
สวัสดีครับ ผมเป็นแอดมินและนักเขียนประจำ Legardy แพลตฟอร์มที่รวบรวมทนายความคุณภาพจากทั่วประเทศไทย จากการดูแลกระทู้ปรึกษาปัญหากฎหมายในแพลตฟอร์มของเรา พบว่ามีคนไทยจำนวนมากประสบปัญหาถูกข่มขู่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการข่มขู่ตัวต่อตัว ทางโทรศัพท์ และโซเชียลมีเดีย บางคนถึงขั้นนอนไม่หลับ เครียด กังวล ไม่รู้ว่าควรจัดการอย่างไร วันนี้ผมจึงรวบรวมความรู้เกี่ยวกับคดีข่มขู่มาแชร์ให้ทุกคนได้เข้าใจ
คดีข่มขู่ รู้ไว้ก่อนโดนเล่นงาน
หลายคนอาจคิดว่าการข่มขู่เป็นเรื่องเล็กน้อย แค่พูดจาขู่เข็ญ ไม่ได้ทำร้ายร่างกายจริง คงไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้ว การข่มขู่สามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อจิตใจผู้ถูกกระทำ และมีความผิดตามกฎหมายที่มีโทษทั้งจำและปรับ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเรื่องคดีข่มขู่อย่างละเอียด ตั้งแต่ลักษณะการกระทำที่ถือว่าผิดกฎหมาย บทลงโทษ วิธีป้องกันตัว ไปจนถึงช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อตกเป็นผู้เสียหาย
การข่มขู่คืออะไร? เรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นคดีใหญ่
การข่มขู่ไม่ใช่แค่การพูดข่มเหงให้กลัว แต่รวมถึงการกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว วิตกกังวล หรือตกอยู่ในภาวะกดดัน โดยผู้กระทำมีเจตนาที่จะสร้างความกลัวให้เกิดขึ้น อาจเป็นการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน หรือเปิดเผยความลับที่จะทำให้เสียชื่อเสียง
ข่มขู่แบบไหนผิดกฎหมาย?
กฎหมายได้กำหนดลักษณะการข่มขู่ที่ถือว่าผิดกฎหมายไว้ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
- การข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย เช่น ข่มขู่ว่าจะทุบตี ทำร้าย หรือฆ่า แม้ยังไม่ได้ลงมือทำจริง แต่การพูดข่มขู่ก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว
- การข่มขู่ว่าจะทำลายทรัพย์สิน เช่น ขู่ว่าจะเผาบ้าน ทำลายรถ หรือทำลายสิ่งของมีค่า การข่มขู่ลักษณะนี้มีความผิดแม้ยังไม่ได้ทำจริง
- การข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับ เช่น ขู่ว่าจะเปิดเผยภาพส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล หรือความลับที่จะทำให้เสียชื่อเสียง
- การข่มขู่เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ เช่น ขู่ว่าจะทำร้ายหากไม่จ่ายเงิน หรือไม่ทำตามที่ต้องการ
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ถือว่าเป็นการข่มขู่ผิดกฎหมาย
สถานการณ์ A นายแดงโกรธที่นายดำไม่ยอมคืนเงิน จึงส่งข้อความไปบอกว่า "ถ้าไม่คืนเงินภายในวันนี้ จะไปถึงบ้าน" พร้อมแนบรูปอาวุธ แม้นายแดงจะยังไม่ได้ไปที่บ้านนายดำ แต่การส่งข้อความลักษณะนี้ก็ถือเป็นการข่มขู่ที่ผิดกฎหมายแล้ว
สถานการณ์ B นางสาวเอไม่พอใจที่ถูกเลิกจ้าง จึงส่งอีเมลถึงอดีตนายจ้างว่าจะเปิดเผยข้อมูลความลับของบริษัทหากไม่จ่ายเงินชดเชยเพิ่ม การกระทำนี้ถือเป็นการข่มขู่เพื่อเรียกรับผลประโยชน์
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การข่มขู่ไม่จำเป็นต้องมีการลงมือทำจริง เพียงแค่การแสดงเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นกลัวก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว และหากมีหลักฐานชัดเจน ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้ทันที
รู้จักกฎหมายข่มขู่แบบเข้าใจง่าย
ในฐานะทีมงาน Legardy เราพบว่าคนส่วนใหญ่มักสับสนว่าการกระทำแบบไหนถึงจะเข้าข่ายผิดกฎหมายข่มขู่ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้กันครับ
มาตรา 392 กับความผิดฐานข่มขู่ ผิดมาตราอะไร บทเป็นไง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ระบุไว้ชัดเจนว่า "ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
จากประสบการณ์ดูแลกระทู้ปรึกษากฎหมายในแพลตฟอร์มของเรา พบว่าหลายคนเข้าใจผิดว่าต้องมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นจริงถึงจะแจ้งความได้ แต่ความจริงแล้ว แค่การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นกลัวหรือตกใจก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว
โทษของการข่มขู่ จำคุกหรือแค่ปรับ?
โทษของการข่มขู่แบ่งออกเป็น 3 กรณี
- จำคุกไม่เกิน 1 เดือน
- ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ทั้งจำทั้งปรับ
ศาลจะพิจารณาจากความรุนแรงของการข่มขู่และผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยหากเป็นการข่มขู่ที่ส่งผลกระทบรุนแรง หรือผู้กระทำมีประวัติเคยกระทำผิดมาก่อน โอกาสที่จะถูกจำคุกก็จะมีสูงขึ้น
คดีข่มขู่แพ่ง vs. คดีอาญา ต่างกันยังไง?
คดีข่มขู่สามารถฟ้องได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้เสียหาย
คดีอาญา
- เน้นการลงโทษผู้กระทำผิด
- ดำเนินคดีผ่านการแจ้งความที่สถานีตำรวจ
- ผู้กระทำผิดอาจถูกจำคุกหรือปรับ
คดีแพ่ง
- เน้นการเรียกร้องค่าเสียหาย
- ฟ้องเพื่อเรียกค่าเยียวยาทางจิตใจ
- ศาลอาจสั่งให้ผู้กระทำผิดชดใช้ค่าเสียหาย
จากกระทู้ปรึกษากฎหมายในแพลตฟอร์มของเรา พบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่มักเลือกดำเนินคดีอาญาก่อน เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และสามารถนำผลคดีอาญามาใช้ประกอบการฟ้องคดีแพ่งในภายหลังได้
การข่มขู่ในยุคดิจิทัล อันตรายที่มองไม่เห็น
ในฐานะแพลตฟอร์มที่รวบรวมปัญหากฎหมายของประชาชน ทีม Legardy พบว่าการข่มขู่ในยุคดิจิทัลมีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จากเดิมที่เป็นการข่มขู่ตัวต่อตัว กลายเป็นการข่มขู่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยากต่อการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำผิด และส่งผลกระทบในวงกว้าง
ข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำไมถึงผิดกฎหมาย?
การข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดียมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392
- ความผิดฐานข่มขู่พื้นฐาน
- โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
- มาตรา 14(1) การนำเข้าข้อมูลเท็จที่ก่อให้เกิดความเสียหาย
- มาตรา 14(2) การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคง
- มาตรา 14(4) การนำเข้าข้อมูลที่มีลักษณะลามกและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
- โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การติดตามและจับกุมผู้ข่มขู่ผ่านช่องทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้จริงหรือไม่?
สิ่งที่ต้องทราบตั้งแต่ต้น
- เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามและจับกุมผู้ข่มขู่ออนไลน์ได้ แม้จะใช้บัญชีปลอม
- การข่มขู่ออนไลน์ถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ
- ผู้เสียหายควรรีบแจ้งความทันทีที่ถูกข่มขู่ เพื่อให้การสืบสวนมีประสิทธิภาพสูงสุด
กระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
- การตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานดิจิทัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น
- ข้อความข่มขู่
- ภาพหน้าจอการสนทนา
- วิดีโอหรือเสียงที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่ใช้ในการข่มขู่
- การสืบสวนทางเทคนิค เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมายในการ
- ขอข้อมูล IP Address จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
- ตรวจสอบประวัติการเชื่อมต่อและพิกัดที่ตั้ง
- สืบหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
- ติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
- การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
- ประสานงานกับธนาคารกรณีมีการโอนเงิน
- ร่วมมือกับตำรวจท้องที่ในการจับกุม
5 วิธีที่ต้องทำเมื่อถูกข่มขู่ ทำยังไงไม่ให้เสียเปรียบ
จากประสบการณ์ดูแลกระทู้ปรึกษากฎหมายของ Legardy พบว่าหลายคนมักทำพลาดในช่วงแรกที่ถูกข่มขู่ ส่งผลให้เสียเปรียบในการดำเนินคดี วันนี้เราจะแนะนำวิธีรับมือที่ถูกต้องตามกฎหมาย
5 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการแจ้งความ
- เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทันที
- บันทึกภาพหน้าจอการสนทนาทั้งหมด
- บันทึกเสียงหรือวิดีโอ (ถ้ามี)
- จดวันเวลาและรายละเอียดเหตุการณ์
- เก็บข้อมูลพยานในที่เกิดเหตุ
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ท่านสามารถปรึกษาทนายความผ่าน Legardy ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย
- รับคำแนะนำเบื้องต้นฟรี
- วางแผนการดำเนินคดีที่เหมาะสม
- เตรียมเอกสารสำหรับแจ้งความ
- รู้สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย
- เลือกสถานีตำรวจที่เหมาะสม แจ้งความได้ที่
- สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ
- สถานีตำรวจในเขตที่ผู้เสียหายอาศัย
- กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กรณีถูกข่มขู่ออนไลน์
- ให้ปากคำอย่างรอบคอบ ระบุรายละเอียดสำคัญ
- ลำดับเหตุการณ์ชัดเจน
- ข้อมูลผู้ข่มขู่เท่าที่ทราบ
- ผลกระทบที่ได้รับ
- ความประสงค์ในการดำเนินคดี
- ติดตามความคืบหน้าคดีอย่างสม่ำเสมอ
- จดบันทึกเลขคดีและชื่อพนักงานสอบสวน
- สอบถามความคืบหน้าตามระยะเวลา
- เตรียมพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติม
- เก็บรักษาพยานหลักฐานจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
ทั้งนี้ หากท่านต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญผ่านแพลตฟอร์ม Legardy ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
คำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับคดีข่มขู่
จากการรวบรวมกระทู้ปรึกษากฎหมายในแพลตฟอร์ม Legardy พบว่ามีประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจและจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของผู้เสียหาย
1.ไม่มีหลักฐานการข่มขู่ ฟ้องได้ไหม?
การดำเนินคดีข่มขู่แม้ไม่มีหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรสามารถทำได้ โดยศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานแวดล้อมประกอบกัน ทั้งคำให้การของผู้เสียหาย พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ และพฤติการณ์แวดล้อมอื่นๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวหา
หากผู้เสียหายสามารถให้การได้อย่างสอดคล้องและน่าเชื่อถือ ประกอบกับมีพยานบุคคลหรือพยานแวดล้อมที่สนับสนุน ก็มีโอกาสที่ศาลจะรับฟังและพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายควรพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคดี
2.ข่มขู่ผ่านแชทหรือออนไลน์ ความรุนแรงที่ต่างกัน
กฎหมายได้แบ่งแยกระหว่างการข่มขู่ในแชทส่วนตัวและการข่มขู่โดยเปิดเผย โดยการข่มขู่ในแชทส่วนตัวจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 392 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในขณะที่การข่มขู่โดยเปิดเผยบนโซเชียลมีเดียจะมีความผิดทั้งตามมาตรา 392 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการเผยแพร่ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง ทำให้มีบทลงโทษที่หนักขึ้น
3.กรณีถูกข่มขู่ในที่ทำงาน สิทธิที่คุณควรรู้
เมื่อถูกข่มขู่ในที่ทำงาน นอกจากสิทธิในการดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังมีสิทธิตามกฎหมายแรงงานในการได้รับความคุ้มครองจากนายจ้าง สิ่งแรกที่ควรทำคือแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งเก็บบันทึกเหตุการณ์อย่างละเอียด
หากนายจ้างเพิกเฉย ผู้เสียหายสามารถร้องเรียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และพิจารณาดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย โดยกฎหมายรับรองสิทธิในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปราศจากการคุกคาม
4.กรณีผู้ข่มขู่เป็นเยาวชน การคุ้มครองทั้งสองฝ่าย
กระบวนการยุติธรรมสำหรับเยาวชนมุ่งเน้นการแก้ไขฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ มีการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีตามปกติ เช่น การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู หรือการทำงานบริการสังคม
ในขณะเดียวกัน กฎหมายก็ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย ทั้งในแง่การเยียวยาความเสียหาย การประกันความปลอดภัย และการรักษาความลับของคดี โดยมีกระบวนการพิเศษที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและการคุ้มครองตามกฎหมาย
หน่วยงานช่วยเหลือ ไม่ต้องสู้คนเดียว
การดำเนินคดีข่มขู่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและอาจสร้างความกดดันให้ผู้เสียหาย จากประสบการณ์ดูแลกระทู้ปรึกษากฎหมายของ Legardy พบว่าการได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เหมาะสมจะช่วยให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5.แจ้งความกับใคร? หน่วยงานไหนช่วยได้?
กรณีข่มขู่ทั่วไป สามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในเขตพื้นที่เกิดเหตุ หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ที่ผู้เสียหายพำนักอาศัย โดยพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รับแจ้งความและดำเนินการสืบสวนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
สำหรับการข่มขู่ผ่านช่องทางออนไลน์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นหน่วยงานหลักที่มีความเชี่ยวชาญในการสืบสวนสอบสวนคดีประเภทนี้โดยเฉพาะ
6.สายด่วนและบริการที่คุณควรรู้
สายด่วน 1599 ของสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน กระทรวงยุติธรรม ให้บริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายฟรีตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีนิติกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเบื้องต้น
ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์หรือการคุ้มครองสวัสดิภาพ
7.ทนายความในเครือข่าย Legardy
พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้น และหากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถเลือกใช้บริการในราคาที่เหมาะสม โดยมีความโปร่งใสในการคิดค่าบริการและมีการรับประกันคุณภาพการให้บริการ
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว
สมัครเป็นทนายออนไลน์
แพล็ทฟอร์มรวบรวม
งานกฎหมายจากทั่วประเทศ








