21.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-01-10

สวัสดีครับ ผมในฐานะแอดมินและนักเขียนประจำ Legardy แพลตฟอร์มที่รวบรวมทนายความคุณภาพจากทั่วประเทศ วันนี้จะมาแชร์เรื่องราวและความรู้เกี่ยวกับการฟ้องคดีอาญา เนื่องจากที่ผ่านมา ผมได้เห็นคำถามและความกังวลมากมายจากผู้ที่ต้องการฟ้องคดีอาญา แต่ยังไม่เข้าใจกระบวนการและขั้นตอนที่ถูกต้อง

 

การฟ้องคดีอาญา

22.png

การฟ้องคดีอาญาเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน ผมได้เห็นหลายกรณีที่ประชาชนต้องพบกับความยุ่งยากในการดำเนินคดี เพียงเพราะขาดความเข้าใจในขั้นตอนที่ถูกต้อง บางรายถึงกับต้องเสียสิทธิอันพึงมีพึงได้ไปอย่างน่าเสียดาย

ลองนึกถึงกรณีของคุณ A ที่ถูกฉ้อโกงเงินไปกว่า 5 แสนบาท แต่ด้วยความที่ไม่รู้ขั้นตอนการดำเนินคดี ทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐาน จนทำให้คดีไม่รัดกุมเท่าที่ควร ในทางกลับกัน คุณ B ที่ประสบเหตุการณ์คล้ายกัน แต่ได้ศึกษาและเตรียมการอย่างรอบคอบ สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน และดำเนินคดีจนสำเร็จลุล่วง

ในบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกระบวนการฟ้องคดีอาญาอย่างละเอียด โดยอ้างอิงจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และประสบการณ์จริงจากทนายความในเครือข่ายของเรา เพื่อให้ท่านสามารถเตรียมตัวและดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ไม่พลาดโอกาสในการเรียกร้องความยุติธรรม

การฟ้องคดีอาญาคืออะไร?

ในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่ได้พบเห็นคดีความมามากมาย ผมขอเริ่มต้นด้วยการอธิบายให้เห็นภาพว่า การฟ้องคดีอาญานั้นคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อกระบวนการยุติธรรม

คดีอาญาคืออะไร?

คดีอาญา คือคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยมีบทลงโทษทางอาญาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ซึ่งระบุว่า "บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้"

ยกตัวอย่างเช่น กรณีของคุณ A ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากจะมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งแล้ว ยังสามารถดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และ 297 ซึ่งบัญญัติถึงความผิดฐานทำร้ายร่างกายไว้

ใครสามารถยื่นฟ้องได้บ้าง?

ในการฟ้องคดีอาญานั้น กฎหมายได้กำหนดตัวผู้มีสิทธิฟ้องไว้อย่างชัดเจนในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก 

  1. พนักงานอัยการ ในฐานะตัวแทนของรัฐที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาทั้งปวง ตามหลักการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐ
  2. ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดโดยตรง

ในทางปฏิบัติ ผมได้พบกรณีของคุณ B ที่เป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้สิทธิฟ้องคดี เมื่อถูกลักทรัพย์ คุณ B ได้แจ้งความดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวน แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้สิทธิฟ้องคดีด้วยตนเองควบคู่ไปด้วย ตามสิทธิที่บัญญัติไว้ในมาตรา 28 วรรคสอง ซึ่งเป็นการประกันสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตสำคัญที่ศาลฎีกาได้วางหลักไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 7067/2552 ว่า ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้นั้น จะต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย มิใช่เพียงผู้เสียหายโดยพฤตินัยเท่านั้น กล่าวคือ ต้องเป็นผู้ที่กฎหมายประสงค์จะคุ้มครองสิทธิโดยตรง

 

ขั้นตอนการฟ้องคดีอาญา

การดำเนินคดีอาญาให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องเข้าใจขั้นตอนและกระบวนการอย่างถ่องแท้ จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาที่ผ่านมา ผมพบว่าหลายคดีที่มีมูลความผิดชัดเจน กลับต้องพบกับความยากลำบากในชั้นศาลเพียงเพราะการเตรียมการที่ไม่รัดกุม

การรวบรวมหลักฐานสำคัญ

การรวบรวมพยานหลักฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินคดีอาญา ตามหลักประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 ที่บัญญัติว่า "พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคลซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้"

กรณีของคุณ C เป็นตัวอย่างที่ดีในการรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อถูกฉ้อโกงในการซื้อขายออนไลน์ คุณ C ได้เก็บรวบรวม 

  • หลักฐานการโอนเงิน
  • ประวัติการสนทนาทั้งหมด
  • ภาพถ่ายหน้าจอการซื้อขาย
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้กระทำผิด
  • พยานบุคคลที่เคยถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน

การปรึกษาทนายความ

การฟ้องคดีอาญาต้องบรรยายการกระทำที่อ้างว่าผู้กระทำผิดได้กระทำทั้งหลายที่เป็นองค์ประกอบความผิด การปรึกษาทนายความจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกลั่นกรองข้อเท็จจริงและปรับบทกฎหมาย

ทนายความจะช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบความผิด วางแผนการดำเนินคดี และเตรียมคำฟ้องที่รัดกุม โดยเฉพาะในคดีที่มีความซับซ้อนหรือมีอัตราโทษสูง

การยื่นฟ้องต่อศาล

การยื่นฟ้องต้องทำเป็นหนังสือตามแบบที่กำหนดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 โดยต้องระบุ 

  1. ชื่อศาลและวันเดือนปี
  2. คดีระหว่างใครเป็นโจทก์ใครเป็นจำเลย
  3. ฐานความผิดและบทมาตราที่ยกขึ้นปรับ
  4. ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำความผิด

การไต่สวนและสืบพยาน

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลจะพิจารณาว่าคดีมีมูลหรือไม่ตามมาตรา 162 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าคดีมีมูลเพียงพอที่จะพิจารณาต่อไป

การสืบพยานในคดีอาญาต้องกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย ตามมาตรา 172 เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายบัญญัติ

การฟังคำพิพากษา

เมื่อสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลจะนัดฟังคำพิพากษา โดยต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งปวงในคดี และวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่า จำเลยได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ โดยปราศจากความสงสัยตามสมควร ตามหลัก "ฟังเป็นยุติ"

 

ระยะเวลาในการดำเนินคดี

การเข้าใจกรอบระยะเวลาในการดำเนินคดีอาญามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อสิทธิในการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 ได้กำหนดอายุความในการฟ้องคดีอาญาไว้แตกต่างกันตามความร้ายแรงของความผิด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลา

จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา ผมพบว่ามีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อระยะเวลาในการดำเนินคดี 

  1. อายุความฟ้องร้อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 ได้กำหนดอายุความไว้ดังนี้ 
  • ความผิดที่มีโทษประหารชีวิต  20 ปี
  • ความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป  15 ปี
  • ความผิดที่มีโทษจำคุก 7-15 ปี  10 ปี
  • ความผิดที่มีโทษจำคุก 1-7 ปี  5 ปี
  • ความผิดที่มีโทษจำคุกต่ำกว่า 1 ปี  1 ปี
  1. ความซับซ้อนของคดี คดีที่มีความซับซ้อนอาจใช้เวลาในการพิจารณายาวนานกว่าปกติ เช่น 
  • คดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก
  • คดีที่ต้องพึ่งพาพยานผู้เชี่ยวชาญ
  • คดีที่มีประเด็นข้อกฎหมายซับซ้อน
  1. การใช้สิทธิในชั้นศาล กระบวนการใช้สิทธิต่างๆ ในชั้นศาลอาจส่งผลต่อระยะเวลา เช่น 
  • การยื่นคำร้องขอประกันตัว
  • การคัดค้านพยานหลักฐาน
  • การอุทธรณ์ฎีกา

 

สิทธิของผู้ฟ้องและจำเลย

23.png

ในระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การรับรองและคุ้มครองสิทธิของคู่ความทั้งสองฝ่ายถือเป็นหลักการพื้นฐานสำคัญที่ได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อประกันความเป็นธรรมและความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม

สิทธิของผู้ฟ้อง

ผู้เสียหายในคดีอาญาได้รับการรับรองสิทธิตามกฎหมายในหลายประการ ซึ่งมีรากฐานมาจากหลักการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดีอาญา ดังนี้ 

  1. สิทธิในการดำเนินคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 ผู้เสียหายมีสิทธิ 
  • ดำเนินการฟ้องคดีอาญาด้วยตนเอง
  • เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ
  • ติดตามการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ
  1. สิทธิในการได้รับการเยียวยา
  • สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1
  • สิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
  1. สิทธิในการคุ้มครองความปลอดภัย รัฐมีหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองพยานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 โดยมาตรการคุ้มครองครอบคลุมถึง 
  • การจัดให้อยู่ในสถานที่ปลอดภัย
  • การคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
  • การได้รับค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควรในการดำรงชีพ

สิทธิของจำเลย

จำเลยในคดีอาญามีสิทธิพื้นฐานที่สำคัญตามหลักนิติธรรม (Rule of Law) และหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม (Fair Trial) ประกอบด้วย 

  1. หลักสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of Innocence)
  • ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 การพิสูจน์ความผิดของจำเลยต้องปราศจากข้อสงสัยตามสมควร (Beyond Reasonable Doubt)
  1. สิทธิในการต่อสู้คดี
  • สิทธิที่จะได้รับแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดแห่งการกระทำความผิด
  • สิทธิที่จะมีทนายความ โดยในคดีที่มีอัตราโทษสูง รัฐมีหน้าที่จัดหาทนายความให้
  • สิทธิในการนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบข้อต่อสู้

 

ข้อควรรู้ก่อนการฟ้องคดีอาญา

24.png

การฟ้องคดีอาญาเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง โดยต้องคำนึงถึงหลักนิติธรรมและหลักการพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

เอกสารที่ต้องเตรียม

การเตรียมพยานหลักฐานที่สมบูรณ์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินคดีอาญา ตามหลักการที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 และแนวคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง โดยพยานหลักฐานที่สำคัญประกอบด้วย 

  1. เอกสารแสดงสถานะทางกฎหมาย
  • เอกสารยืนยันตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
  • เอกสารมอบอำนาจที่จัดทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด
  • เอกสารรับรองนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบัน (กรณีผู้เสียหายเป็นนิติบุคคล)
  1. พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
  • พยานเอกสารที่แสดงความเสียหายโดยตรง
  • พยานแวดล้อมกรณีที่สนับสนุนข้อกล่าวหา
  • พยานวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
  • บันทึกเหตุการณ์และพยานหลักฐานดิจิทัล

ข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม

  1. การตรวจสอบอายุความ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 กำหนดอายุความฟ้องร้องไว้แตกต่างกันตามความร้ายแรงของความผิด โดยศาลฎีกาได้วางหลักการนับอายุความไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 2890/2562
  2. เขตอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 การพิจารณาเขตอำนาจศาลต้องคำนึงถึง 
  • สถานที่เกิดเหตุแห่งการกระทำความผิด
  • ภูมิลำเนาของจำเลย
  • สถานที่จับกุมผู้กระทำความผิด
  1. การประเมินพยานหลักฐาน การวิเคราะห์พยานหลักฐานต้องพิจารณาตามหลักกฎหมายลักษณะพยาน 
  • ความน่าเชื่อถือของพยานแต่ละประเภท
  • ความเชื่อมโยงระหว่างพยานหลักฐาน
  • น้ำหนักพยานตามหลักกฎหมาย
  1. การประเมินค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
  • ค่าธรรมเนียมศาลตามตาราง
  • ค่าใช้จ่ายในการสืบพยาน
  • ค่าทนายความตามความเหมาะสม
  • ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการดำเนินคดี

 

คำถามที่พบบ่อย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและที่ปรึกษาประจำแพลตฟอร์ม Legardy พบว่ามีประเด็นคำถามสำคัญที่ผู้เสียหายมักสอบถามก่อนตัดสินใจดำเนินคดีอาญา ซึ่งสมควรได้รับการอธิบายโดยละเอียดตามหลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาฎีกา

ค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดี

ประเด็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอาญาเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการเรียกค่าธรรมเนียมศาล พ.ศ. 2563 ได้กำหนดค่าใช้จ่ายหลักไว้ดังนี้ 

  1. ค่าธรรมเนียมศาลในคดีอาญา
  • คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องเอง  ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับประเภทความผิดและอัตราโทษ
  • คดีที่มีทุนทรัพย์  คิดตามอัตราทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง
  • คดีไม่มีทุนทรัพย์  อัตราคงที่ตามที่กฎหมายกำหนด
  1. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
  • ค่าสืบพยาน ตามระเบียบราชการศาลยุติธรรม
  • ค่าคัดสำเนาเอกสารและรับรองเอกสาร
  • ค่าใช้จ่ายในการส่งหมายเรียกและหมายแจ้ง

หากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอจะทำอย่างไร?

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และ 227 ได้วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานในคดีอาญาไว้ โดยมีแนวทางดำเนินการดังนี้ 

  1. การแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
  • การร้องขอหมายค้นจากศาล
  • การขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติม
  • การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ
  1. การใช้พยานแวดล้อมกรณี ตามหลักคำพิพากษาฎีกาที่ 5689/2562 ศาลสามารถรับฟังพยานแวดล้อมกรณีประกอบการพิจารณาได้

คดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้มีอะไรบ้าง?

ประมวลกฎหมายอาญาได้แบ่งประเภทความผิดอาญาตามลักษณะการดำเนินคดีเป็น 

  1. ความผิดอาญาแผ่นดิน
  • ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ (มาตรา 107-135)
  • ความผิดต่อชีวิต (มาตรา 288-294)
  • ความผิดเกี่ยวกับเพศบางประการ (มาตรา 276-287)
  • ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์
  1. ความผิดอันยอมความได้
  • ความผิดฐานหมิ่นประมาท (มาตรา 326)
  • ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์บางกรณี
  • ความผิดลหุโทษบางประการ

ทั้งนี้ หลักการพิจารณาว่าความผิดใดยอมความได้หรือไม่ จะต้องพิจารณาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง และคำนึงถึงหลักการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

 

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />