สิทธิแรงงานและขั้นตอนการฟ้องกรมแรงงาน คู่มือสำหรับลูกจ้าง.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-01-17

สวัสดีครับ ผมเป็นแอดมินและนักเขียนประจำ Legardy แพลตฟอร์มที่รวบรวมทนายความผู้เชี่ยวชาญจากทั่วประเทศไทย จากการที่ได้เห็นคำถามมากมายในกระทู้ของเราเกี่ยวกับปัญหาแรงงาน ทั้งเรื่องการถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การไม่ได้รับค่าจ้าง หรือการถูกละเมิดสิทธิต่างๆ ทำให้ผมเห็นว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง และจะปกป้องตัวเองอย่างไรเมื่อถูกละเมิดสิทธิ

วันนี้ผมจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับการฟ้องร้องต่อกรมแรงงาน ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรมสำหรับลูกจ้างทุกคน บทความนี้จะพาคุณเข้าใจทุกแง่มุมของการฟ้องร้อง ตั้งแต่สิทธิพื้นฐานที่คุณควรรู้ ขั้นตอนการฟ้องร้องที่ถูกต้อง ไปจนถึงผลที่จะตามมาหลังการฟ้องร้อง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างมั่นใจ

 

ทำไมต้องฟ้องกรมแรงงาน?

จากประสบการณ์ที่เห็นในกระทู้ปรึกษาปัญหาแรงงานของเรา มีลูกจ้างจำนวนมากที่ถูกละเมิดสิทธิแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างไร หลายคนเลือกที่จะทนทำงานต่อไปท่ามกลางความไม่เป็นธรรม บางคนลาออกแล้วยอมเสียสิทธิที่ควรได้ เพราะคิดว่าการฟ้องร้องเป็นเรื่องยุ่งยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย

ฟ้องกรมแรงงานคืออะไร? เหมาะกับใคร?

การฟ้องกรมแรงงานคือการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อร้องเรียนเมื่อถูกละเมิดสิทธิจากนายจ้าง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยและช่วยเหลือลูกจ้างให้ได้รับความเป็นธรรม

การฟ้องกรมแรงงานเหมาะสำหรับลูกจ้างทุกคนที่ 

  • ไม่ได้รับค่าจ้างหรือค่าล่วงเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
  • ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ได้รับค่าชดเชย
  • ถูกละเมิดสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ไม่ได้รับวันหยุด วันลา หรือสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 123 กำหนดให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคำร้องและมีคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายได้

ฟ้องกรมแรงงานแล้วได้อะไรบ้าง?

เมื่อคุณฟ้องร้องต่อกรมแรงงาน คุณจะได้รับ 

  1. การพิจารณาคำร้องโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน
  2. โอกาสในการเจรจาไกล่เกลี่ยกับนายจ้างโดยมีเจ้าหน้าที่เป็นคนกลาง
  3. คำสั่งทางปกครองที่มีผลบังคับตามกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่านายจ้างกระทำผิดจริง
  4. การช่วยเหลือในการบังคับคดีหากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

ฟ้องกรมแรงงานดีไหม? เลือกเจรจาหรือฟ้องร้องดี

จากข้อมูลที่เราได้รับผ่านการให้คำปรึกษาในแพลตฟอร์ม การฟ้องกรมแรงงานถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นเรียกร้องสิทธิ เพราะ 

  1. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
  2. มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำตลอดกระบวนการ
  3. มีโอกาสเจรจาตกลงกันได้ก่อนมีคำสั่ง
  4. หากไม่พอใจผลการพิจารณา ยังสามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลแรงงานได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจฟ้องร้อง ควรพิจารณาเจรจากับนายจ้างก่อน โดยเฉพาะในกรณีที่ 

  • ปัญหาเกิดจากความเข้าใจผิดหรือการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน
  • นายจ้างแสดงท่าทีที่จะแก้ไขปัญหา
  • ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างยังไม่เสียหายมาก

 

สิทธิแรงงานที่คุณต้องรู้ (ก่อนจะสายเกินไป)

การเรียกร้องสิทธิจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อคุณเข้าใจสิทธิของตัวเองอย่างถ่องแท้ จากสถิติการร้องเรียนในแพลตฟอร์มของเรา พบว่าลูกจ้างจำนวนมากมักพลาดโอกาสในการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เพราะไม่ทราบถึงสิทธิพื้นฐานของตนเอง

สิทธิพื้นฐานที่ลูกจ้างมีคืออะไร?

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่สำคัญ ดังนี้ 

  1. สิทธิด้านค่าตอบแทน
  • ได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
  • ได้รับค่าล่วงเวลาในอัตรา 1.5 เท่าของค่าจ้างปกติ
  • ได้รับค่าทำงานในวันหยุดในอัตรา 2 เท่าของค่าจ้างปกติ
  1. สิทธิด้านวันหยุดและวันลา
  • มีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1 วัน
  • มีวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี
  • มีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน
  1. สิทธิด้านสวัสดิการและความปลอดภัย
  • ได้รับการดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
  • มีน้ำดื่มสะอาด ห้องน้ำ และสิ่งจำเป็นพื้นฐาน
  • ได้รับการคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน

นายจ้างผิดสัญญา ฟ้องกรมแรงงานได้ไหม?

กรณีนายจ้างผิดสัญญาจ้างแรงงาน สามารถฟ้องกรมแรงงานได้ทันที หากการผิดสัญญานั้นเกี่ยวข้องกับ 

  1. การไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เช่น
  • เปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานโดยพลการ
  • ลดค่าจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • ย้ายสถานที่ทำงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
  1. การละเมิดสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
  • ไม่จ่ายค่าจ้างตามกำหนด
  • บังคับทำงานล่วงเวลาโดยไม่จ่ายค่าตอบแทน
  • ไม่อนุญาตให้ลาตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด

ลูกจ้างรายวันหรือชั่วคราว ฟ้องกรมแรงงานได้หรือเปล่า?

ลูกจ้างรายวันและลูกจ้างชั่วคราวมีสิทธิฟ้องร้องต่อกรมแรงงานได้เช่นเดียวกับลูกจ้างประจำ เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ความคุ้มครองลูกจ้างทุกประเภท โดยไม่คำนึงถึงรูปแบบการจ้างงาน

สิทธิเฉพาะที่ลูกจ้างรายวันและชั่วคราวควรทราบ 

  1. ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน
  2. มีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุดหากถูกเรียกให้ทำงาน
  3. ได้รับความคุ้มครองด้านความปลอดภัยเท่าเทียมกับลูกจ้างประจำ

 

 

ฟ้องกรมแรงงานยังไง? ขั้นตอนง่าย ๆ ที่คุณต้องรู้

การฟ้องร้องต่อกรมแรงงานเป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

เตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนฟ้องกรมแรงงาน?

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นคำร้อง ประกอบด้วย 

  1. เอกสารแสดงตัวตน
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา
  • ทะเบียนบ้านฉบับจริงพร้อมสำเนา
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
  1. เอกสารการทำงาน
  • สัญญาจ้าง หรือข้อตกลงการจ้างงาน
  • หนังสือแต่งตั้ง คำสั่ง หรือเอกสารที่แสดงตำแหน่งงาน
  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง
  1. หลักฐานการละเมิดสิทธิ
  • หนังสือเลิกจ้าง (ถ้ามี)
  • เอกสารการแจ้งเตือนหรือทวงถามนายจ้าง
  • ภาพถ่าย คลิปเสียง หรือพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ยื่นคำร้องฟ้องกรมแรงงานได้ที่ไหน?

วิธีการยื่นด้วยตัวเอง

สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา โดยมีขั้นตอนดังนี้ 

  1. กรอกแบบคำร้อง
  • ระบุข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน
  • อธิบายเหตุการณ์และความเสียหายที่ได้รับ
  • แจ้งความประสงค์ในการเรียกร้อง
  1. ยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์บริการ
  • เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
  • ออกเลขรับคำร้องและใบนัดหมาย

ยื่นออนไลน์สะดวกแค่ไหน?

การยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีข้อดีคือ 

  1. ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง
  2. ยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  3. ติดตามสถานะเรื่องร้องเรียนได้ทันที
  4. สามารถอัพโหลดเอกสารในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล

รอผลนานแค่ไหน? ถ้ากรมแรงงานล่าช้าควรทำยังไง?

ตามระเบียบแล้ว กรมแรงงานจะใช้เวลาพิจารณาคำร้องไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่รับคำร้อง โดยมีขั้นตอนดังนี้ 

  1. เจ้าหน้าที่จะนัดไกล่เกลี่ยภายใน 15 วัน
  2. หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ จะมีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
  3. พนักงานตรวจแรงงานจะออกคำสั่งภายใน 30 วันหลังสอบสวนเสร็จ

กรณีล่าช้าเกินกำหนด สามารถ 

  1. สอบถามความคืบหน้าที่สำนักงานโดยตรง
  2. ยื่นหนังสือติดตามเรื่อง
  3. ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม
  4. ปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณายื่นฟ้องศาลแรงงานโดยตรง

 

ศาลแรงงาน  ถ้าฟ้องกรมแรงงานไม่พอ ต้องทำยังไง?

การนำคดีขึ้นสู่ศาลแรงงานถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรม โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่พอใจคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน หรือต้องการให้มีการพิจารณาคดีอย่างละเอียดรอบด้านมากขึ้น

ศาลแรงงานช่วยอะไรได้บ้าง?

ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาคดีแรงงานในหลายมิติ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ดังนี้ 

  1. อำนาจในการพิจารณาพิพากษา
  • คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน
  • คดีละเมิดที่เกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทแรงงาน
  • ข้อพิพาทแรงงานที่รับมาจากกรมแรงงาน
  1. การเยียวยาความเสียหาย
  • สั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย
  • กำหนดค่าเสียหายในกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • บังคับให้ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

ไม่มีทนาย ฟ้องศาลแรงงานเองได้ไหม?

ลูกจ้างสามารถฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีทนายความ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้การดำเนินคดีในศาลแรงงานต้องเป็นไปโดยสะดวก ประหยัด และรวดเร็ว

ขั้นตอนการฟ้องด้วยตนเอง 

  1. เขียนคำฟ้องที่ศาลแรงงาน
    • เจ้าหน้าที่ศาลจะช่วยแนะนำการเขียนคำฟ้อง
    • มีแบบฟอร์มคำฟ้องให้กรอกข้อมูล
  2. ยื่นคำฟ้องพร้อมพยานหลักฐาน
    • ศาลจะนัดไกล่เกลี่ยก่อนพิจารณาคดี
    • หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

ค่าใช้จ่ายในการฟ้องศาลแรงงานสูงแค่ไหน?

การฟ้องคดีต่อศาลแรงงานมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการฟ้องคดีแพ่งทั่วไปมาก โดยแบ่งเป็น 

  1. ค่าธรรมเนียมศาล
  • คดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
  • คดีที่มีทุนทรัพย์เกิน 50,000 บาท เสียค่าธรรมเนียมร้อยละ 1 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
  1. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  • ค่าพาหนะพยาน (ศาลจะกำหนดให้ตามความเหมาะสม)
  • ค่าถ่ายเอกสารหลักฐาน
  • ค่าส่งหมายเรียกพยาน (ถ้ามี)

 

ฟ้องกรมแรงงานมีข้อดีข้อเสียยังไง?

การตัดสินใจฟ้องร้องต่อกรมแรงงานเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายที่มีทั้งประโยชน์และข้อควรพิจารณา จากประสบการณ์ที่เห็นในกระทู้ปรึกษาปัญหาแรงงาน เราพบว่าลูกจ้างควรเข้าใจทั้งสองด้านเพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสม

ข้อดีของการฟ้องกรมแรงงานที่ลูกจ้างควรรู้

  1. ด้านกระบวนการยุติธรรม
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
  • มีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้พิจารณาโดยตรง
  • กระบวนการรวดเร็วกว่าการฟ้องศาล
  • คำสั่งมีผลบังคับทางกฎหมาย
  1. ด้านการคุ้มครองสิทธิ
  • มีการไกล่เกลี่ยโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
  • ได้รับความคุ้มครองระหว่างพิจารณาคดี
  • สามารถอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานได้หากไม่พอใจผล
  • มีมาตรการบังคับทางปกครองหากนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม

ฟ้องแล้วจะมีผลต่ออนาคตการทำงานหรือไม่?

จากการรวบรวมข้อมูลผ่านกระทู้ปรึกษาปัญหาแรงงานในแพลตฟอร์มของเรา พบว่าการฟ้องร้องต่อกรมแรงงานมีผลกระทบต่ออนาคตการทำงานใน 3 มิติหลัก ดังนี้ 

  1. ผลกระทบต่อการจ้างงานในปัจจุบัน

กฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 124/1 ให้ความคุ้มครองลูกจ้างที่ใช้สิทธิฟ้องร้อง โดยห้ามนายจ้าง 

  • เลิกจ้างเพราะเหตุที่ลูกจ้างฟ้องร้อง
  • โยกย้ายตำแหน่งงานเพื่อกลั่นแกล้ง
  • ลดค่าจ้างหรือสวัสดิการเพื่อตอบโต้
  • สร้างสภาพการทำงานที่กดดันจนทนไม่ได้
  • แต่ในทางปฏิบัติ มักพบว่า 
    • ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเสื่อมลง
    • เพื่อนร่วมงานอาจหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์
    • โอกาสเติบโตในองค์กรอาจลดลง
    • อาจถูกจับตามองพฤติกรรมการทำงานมากขึ้น
  1. ผลกระทบต่อการหางานใหม่
  • ในแง่กฎหมาย 
    • ไม่มีข้อห้ามในการสมัครงานใหม่
    • นายจ้างไม่มีสิทธิเลือกปฏิบัติเพราะประวัติการฟ้องร้อง
    • การเปิดเผยประวัติการฟ้องร้องต้องได้รับความยินยอม
  • แต่ในทางปฏิบัติ อาจพบอุปสรรค 
    • นายจ้างใหม่อาจสอบถามสาเหตุการลาออกจากงานเดิม
    • การขอหนังสือรับรองการทำงานอาจทำได้ยาก
    • อาจถูกตั้งคำถามในการสัมภาษณ์งาน
    • เครือข่ายนายจ้างในอุตสาหกรรมเดียวกันอาจรับรู้ข้อมูล
  1. ผลกระทบต่อความก้าวหน้าในอาชีพ
  • ระยะสั้น 
    • อาจต้องเปลี่ยนสายงานหรืออุตสาหกรรม
    • รายได้อาจลดลงชั่วคราวจากการเปลี่ยนงาน
    • ต้องสร้างความน่าเชื่อถือกับนายจ้างใหม่
  • ระยะยาว 
    • ประสบการณ์การเรียกร้องสิทธิอาจเป็นข้อดีในบางตำแหน่ง
    • ความรู้ด้านกฎหมายแรงงานเพิ่มขึ้น
    • มีความมั่นใจในการปกป้องสิทธิของตนเอง

แนวทางการรับมือผลกระทบ 

  1. ก่อนฟ้องร้อง
    • รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเอกสารการทำงาน
    • บันทึกเหตุการณ์ละเมิดสิทธิอย่างละเอียด
    • ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินความเสี่ยง
    • เตรียมแผนสำรองในการหางานใหม่
  2. ระหว่างการฟ้องร้อง
    • รักษามาตรฐานการทำงานให้ดีเช่นเดิม
    • หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องคดีในที่ทำงาน
    • เก็บหลักฐานการกลั่นแกล้งหรือการตอบโต้ (ถ้ามี)
    • พัฒนาทักษะและความรู้เพิ่มเติมระหว่างรอผล
  3. หลังการฟ้องร้อง
    • เตรียมคำอธิบายที่เหมาะสมสำหรับการสัมภาษณ์งาน
    • เน้นย้ำประสบการณ์และความสามารถในการทำงาน
    • สร้างเครือข่ายวิชาชีพใหม่
    • พิจารณาโอกาสในการเริ่มธุรกิจส่วนตัว

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การตัดสินใจฟ้องร้องควรมาจากการละเมิดสิทธิที่ร้ายแรงจริงๆ ไม่ใช่เพียงความไม่พอใจเล็กๆ น้อยๆ และควรผ่านการเจรจาและไกล่เกลี่ยก่อนเสมอ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องกรมแรงงาน

จากประสบการณ์ดูแลกระทู้ปรึกษาปัญหาแรงงานในแพลตฟอร์มของเรา มีคำถามสำคัญที่ลูกจ้างมักสงสัยเกี่ยวกับการฟ้องร้องต่อกรมแรงงาน ซึ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ

ฟ้องกรมแรงงานย้อนหลังได้กี่ปี?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 กำหนดอายุความในการฟ้องเรียกค่าจ้างและผลประโยชน์อื่นๆ ดังนี้ 

  1. กรณีค่าจ้างและค่าล่วงเวลา
    • มีอายุความ 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิเรียกร้อง
    • กรณีนายจ้างจงใจไม่จ่าย อายุความขยายเป็น 5 ปี
  2. กรณีค่าชดเชยการเลิกจ้าง
    • มีอายุความ 2 ปีนับแต่วันเลิกจ้าง
    • ต้องยื่นคำร้องภายใน 30 วันนับแต่ครบกำหนดจ่าย
  3. กรณีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น
    • มีอายุความ 2 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดสิทธิ
    • กรณีมีหลักฐานเป็นหนังสือ อายุความ 10 ปี

ชนะคดีแล้ว นายจ้างต้องจ่ายยังไง?

เมื่อพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน กระบวนการชำระเงินจะเป็นดังนี้ 

  1. การชำระเงินตามคำสั่ง
    • นายจ้างต้องจ่ายภายใน 15 วันนับแต่ทราบคำสั่ง
    • ต้องจ่ายเป็นเงินสดหรือเช็คขีดคร่อม
    • ต้องมีการออกหลักฐานการรับเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. กรณีนายจ้างไม่ยอมจ่าย
    • พนักงานตรวจแรงงานจะออกหนังสือเตือน
    • สามารถยึดหรืออายัดทรัพย์สินของนายจ้าง
    • ดำเนินคดีอาญากรณีฝ่าฝืนคำสั่ง

ถ้าฟ้องแพ้ต้องทำยังไงต่อ?

กรณีที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งยกคำร้อง ลูกจ้างมีสิทธิดำเนินการดังนี้ 

  1. สิทธิในการอุทธรณ์
    • ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานภายใน 30 วัน
    • ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการอุทธรณ์
    • สามารถขอความช่วยเหลือจากทนายความได้
  2. การเตรียมการอุทธรณ์
    • รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
    • เตรียมคำอธิบายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย
    • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน
  3. ทางเลือกอื่น
    • เจรจากับนายจ้างอีกครั้ง
    • พิจารณายื่นฟ้องในประเด็นอื่น
    • ปรึกษาองค์กรช่วยเหลือด้านแรงงาน

 

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />