ถูกข่มขู่ควรทำอย่างไร_  แนวทางรับมือทางกฎหมายที่คุณต้องรู้.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-01-18

สวัสดีครับ ผมเป็นแอดมินและนักเขียนประจำ Legardy แพลตฟอร์มที่รวบรวมทนายความคุณภาพจากทั่วประเทศไทย จากการดูแลกระทู้ปรึกษาปัญหากฎหมายในแพลตฟอร์มของเรา พบว่ามีคนไทยจำนวนมากประสบปัญหาถูกข่มขู่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการข่มขู่ตัวต่อตัว ทางโทรศัพท์ และโซเชียลมีเดีย บางคนถึงขั้นนอนไม่หลับ เครียด กังวล ไม่รู้ว่าควรจัดการอย่างไร วันนี้ผมจึงรวบรวมความรู้เกี่ยวกับคดีข่มขู่มาแชร์ให้ทุกคนได้เข้าใจ

 

คดีข่มขู่ รู้ไว้ก่อนโดนเล่นงาน

หลายคนอาจคิดว่าการข่มขู่เป็นเรื่องเล็กน้อย แค่พูดจาขู่เข็ญ ไม่ได้ทำร้ายร่างกายจริง คงไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้ว การข่มขู่สามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อจิตใจผู้ถูกกระทำ และมีความผิดตามกฎหมายที่มีโทษทั้งจำและปรับ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเรื่องคดีข่มขู่อย่างละเอียด ตั้งแต่ลักษณะการกระทำที่ถือว่าผิดกฎหมาย บทลงโทษ วิธีป้องกันตัว ไปจนถึงช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อตกเป็นผู้เสียหาย

การข่มขู่คืออะไร? เรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นคดีใหญ่

การข่มขู่ไม่ใช่แค่การพูดข่มเหงให้กลัว แต่รวมถึงการกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว วิตกกังวล หรือตกอยู่ในภาวะกดดัน โดยผู้กระทำมีเจตนาที่จะสร้างความกลัวให้เกิดขึ้น อาจเป็นการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน หรือเปิดเผยความลับที่จะทำให้เสียชื่อเสียง

ข่มขู่แบบไหนผิดกฎหมาย?

กฎหมายได้กำหนดลักษณะการข่มขู่ที่ถือว่าผิดกฎหมายไว้ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้  

  1. การข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย เช่น ข่มขู่ว่าจะทุบตี ทำร้าย หรือฆ่า แม้ยังไม่ได้ลงมือทำจริง แต่การพูดข่มขู่ก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว
  2. การข่มขู่ว่าจะทำลายทรัพย์สิน เช่น ขู่ว่าจะเผาบ้าน ทำลายรถ หรือทำลายสิ่งของมีค่า การข่มขู่ลักษณะนี้มีความผิดแม้ยังไม่ได้ทำจริง
  3. การข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับ เช่น ขู่ว่าจะเปิดเผยภาพส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล หรือความลับที่จะทำให้เสียชื่อเสียง
  4. การข่มขู่เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ เช่น ขู่ว่าจะทำร้ายหากไม่จ่ายเงิน หรือไม่ทำตามที่ต้องการ

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ถือว่าเป็นการข่มขู่ผิดกฎหมาย  

สถานการณ์ A   นายแดงโกรธที่นายดำไม่ยอมคืนเงิน จึงส่งข้อความไปบอกว่า "ถ้าไม่คืนเงินภายในวันนี้ จะไปถึงบ้าน" พร้อมแนบรูปอาวุธ แม้นายแดงจะยังไม่ได้ไปที่บ้านนายดำ แต่การส่งข้อความลักษณะนี้ก็ถือเป็นการข่มขู่ที่ผิดกฎหมายแล้ว

สถานการณ์ B   นางสาวเอไม่พอใจที่ถูกเลิกจ้าง จึงส่งอีเมลถึงอดีตนายจ้างว่าจะเปิดเผยข้อมูลความลับของบริษัทหากไม่จ่ายเงินชดเชยเพิ่ม การกระทำนี้ถือเป็นการข่มขู่เพื่อเรียกรับผลประโยชน์

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การข่มขู่ไม่จำเป็นต้องมีการลงมือทำจริง เพียงแค่การแสดงเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นกลัวก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว และหากมีหลักฐานชัดเจน ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้ทันที

 

รู้จักกฎหมายข่มขู่แบบเข้าใจง่าย

ในฐานะทีมงาน Legardy เราพบว่าคนส่วนใหญ่มักสับสนว่าการกระทำแบบไหนถึงจะเข้าข่ายผิดกฎหมายข่มขู่ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้กันครับ

มาตรา 392 กับความผิดฐานข่มขู่ ผิดมาตราอะไร บทเป็นไง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ระบุไว้ชัดเจนว่า "ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

จากประสบการณ์ดูแลกระทู้ปรึกษากฎหมายในแพลตฟอร์มของเรา พบว่าหลายคนเข้าใจผิดว่าต้องมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นจริงถึงจะแจ้งความได้ แต่ความจริงแล้ว แค่การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นกลัวหรือตกใจก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว

โทษของการข่มขู่   จำคุกหรือแค่ปรับ?

โทษของการข่มขู่แบ่งออกเป็น 3 กรณี  

  1. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน
  2. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  3. ทั้งจำทั้งปรับ

ศาลจะพิจารณาจากความรุนแรงของการข่มขู่และผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยหากเป็นการข่มขู่ที่ส่งผลกระทบรุนแรง หรือผู้กระทำมีประวัติเคยกระทำผิดมาก่อน โอกาสที่จะถูกจำคุกก็จะมีสูงขึ้น

คดีข่มขู่แพ่ง vs. คดีอาญา ต่างกันยังไง?

คดีข่มขู่สามารถฟ้องได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้เสียหาย  

คดีอาญา  

  • เน้นการลงโทษผู้กระทำผิด
  • ดำเนินคดีผ่านการแจ้งความที่สถานีตำรวจ
  • ผู้กระทำผิดอาจถูกจำคุกหรือปรับ

คดีแพ่ง  

  • เน้นการเรียกร้องค่าเสียหาย
  • ฟ้องเพื่อเรียกค่าเยียวยาทางจิตใจ
  • ศาลอาจสั่งให้ผู้กระทำผิดชดใช้ค่าเสียหาย

จากกระทู้ปรึกษากฎหมายในแพลตฟอร์มของเรา พบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่มักเลือกดำเนินคดีอาญาก่อน เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และสามารถนำผลคดีอาญามาใช้ประกอบการฟ้องคดีแพ่งในภายหลังได้

 

การข่มขู่ในยุคดิจิทัล   อันตรายที่มองไม่เห็น

ในฐานะแพลตฟอร์มที่รวบรวมปัญหากฎหมายของประชาชน ทีม Legardy พบว่าการข่มขู่ในยุคดิจิทัลมีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จากเดิมที่เป็นการข่มขู่ตัวต่อตัว กลายเป็นการข่มขู่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยากต่อการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำผิด และส่งผลกระทบในวงกว้าง

ข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำไมถึงผิดกฎหมาย?

การข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดียมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ  

  1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392
  • ความผิดฐานข่มขู่พื้นฐาน
  • โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  1. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
  • มาตรา 14(1)   การนำเข้าข้อมูลเท็จที่ก่อให้เกิดความเสียหาย
  • มาตรา 14(2)   การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคง
  • มาตรา 14(4)   การนำเข้าข้อมูลที่มีลักษณะลามกและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
  • โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

การติดตามและจับกุมผู้ข่มขู่ผ่านช่องทางออนไลน์   เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้จริงหรือไม่?

สิ่งที่ต้องทราบตั้งแต่ต้น  

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามและจับกุมผู้ข่มขู่ออนไลน์ได้ แม้จะใช้บัญชีปลอม
  • การข่มขู่ออนไลน์ถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ
  • ผู้เสียหายควรรีบแจ้งความทันทีที่ถูกข่มขู่ เพื่อให้การสืบสวนมีประสิทธิภาพสูงสุด

กระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

  1. การตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานดิจิทัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น  
  • ข้อความข่มขู่
  • ภาพหน้าจอการสนทนา
  • วิดีโอหรือเสียงที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่ใช้ในการข่มขู่
  1. การสืบสวนทางเทคนิค เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมายในการ  
  • ขอข้อมูล IP Address จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
  • ตรวจสอบประวัติการเชื่อมต่อและพิกัดที่ตั้ง
  • สืบหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
  • ติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
  1. การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
  • ประสานงานกับธนาคารกรณีมีการโอนเงิน
  • ร่วมมือกับตำรวจท้องที่ในการจับกุม

 

5 วิธีที่ต้องทำเมื่อถูกข่มขู่   ทำยังไงไม่ให้เสียเปรียบ

จากประสบการณ์ดูแลกระทู้ปรึกษากฎหมายของ Legardy พบว่าหลายคนมักทำพลาดในช่วงแรกที่ถูกข่มขู่ ส่งผลให้เสียเปรียบในการดำเนินคดี วันนี้เราจะแนะนำวิธีรับมือที่ถูกต้องตามกฎหมาย

5 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการแจ้งความ

  1. เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทันที
  • บันทึกภาพหน้าจอการสนทนาทั้งหมด
  • บันทึกเสียงหรือวิดีโอ (ถ้ามี)
  • จดวันเวลาและรายละเอียดเหตุการณ์
  • เก็บข้อมูลพยานในที่เกิดเหตุ
  1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ท่านสามารถปรึกษาทนายความผ่าน Legardy ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย  
  • รับคำแนะนำเบื้องต้นฟรี
  • วางแผนการดำเนินคดีที่เหมาะสม
  • เตรียมเอกสารสำหรับแจ้งความ
  • รู้สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย
  1. เลือกสถานีตำรวจที่เหมาะสม แจ้งความได้ที่  
  • สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ
  • สถานีตำรวจในเขตที่ผู้เสียหายอาศัย
  • กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กรณีถูกข่มขู่ออนไลน์
  1. ให้ปากคำอย่างรอบคอบ ระบุรายละเอียดสำคัญ  
  • ลำดับเหตุการณ์ชัดเจน
  • ข้อมูลผู้ข่มขู่เท่าที่ทราบ
  • ผลกระทบที่ได้รับ
  • ความประสงค์ในการดำเนินคดี
  1. ติดตามความคืบหน้าคดีอย่างสม่ำเสมอ
  • จดบันทึกเลขคดีและชื่อพนักงานสอบสวน
  • สอบถามความคืบหน้าตามระยะเวลา
  • เตรียมพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติม
  • เก็บรักษาพยานหลักฐานจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ทั้งนี้ หากท่านต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญผ่านแพลตฟอร์ม Legardy ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

คำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับคดีข่มขู่

จากการรวบรวมกระทู้ปรึกษากฎหมายในแพลตฟอร์ม Legardy พบว่ามีประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจและจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของผู้เสียหาย

1.ไม่มีหลักฐานการข่มขู่ ฟ้องได้ไหม?

การดำเนินคดีข่มขู่แม้ไม่มีหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรสามารถทำได้ โดยศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานแวดล้อมประกอบกัน ทั้งคำให้การของผู้เสียหาย พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ และพฤติการณ์แวดล้อมอื่นๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวหา

หากผู้เสียหายสามารถให้การได้อย่างสอดคล้องและน่าเชื่อถือ ประกอบกับมีพยานบุคคลหรือพยานแวดล้อมที่สนับสนุน ก็มีโอกาสที่ศาลจะรับฟังและพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายควรพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคดี

2.ข่มขู่ผ่านแชทหรือออนไลน์   ความรุนแรงที่ต่างกัน

กฎหมายได้แบ่งแยกระหว่างการข่มขู่ในแชทส่วนตัวและการข่มขู่โดยเปิดเผย โดยการข่มขู่ในแชทส่วนตัวจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 392 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในขณะที่การข่มขู่โดยเปิดเผยบนโซเชียลมีเดียจะมีความผิดทั้งตามมาตรา 392 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการเผยแพร่ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง ทำให้มีบทลงโทษที่หนักขึ้น

3.กรณีถูกข่มขู่ในที่ทำงาน   สิทธิที่คุณควรรู้

เมื่อถูกข่มขู่ในที่ทำงาน นอกจากสิทธิในการดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังมีสิทธิตามกฎหมายแรงงานในการได้รับความคุ้มครองจากนายจ้าง สิ่งแรกที่ควรทำคือแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งเก็บบันทึกเหตุการณ์อย่างละเอียด

หากนายจ้างเพิกเฉย ผู้เสียหายสามารถร้องเรียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และพิจารณาดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย โดยกฎหมายรับรองสิทธิในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปราศจากการคุกคาม

4.กรณีผู้ข่มขู่เป็นเยาวชน   การคุ้มครองทั้งสองฝ่าย

กระบวนการยุติธรรมสำหรับเยาวชนมุ่งเน้นการแก้ไขฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ มีการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีตามปกติ เช่น การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู หรือการทำงานบริการสังคม

ในขณะเดียวกัน กฎหมายก็ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย ทั้งในแง่การเยียวยาความเสียหาย การประกันความปลอดภัย และการรักษาความลับของคดี โดยมีกระบวนการพิเศษที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและการคุ้มครองตามกฎหมาย

หน่วยงานช่วยเหลือ   ไม่ต้องสู้คนเดียว

การดำเนินคดีข่มขู่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและอาจสร้างความกดดันให้ผู้เสียหาย จากประสบการณ์ดูแลกระทู้ปรึกษากฎหมายของ Legardy พบว่าการได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เหมาะสมจะช่วยให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5.แจ้งความกับใคร? หน่วยงานไหนช่วยได้?

กรณีข่มขู่ทั่วไป สามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในเขตพื้นที่เกิดเหตุ หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ที่ผู้เสียหายพำนักอาศัย โดยพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รับแจ้งความและดำเนินการสืบสวนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

สำหรับการข่มขู่ผ่านช่องทางออนไลน์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นหน่วยงานหลักที่มีความเชี่ยวชาญในการสืบสวนสอบสวนคดีประเภทนี้โดยเฉพาะ

6.สายด่วนและบริการที่คุณควรรู้

สายด่วน 1599 ของสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน กระทรวงยุติธรรม ให้บริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายฟรีตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีนิติกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเบื้องต้น

ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์หรือการคุ้มครองสวัสดิภาพ

7.ทนายความในเครือข่าย Legardy

พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้น และหากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถเลือกใช้บริการในราคาที่เหมาะสม โดยมีความโปร่งใสในการคิดค่าบริการและมีการรับประกันคุณภาพการให้บริการ

 

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
sanook ข่าวสด มติชน spring
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “