คือ
- ควรเขียนอย่าง ชัดเจน สุภาพ
- ระบุเหตุผลที่จำเป็นพร้อมแนบเอกสารประกอบ เช่น ใบรับรองแพทย์ หรือ หนังสือราชการ เพื่อให้ศาลพิจารณาอนุญาตได้ง่ายและถูกต้องตามกฎหมาย
- ระบุชื่อ ศาล หมายเลขคดี และข้อมูลคู่ความอย่างถูกต้อง
- ระบุวันนัดเติมและเหตุผลในการขอเลื่อน
- ระบุวันที่สะดวกมาฟังคำพิพากษาใหม่
- ลงชื่อและระบุวันที่ยื่นคำร้อง
ตัวอย่างคำร้องขอเลื่อนนัดพิพากษาคดี
คดีดำหมายเลขที่______
ศาล________
ข้าพเจ้า นาย หนึ่ง มกรา เป็น โจทก์ ในคดีนี้
เนื่องจากข้าพเจ้ามีอาการป่วยกะทันหัน มีน้ำมูก และมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจึงไม่สามารถมาศาลในวันนัดได้รายละเอียดปรากฏตามใบรับรองแพทย์ เอกสารท้ายคำร้องนี้
ข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียนต่อศาลได้โปรดอนุญาตเลื่อนวันนัดฟังคำพิพากษาออกไปก่อนเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมของข้าพเจ้า
ลงชื่อ_______
วันที่________
คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายหนึ่ง มกรา เป็นผู้เรียงและเขียน
ลงชื่อ___________ ผู้เรียงและเขึยน
หากขาดนัดฟังคำพิพากษาจะเกิดอะไรขึ้น?

คดีแพ่ง
ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาโดยไม่มีคู่ความอยู่ในศาลได้เลย เพราะว่า ศาลได้อ่านคำพิพากษาแล้วตามกฎหมาย แม้ว่าคู่ความไม่มาฟังก็ตาม และคู่ความที่ไม่ได้มาฟังสามารถไปขอคัดคำพิพากษาได้ที่ศาลภายหลัง
คดีอาญา
ในกรณีที่เป็นจำเลยและไม่มาศาลในวันฟังคำพิพากษาศาลอาจจะ ออกหมายจับ เพื่อให้จำเลยมาฟังคำพิพากษาหรือ ถ้าจำเลยอยู่ระหว่างการประจำตัว อาจ ถูกริบเงินประกัน และถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรอฟังต่อหน้า ก็สามารถอ่านคำพิพากษาได้โดยไม่มีจำเลยอยู่ได้เช่นกัน
ผลเสียจากการขาดนัดฟังคำพิพากษา
- อาจทำให้คู่ความเสียโอกาสในการชี้แจงข้อเท็จจริง หรือขอปรับแก้ไขรายละเอียดก่อนที่คำพิพากษาจะมีผลบังคับใช้
- พลาดโอกาสในการยื่นอุทธรณ์ฎีกา สิทธิในการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา จะหมดอายุไปตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างเช่น หากศาลอ่านคำพิพากษาในวันที่ 1 มกราคม 2554 และกฎหมายกำหนดเวลาอุทธรณ์ 30 วันคู่ความก็ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 30 มกราคม 2554 แม้ว่าตัวเองยังไม่รู้ผลคำพิพากษาก็ตามหากคู่ความยังไม่ทราบผลคำพิพากษาแต่พ้นวันที่กำหนดแล้วจะเสียสิทธิ์ในการอุทธรณ์โดยอัตโนมัติ
ส่งท้าย
การมาศาลตามวันนัดเป็นหน้าที่สำคัญของคู่ความ หากวันใดเกิดเหตุจำเป็นจริง ๆ ที่ทำให้ไปศาลไม่ได้ อย่าปล่อยผ่านหรือเงียบไว้ควรรีบยื่นคำร้องขอเลื่อนต่อศาลทันที เพราะการแจ้งศาลล่วงหน้าไม่เพียงช่วยรักษาสิทธิของเราเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสุจริตใจ และช่วยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายเพราะ “ศาลพร้อมให้ความเป็นธรรมเสมอ แค่เราทำให้ถูกขั้นตอน” เพื่อรักษาสิทธิของเราไว้ในกระบวนการยุติธรรม
📢 หากคุณกำลัง หาทนายความ เพื่อปรึกษาปัญหากฎหมายอื่นๆ ติดต่อทนาย กว่า 700 คนทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ได้เลย
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


