เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยถูกคู่สัญญาผิดสัญญา เช่น ไม่ชำระหนี้ ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ฯ ซึ่งเพื่อน ๆ
หลายคนเลือกวิธีแก้ปัญหานี้โดยการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ และผมก็เชื่อว่าหลาย ๆ ครั้งตำรวจมักไม่รับแจ้งความโดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งต้องไปฟ้องกันเอาเอง
วันนี้ผมจะมาอธิบายให้เพื่อน ๆ ฟังว่าฉ้อโกงทางอาญา กับผิดสัญญาทางแพ่งแตกต่างกันอย่างไร
ก่อนอื่นต้องท้าวความไปถึงเรื่องความรับผิดทางอาญาเสียก่อน โดยกฎหมายบอกว่าบุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดย "เจตนา" ใช่แล้วครับดังนั้นการจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้ต้องเป็นการกระโดยเจตนาที่จะฉ้อโกงนั่นเอง
แล้ว "เจตนา" ที่จะถือว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกงเนี่ยมันมีลักษณะแบบไหนบ้างหล่ะ ?
1.จงใจที่จะไม่ทำตามสัญญา หรือจะไม่ชำระหนี้มาตั้งแต่แรก ถือว่ามีเจตนาฉ้อโกง แต่หากมีการทำตามสัญญามาบ้างแล้วแบบนี้ก็จะเป็นผิดสัญญาทางแพ่ง
2.เคยมีการทำตามสัญญามาบ้างแล้ว แต่มีการกระทำลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง มีผู้เสียหายที่ถูกกระทำลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายคนถือว่ามีเจตนาฉ้อโกง
นี่ก็เป็นหลักในการแบ่งแยกเรื่องฉ้อโกงกับผิดสัญญาทางแพ่งเบื้องต้น หวังว่าจะมีเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่จะสามารถนำไปปรับใช้แก้ปัญญาที่เกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อยครับ
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว



