ลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน ฟ้องได้ไหม_ ขั้นตอนฟ้องลูกหนี้ให้ได้เงินคืน!.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-02-07

เมื่อถูกลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้ย่อมได้รับความเดือดร้อนและต้องการเรียกร้องเงินคืน สวัสดีครับ ผมแอดมินและนักเขียนจาก Legardy แพลตฟอร์มรวมทนายความทั่วประเทศ จากการรวบรวมข้อมูลในกระทู้ปรึกษากฎหมายของเรา พบว่าปัญหาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เป็นหนึ่aงในประเด็นที่ได้รับการปรึกษามากที่สุด

บทความนี้จะอธิบายกระบวนการฟ้องร้องลูกหนี้อย่างละเอียด ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมคดี การรวบรวมพยานหลักฐาน ขั้นตอนการดำเนินคดีในชั้นศาล ไปจนถึงการบังคับคดีเพื่อนำทรัพย์สินมาชำระหนี้ พร้อมทั้งแนวทางการเจรจาประนอมหนี้ก่อนฟ้องคดี

 

ลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน ฟ้องได้ไหม_ ขั้นตอนฟ้องลูกหนี้ให้ได้เงินคืน! (2).png

ลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน ทำยังไงดี?

การที่ลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าหนี้ตามกฎหมาย เจ้าหนี้จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อปกป้องสิทธิของตน โดยต้องพิจารณาทั้งสถานะของลูกหนี้ มูลหนี้ที่ค้างชำระ และความคุ้มค่าในการดำเนินคดี

ฟ้องลูกหนี้คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

การฟ้องคดีลูกหนี้เป็นการใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 ซึ่งบัญญัติให้เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องร้องบังคับลูกหนี้ให้ชำระหนี้ได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้จะมีอำนาจตามกฎหมายในการบังคับคดีเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้

การฟ้องคดีมีความสำคัญในแง่การรักษาสิทธิเรียกร้อง เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้หนี้ขาดอายุความ และยังเป็นการยืนยันสิทธิของเจ้าหนี้อย่างเป็นทางการ ทำให้สามารถบังคับชำระหนี้ได้แม้ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่ยินยอมชำระโดยสมัครใจ

ควรฟ้องลูกหนี้เมื่อไหร่ถึงจะดีที่สุด?

การเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการฟ้องคดีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของคดี โดยควรพิจารณาปัจจัยสำคัญดังนี้  

  • ประการแรก ต้องมีการทวงถามและแจ้งให้ลูกหนี้ชำระหนี้อย่างเป็นทางการก่อน โดยจัดทำหลักฐานการทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ประการที่สอง ต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่แสดงความมีอยู่จริงของหนี้และจำนวนหนี้ให้ครบถ้วน เช่น สัญญากู้ยืม หลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารรับสภาพหนี้
  • ประการที่สาม ควรตรวจสอบฐานะทางการเงินและทรัพย์สินของลูกหนี้เบื้องต้น เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการดำเนินคดี
  • ประการที่สี่ ต้องคำนึงถึงอายุความในการฟ้องคดี ซึ่งโดยทั่วไปคดีเงินกู้มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33

 

ฟ้องลูกหนี้ไม่จ่ายเงินต้องเริ่มยังไง?

การฟ้องร้องลูกหนี้เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นระบบ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้แพ้คดีได้ แม้จะมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน

เตรียมเอกสารฟ้องลูกหนี้ไม่จ่ายเงินให้ครบถ้วน

การเตรียมเอกสารเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการฟ้องคดี เอกสารหลักที่จำเป็นต้องมีประกอบด้วย  

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าหนี้ เพื่อแสดงตัวตนและภูมิลำเนา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดเขตอำนาจศาลในการพิจารณาคดี
  • หลักฐานการเป็นหนี้ที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เช่น สัญญากู้ยืมที่มีการลงลายมือชื่อครบถ้วน หลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารรับสภาพหนี้ที่ลูกหนี้ให้ไว้ โดยเอกสารเหล่านี้ต้องระบุจำนวนเงินและเงื่อนไขการชำระหนี้อย่างชัดเจน
  • หลักฐานการทวงถามให้ชำระหนี้ เช่น จดหมายทวงถาม ข้อความการติดต่อ หรือหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้มีความพยายามเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนฟ้องคดีแล้ว

ขั้นตอนการฟ้องลูกหนี้ไม่จ่ายเงินตั้งแต่ต้นจนจบ

กระบวนการฟ้องร้องลูกหนี้มีขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการตามลำดับ ดังนี้  

  • ประการแรก การร่างคำฟ้อง ซึ่งต้องระบุรายละเอียดของคู่ความ มูลคดี และคำขอบังคับให้ชัดเจนครบถ้วน โดยต้องอ้างอิงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 เรื่องสัญญากู้ยืมเงิน
  • ประการที่สอง การยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ โดยทั่วไปจะฟ้องที่ศาลจังหวัดในเขตที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือในเขตที่มูลคดีเกิดขึ้น พร้อมชำระค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์
  • ประการที่สาม การสืบพยานในชั้นศาล ซึ่งเจ้าหนี้จะต้องนำสืบให้ศาลเห็นถึงความมีอยู่จริงของหนี้ จำนวนหนี้ที่ค้างชำระ และการผิดนัดของลูกหนี้
  • ประการที่สี่ การรอคำพิพากษา เมื่อศาลพิจารณาพยานหลักฐานครบถ้วนแล้วจะมีคำพิพากษา ซึ่งหากชนะคดี จะได้รับสิทธิในการบังคับคดีกับทรัพย์สินของลูกหนี้

 

ปุ่มอ่านเพิ่มเติม
ท่านสามารถอ่านคำปรึกษาจริงได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม

 

ฟ้องลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกหนี้มีค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไว้หลายส่วน ซึ่งเจ้าหนี้ควรประเมินความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจฟ้องร้อง

ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องลูกหนี้ที่คุณต้องรู้

ค่าใช้จ่ายหลักในการฟ้องร้องประกอบด้วยสองส่วนสำคัญ

  • ส่วนแรก ค่าธรรมเนียมศาล คำนวณตามทุนทรัพย์ที่ฟ้องร้องในอัตราร้อยละ 2.5 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 โดยมีข้อยกเว้นสำหรับการฟ้องคดีมโนสาเร่ที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียมศาลเพียงร้อยละ 1
  • ส่วนที่สอง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ประกอบด้วยค่าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ค่าคัดถ่ายเอกสาร ค่าพาหนะเดินทางมาศาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการดำเนินคดี

ฟ้องลูกหนี้คุ้มหรือไม่ คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ

การพิจารณาความคุ้มค่าในการฟ้องร้องต้องประเมินจากปัจจัยหลายประการ

  • ประการแรก สถานะทางการเงินและทรัพย์สินของลูกหนี้ หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินหรือรายได้เพียงพอ แม้ชนะคดีก็อาจไม่ได้รับชำระหนี้
  • ประการที่สอง ระยะเวลาในการดำเนินคดี โดยทั่วไปคดีแพ่งใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือนในชั้นศาลชั้นต้น หากมีการอุทธรณ์หรือฎีกาอาจใช้เวลานานถึง 3-5 ปี
  • ประการที่สาม โอกาสในการชนะคดี ต้องพิจารณาจากความสมบูรณ์ของพยานหลักฐาน และข้อต่อสู้ที่ลูกหนี้อาจยกขึ้น
  • ประการที่สี่ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินคดีเทียบกับจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง โดยเฉพาะคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่สูงมาก อาจไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป

จะทำยังไงให้ลูกหนี้ยอมจ่ายก่อนฟ้อง?

การเจรจาก่อนฟ้องคดีเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการเรียกเก็บหนี้ เพราะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายของทุกฝ่าย

เทคนิคเจรจากับลูกหนี้ไม่จ่ายเงินให้ได้ผล

การเจรจากับลูกหนี้ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีหลักการทางกฎหมายรองรับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 354 ที่เปิดช่องให้เจ้าหนี้และลูกหนี้สามารถตกลงปรับโครงสร้างหนี้ได้

  • ประการแรก การรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน ต้องจัดเตรียมรายละเอียดหนี้ทั้งหมด พร้อมคำนวณดอกเบี้ยให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแสดงความจริงจังในการเรียกเก็บหนี้
  • ประการที่สอง การส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ โดยระบุรายละเอียดหนี้ กำหนดเวลาชำระ และผลทางกฎหมายหากไม่ปฏิบัติตาม ทั้งนี้ต้องระมัดระวังไม่ให้เข้าข่ายการข่มขู่หรือการติดตามทวงถามหนี้ที่ผิดกฎหมาย
  • ประการที่สาม การเสนอทางเลือกในการชำระหนี้ที่เป็นไปได้ เช่น การผ่อนชำระ การลดดอกเบี้ย หรือการประนีประนอมยอมความบางส่วน โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระของลูกหนี้

วิธีทำข้อตกลงประนอมหนี้กับลูกหนี้

การทำข้อตกลงประนอมหนี้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อให้มีผลผูกพันทางกฎหมาย

  • ประการแรก การจัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความต้องทำเป็นหนังสือ โดยระบุรายละเอียดข้อตกลงให้ชัดเจน ทั้งจำนวนหนี้ที่ต้องชำระ งวดการผ่อนชำระ และเงื่อนไขอื่นๆ
  • ประการที่สอง ควรมีพยานลงลายมือชื่อในสัญญา และจัดเก็บหลักฐานการทำข้อตกลงไว้อย่างครบถ้วน
  • ประการที่สาม หากเป็นไปได้ ควรจัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาล เพราะจะมีผลบังคับได้ทันทีเมื่อลูกหนี้ผิดนัด โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่

ถ้าลูกหนี้ไม่มีเงินจ่าย จะทำยังไง?

เมื่อลูกหนี้ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ เจ้าหนี้ยังมีช่องทางทางกฎหมายในการบังคับคดีเพื่อให้ได้รับชำระหนี้

การยึดทรัพย์สินลูกหนี้ ขั้นตอนและข้อควรรู้

การบังคับคดียึดทรัพย์สินลูกหนี้ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

  • ประการแรก การสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อกรมบังคับคดีเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินของลูกหนี้ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ บัญชีเงินฝาก และทรัพย์สินอื่นๆ
  • ประการที่สอง การขออายัดทรัพย์สิน สามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยเฉพาะกรณีเงินเดือนหรือรายได้ประจำของลูกหนี้
  • ประการที่สาม การบังคับคดีกับอสังหาริมทรัพย์ ต้องดำเนินการผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การประเมินราคา การประกาศขายทอดตลาด จนถึงการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้

ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สิน ฟ้องแล้วจะได้เงินคืนไหม?

กรณีที่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้บังคับคดี เจ้าหนี้ยังมีทางเลือกดังนี้

  • ประการแรก การขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามลูกหนี้ออกนอกประเทศ ตามมาตรา 339 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อกดดันให้ลูกหนี้ชำระหนี้
  • ประการที่สอง การติดตามทรัพย์สินในอนาคต เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้มีระยะเวลา 10 ปีในการบังคับคดี หากพบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินเพิ่มเติมในภายหลัง
  • ประการที่สาม การยื่นขอฟื้นฟูกิจการหรือล้มละลาย ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นนิติบุคคลและมีหนี้สินล้นพ้นตัว

 

ลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน ฟ้องได้ไหม_ ขั้นตอนฟ้องลูกหนี้ให้ได้เงินคืน! (3).png

อยากฟ้องลูกหนี้ให้ชนะ ต้องมีผู้ช่วย!

ความสำเร็จในการดำเนินคดีกับลูกหนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีพยานหลักฐานที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทำไมการใช้บริการทนายผู้เชี่ยวชาญจาก Legardy จึงช่วยให้คุณได้เปรียบ

การมีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีหนี้สินจะช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะคดีอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก  

  • ประการแรก ทนายความจาก Legardy มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์คดีและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน สามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินคดี
  • ประการที่สอง ทนายความเข้าใจกระบวนการพิจารณาคดีอย่างลึกซึ้ง สามารถวางกลยุทธ์การดำเนินคดีให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่
  • ประการที่สาม ทนายความสามารถช่วยเจรจาต่อรองกับลูกหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ความรู้ทางกฎหมายและประสบการณ์ในการหาทางออกที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

Legardy ช่วยอะไรคุณได้บ้างในกระบวนการฟ้องลูกหนี้

Legardy มีบริการครบวงจรในการช่วยเหลือเจ้าหนี้ดังนี้  

  • ประการแรก การวิเคราะห์คดีและให้คำปรึกษาเบื้องต้น เพื่อประเมินความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการดำเนินคดี
  • ประการที่สอง การรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินคดี รวมถึงการสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินของลูกหนี้
  • ประการที่สาม การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การยื่นฟ้อง การสืบพยาน จนถึงการบังคับคดี
  • ประการที่สี่ การให้คำปรึกษาและดูแลคดีอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการ เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับความเป็นธรรมและผลประโยชน์สูงสุด

 

ฟ้องลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน กี่วันถึงได้เงินคืน?

ระยะเวลาในการดำเนินคดีและการบังคับคดีเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหนี้ต้องพิจารณา เพราะส่งผลต่อการวางแผนและการตัดสินใจในการดำเนินคดี

ระยะเวลาในการดำเนินคดีลูกหนี้

กระบวนการก่อนฟ้องคดี การเตรียมความพร้อม

การเตรียมการก่อนฟ้องคดีเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เริ่มจากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับมูลหนี้ ทั้งสัญญากู้ยืม หลักฐานการโอนเงิน และเอกสารการทวงถาม ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน ในการตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเอกสารทั้งหมด

การยื่นฟ้องและกระบวนการส่งหมาย

เมื่อยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ศาลจะใช้เวลาประมาณ 7 วันในการตรวจคำฟ้องและออกหมายเรียกจำเลย จากนั้นเจ้าพนักงานศาลจะดำเนินการส่งหมายให้แก่จำเลย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 73 กำหนดให้ต้องส่งหมายให้แก่จำเลยโดยชอบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้อง

การพิจารณาคดีในชั้นศาล

การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยดังนี้  

การชี้สองสถานและการไกล่เกลี่ย

ศาลจะนัดคู่ความมาศาลภายใน 30 วันหลังจำเลยยื่นคำให้การ เพื่อดำเนินการชี้สองสถานและไกล่เกลี่ย หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ศาลจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทและวางแนวทางการสืบพยาน

การสืบพยานและการพิจารณา

กระบวนการสืบพยานใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและจำนวนพยาน โดยศาลจะกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยตามลำดับ

การทำคำพิพากษา

หลังสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลจะใช้เวลาประมาณ 30-60 วันในการพิจารณาพยานหลักฐานและทำคำพิพากษา

การอุทธรณ์และฎีกา

หากมีการอุทธรณ์ คู่ความต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา การพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือน และหากมีการฎีกาต่อ จะใช้เวลาในชั้นฎีกาอีกประมาณ 12-18 เดือน

เมื่อศาลตัดสินแล้ว จะได้เงินคืนเมื่อไหร่?

การเริ่มต้นกระบวนการบังคับคดี

หลังจากคำพิพากษาถึงที่สุด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการบังคับคดี มาตรา 271 ซึ่งกำหนดให้ต้องขอออกคำบังคับภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา การขอออกคำบังคับและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีใช้เวลาประมาณ 30 วัน

การดำเนินการสืบทรัพย์ลูกหนี้

กระบวนการสืบทรัพย์แบ่งเป็นหลายขั้นตอน  

การตรวจสอบทรัพย์สินจดทะเบียน

เจ้าพนักงานบังคับคดีจะส่งหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก และสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินของลูกหนี้ ใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน

การอายัดทรัพย์สินและรายได้

หากพบทรัพย์สินหรือรายได้ของลูกหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการอายัดทันที โดยเฉพาะเงินเดือนหรือรายได้ประจำ ซึ่งตามมาตรา 286 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สามารถอายัดได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของรายได้

กระบวนการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์

การยึดและขายทอดตลาดทรัพย์มีขั้นตอนสำคัญดังนี้  

การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานบังคับคดีจะแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญประเมินราคาทรัพย์สิน ใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน โดยต้องคำนึงถึงสภาพ อายุ และมูลค่าตลาดของทรัพย์สิน

การประกาศขายทอดตลาด

ต้องมีการประกาศขายทอดตลาดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และมักจัดให้มีการขายทอดตลาด 4-6 นัด เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม

การรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาด

เมื่อขายทอดตลาดได้แล้ว มีขั้นตอนการจ่ายเงินดังนี้  

การตรวจสอบบัญชีส่วนเฉลี่ย

เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยเพื่อจัดสรรเงินให้แก่เจ้าหนี้ทุกราย ใช้เวลาประมาณ 30 วัน

การจ่ายเงินให้เจ้าหนี้

หลังจากบัญชีส่วนเฉลี่ยเสร็จสิ้น จะมีการแจ้งให้เจ้าหนี้มารับเงิน ซึ่งใช้เวลาอีกประมาณ 15-30 วัน

 

 

การป้องกันปัญหาลูกหนี้ไม่จ่ายเงินในอนาคต

การป้องกันปัญหาการผิดนัดชำระหนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหนี้ต้องพิจารณาตั้งแต่ก่อนการให้กู้ยืม เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดข้อพิพาทในอนาคต

การประเมินความน่าเชื่อถือของลูกหนี้ก่อนให้กู้

การตรวจสอบประวัติทางการเงิน

การตรวจสอบเครดิตบูโรเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยประเมินพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีตของลูกหนี้ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 การตรวจสอบต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ก่อน และข้อมูลที่ได้จะแสดงประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง 3 ปี

การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้

เจ้าหนี้ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ เช่น รายได้ประจำ ภาระหนี้สินที่มีอยู่ และความมั่นคงทางการเงิน โดยสัดส่วนการผ่อนชำระไม่ควรเกินร้อยละ 30-40 ของรายได้

การจัดทำสัญญาให้รัดกุม

องค์ประกอบสำคัญของสัญญากู้ยืม

สัญญากู้ยืมที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ต้องมีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับ  

การระบุวัตถุประสงค์และเงื่อนไข

สัญญาต้องระบุวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม จำนวนเงินที่กู้ อัตราดอกเบี้ย และกำหนดเวลาการชำระคืนอย่างชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขการผิดนัดและผลของการผิดสัญญา

การกำหนดหลักประกัน

หากมีการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกัน ต้องระบุรายละเอียดของทรัพย์สิน มูลค่า และเงื่อนไขการบังคับหลักประกันให้ครบถ้วน

การบริหารจัดการลูกหนี้อย่างเป็นระบบ

การจัดทำระบบติดตามหนี้

การมีระบบติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะการชำระหนี้และดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

การสื่อสารกับลูกหนี้

การรักษาช่องทางการสื่อสารที่ดีกับลูกหนี้ช่วยให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการชำระหนี้ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้สามารถหาแนวทางแก้ไขร่วมกันได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลาย

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน

กรณีลูกหนี้หลบหนีและไม่สามารถติดต่อได้

การดำเนินการทางกฎหมายกับลูกหนี้ที่หลบหนี

ในกรณีที่ลูกหนี้หลบหนีหรือไม่สามารถติดต่อได้ กฎหมายได้กำหนดมาตรการพิเศษในการดำเนินคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 73 ทวิ โดยศาลอาจอนุญาตให้ส่งหมายโดยวิธีปิดประกาศ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์ได้

การสืบหาที่อยู่ลูกหนี้

เจ้าหนี้สามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบที่อยู่ของลูกหนี้ผ่านหน่วยงานราชการ เช่น กรมการปกครอง หรือสำนักงานประกันสังคม โดยต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นในการขอตรวจสอบข้อมูล

ความแตกต่างระหว่างหนี้ธุรกิจและหนี้ส่วนตัว

การพิจารณาประเภทของหนี้

หนี้ธุรกิจและหนี้ส่วนตัวมีความแตกต่างในแง่ของกระบวนการทางกฎหมายและการบังคับคดี โดยเฉพาะในประเด็นต่อไปนี้  

เขตอำนาจศาล

หนี้ธุรกิจที่มีทุนทรัพย์สูงอาจอยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ในขณะที่หนี้ส่วนตัวจะอยู่ในเขตอำนาจของศาลแพ่งหรือศาลจังหวัด

การบังคับคดี

หนี้ธุรกิจอาจมีทางเลือกในการบังคับคดีที่หลากหลายกว่า เช่น การฟื้นฟูกิจการ หรือการล้มละลาย ในขณะที่หนี้ส่วนตัวมักจำกัดอยู่ที่การบังคับคดีกับทรัพย์สินส่วนบุคคล

ผลกระทบต่อเครดิตบูโร

การบันทึกประวัติการถูกฟ้องร้อง

การถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจะถูกบันทึกในประวัติเครดิตบูโรของลูกหนี้เป็นระยะเวลา 3 ปี ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือทางการเงินในอนาคต

ผลกระทบระยะยาว

การมีประวัติถูกฟ้องร้องอาจส่งผลต่อ  

  • การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
  • การทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องการการตรวจสอบประวัติเครดิต
  • โอกาสในการประกอบธุรกิจหรือการทำงานในอนาคต

 

สรุป ฟ้องลูกหนี้ไม่จ่ายเงินให้สำเร็จ เริ่มต้นอย่างไรดี?

หลักการสำคัญในการดำเนินคดีกับลูกหนี้

การวางแผนกลยุทธ์ทางกฎหมาย

การฟ้องร้องลูกหนี้ให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบและการเตรียมการที่เป็นระบบ โดยต้องพิจารณาองค์ประกอบทางกฎหมายทั้งในแง่สารบัญญัติและวิธีสบัญญัติ การประเมินความเป็นไปได้ในการบังคับคดี และการคาดการณ์ข้อต่อสู้ที่อาจเกิดขึ้น

การรักษาสิทธิตามกฎหมาย

เจ้าหนี้ต้องดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุความในการฟ้องคดี การทวงถามหนี้ และการบังคับคดี เพื่อป้องกันการเสียสิทธิในการเรียกร้อง

แนวทางการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ

การเตรียมพยานหลักฐาน

ความสำเร็จในการฟ้องร้องขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน โดยต้องมีการจัดเตรียมและจัดระบบเอกสารทั้งหมดให้พร้อมสำหรับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาล

การบริหารจัดการคดี

การดำเนินคดีต้องมีการวางแผนและติดตามอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การยื่นฟ้อง การสืบพยาน การบังคับคดี จนถึงการรับชำระหนี้ โดยต้องคำนึงถึงระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

บทบาทของ Legardy ในการช่วยเหลือเจ้าหนี้

การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

ทนายความผู้เชี่ยวชาญจาก Legardy สามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในทุกขั้นตอนของการดำเนินคดี ตั้งแต่การประเมินความเป็นไปได้ของคดี การวางกลยุทธ์ในการดำเนินคดี จนถึงการบังคับคดีเพื่อให้ได้รับชำระหนี้

การดูแลคดีอย่างครบวงจร

Legardy มีระบบการจัดการคดีที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทีมทนายความที่มีประสบการณ์ในการดำเนินคดีหนี้สิน สามารถช่วยให้เจ้าหนี้ได้รับความเป็นธรรมและผลประโยชน์สูงสุดจากกระบวนการทางกฎหมาย

ปุ่มอ่านเพิ่มเติม
ปรึกษาทนายกับ Legardy ฟรี ปรึกษาเลย

การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

การป้องกันปัญหาหนี้สินในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหนี้ควรมีระบบการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของลูกหนี้ และการจัดทำสัญญาที่รัดกุม เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดข้อพิพาทในอนาคต

 

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />