
ความหมายของสินส่วนตัวและสินสมรส

ความหมายสินส่วนตัว (ม.1471)
สินส่วนตัว ได้แก่ ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส เครื่องใช้ส่วนตัว เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับตามสมควร เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ หรือทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส โดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา หรือทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471)
การแปลงสภาพแล้วยังคงเป็นสินส่วนตัว (ม.1472)
สินส่วนตัวนั้น แม้จะได้ไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินอื่นมา ขายไปเป็นเงิน หรือถูกทำลายและได้ทรัพย์สินอื่นหรือเงินมาทดแทน
ทรัพย์สินหรือเงินที่ได้มานั้นก็ยังคงเป็นสินส่วนตัว (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1472) เมื่อทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายใดแล้ว ฝ่ายนั้นย่อมเป็นผู้มีอำนาจจัดการแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง
อำนาจจัดการสินส่วนตัวของคู่สมรส (ม.1473)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 ตัวอย่างเช่น รถยนต์ บ้าน ที่ดิน ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซื้อมาก่อนจดทะเบียนสมรส หรือเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เงินฝากบัญชีธนาคารที่มีมาก่อนจดทะเบียนสมรส เป็นต้น
ความหมายของสินสมรส (มาตรา 1474, 1476)
สินสมรส ได้แก่ ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส หรือได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมที่ระบุให้เป็นสินสมรสหรือโดยการให้เป็นหนังสือที่ระบุให้เป็นสินสมรส หรือทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474) เมื่อทรัพย์สินใดเป็นสินสมรส หากเป็นการจัดการสินสมรสที่สำคัญ ๆ คู่สมรสต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476) ตัวอย่างเช่น รถยนต์ บ้าน ที่ดิน ที่คู่สมรสมาซื้อมาระหว่างที่จดทะเบียนสมรสกันแล้ว เงินเดือนที่ได้มาหลังจดทะเบียนสมรส เป็นต้น การแบ่งสินสมรส เมื่อทรัพย์สินใดเป็นสินสมรส ต้องถือว่า คู่สมรสต่างมีส่วนเท่า ๆ กันในทรัพย์สินนั้น เช่น บ้านพร้อมที่ดินมูลค่า 1,000,000 บาท คู่สมรสแต่ละฝ่ายก็มีส่วนคนละ 500,000 บาท เป็นต้น
กรณีที่เป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินนั้นเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส

กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรสเสมอ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474) ดังนั้น หากมีการโต้แย้งกัน ฝ่ายที่กล่าวอ้างว่า ทรัพย์สินนั้นเป็นสินส่วนตัวของตนเอง ก็มีภาระการพิสูจน์ การแบ่งสินสมรสตามกฎหมายนั้น เมื่อคู่สมรสหย่ากันแล้วให้แบ่งสินสมรสให้คู่สมรสได้ส่วนเท่า ๆ กัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วเมื่อมีข้อพิพาทขึ้นสู่ศาล โดยส่วนมากการแบ่งสินสมรสนั้น คู่สมรสมักแบ่งทรัพย์สินกันตามรายการที่ตกลงกันว่าให้ทรัพย์สินใดตกแก่ฝ่ายใด หรืออาจแบ่งโดยให้ฝ่ายที่ได้ทรัพย์สินไปใช้เงินตามส่วนแก่อีกฝ่ายหนึ่ง หรือขายทรัพย์สินนั้นและนำเงินที่ได้มาแบ่งคนละเท่า ๆ กัน
อ่านกระทู้กฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง สินสมรส
Q: อดีตสามี (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ลักขโมยทรัพย์สินส่วนตัวไป สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ไหมค่ะ..
Q: มรดกจากพ่อสามี จะตกเป็นของภรรยาได้หรือไม่หากสามีเสียชีวิต
สมรสเท่าเทียม: การแก้ไข ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567
สมรสเท่าเทียมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ได้มีการประกาศแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 โดยมีเหตุการแก้ไขมาจากเดิมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จำกัดเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันที่มีการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวระหว่างบุคคลเพศหลากหลาย จึงแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางประการในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อรองรับให้บุคคลเพศหลากหลายสามารถหมั้นและสมรสกันได้ ซึ่งจะทำให้มีสิทธิ หน้าที่และสถานะทางครอบครัวเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายหญิง การแก้ไขกฎหมายนั้น ทำให้การหมั้นนั้นไม่จำกัดเฉพาะชายหญิง
การหมั้นของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (ม.1435)
แต่ทำให้บุคคลสองคนไม่ว่าจะมีเพศใดก็สามารถหมั้นกันได้อย่างเท่าเทียม (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1435) และหากมีเหตุที่ทำให้ไม่สามารถสมรสกันได้หรือผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายหนึ่งก็มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายได้ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เงื่อนไขการสมรสเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่กำหนดให้ “การสมรสจะกระทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้”
อายุสมรสใหม่ (ม.1448)
แก้ไขเป็นกำหนดให้ “การสมรสจะกระทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้” (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448) และส่งผลให้สิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสเพศเดียวกันมีเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายหญิง อาทิเช่น สิทธิในการอุปการะเลี้ยงดู สิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส เป็นต้น
ทรัพย์ของคู่เพศเดียวกันหลังจดทะเบียน = สินสมรสเช่นเดียวกัน
สินสมรสภายหลังแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียม การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับการสมรสเท่าเทียมดังกล่าว ส่งผลให้ทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสไม่ว่าจะต่างเพศกันหรือเพศเดียวกันที่ได้จดทะเบียนสมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมายก็ถือเป็นสินสมรสที่มีส่วนเท่า ๆ กันทั้งสิ้น จากเดิมที่ก่อนกฎหมายแก้ไข ทรัพย์สินระหว่างบุคคลเพศเดียวกันที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้น อาจต้องพิจารณาจากบทบัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์สินเรื่องกรรมสิทธิ์รวม โดยไม่อาจถือได้ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรส นอกจากนี้ ยังส่งผลให้การจัดการสินสมรสระหว่างคู่สมรสเพศเดียวกัน อยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 กล่าวคือ หากเป็นนิติกรรมที่สำคัญ อาทิเช่น การขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก หรือจำนอง บ้านหรือที่ดิน การให้เช่าบ้านหรือที่ดินเกินกว่า 3 ปี การให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน หรือการให้โดยเสน่หา เป็นต้น คู่สมรสจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้จัดการหรือทำนิติกรรมนั้นร่วมกัน หรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน ซึ่งหากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งกระทำไปโดยลำพัง หรือปราศจากความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสฝ่ายที่ไม่ได้ร่วมจัดการด้วยหรือไม่ได้ให้ความยินยอม สามารถฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ เว้นแต่คู่สมรสนั้นได้ให้สัตยาบัน หรือในขณะที่ทำนิติกรรมบุคคลภายนอกได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 โดยพิจารณาขณะทำนิติกรรมว่าบุคคลภายนอกนั้นทราบหรือไม่ว่าเป็นนิติกรรมที่ผูกพันต่อสินสมรส (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6286/2562)
เหตุสิ้นสุดสมรส (ม.1501)
การสิ้นสุดการสมรส ภายหลังแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียม การสิ้นสุดการสมรสนั้นย่อมเกิดด้วยความตายของคู่สมรส การจดทะเบียนหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501) ภายหลังการแก้ไขกฎหมายเรื่องการสมรสเท่าเทียม
เหตุฟ้องหย่า (ม.1516)
เมื่อคู่สมรสได้จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายแล้ว หากต่อมาปรากฏเหตุตามกฎหมายอันเป็นเหตุให้ฟ้องหย่า คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็มีสิทธิฟ้องหย่าอีกฝ่ายได้ อาทิเช่น คู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีชู้ ทำร้ายร่างกาย ทิ้งร้างเกิน 1 ปี หรือสมัครใจแยกกันอยู่เกินกว่า 3 ปี เป็นต้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516)
ค่าทดแทนในคดีชู้ (ม.1523)
นอกจากนี้ หากปรากฏเหตุว่าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีชู้ นอกจากจะเป็นเหตุให้ฟ้องหย่าได้แล้ว คู่สมรสฝ่ายนั้นยังสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสของตนไปในทำนองชู้ หรือผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้ก็ได้ โดยไม่จำกัดว่าชู้นั้นจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศกันก็ตาม (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523)
10 คำถามที่พบบ่อยสินสมรส สินส่วนตัว หลังสมรสเท่าเทียม

1.ตั้งแต่เมื่อไหร่คู่สมรสเพศเดียวกันถูกนับ “คู่สมรส” เพื่อเรื่องสินสมรส?
กฎหมายประกาศราชกิจจาฯ 24 ก.ย. 2567 และมีผลหลังพ้น 120 วัน (ทางปฏิบัติเริ่มจดทะเบียน 23 ม.ค. 2568) ทรัพย์ที่ได้ “หลังจดทะเบียนสมรส” จึงเข้ากฎสินสมรสเหมือนทุกคู่สมรส
2.เงินเดือน/โบนัสที่ได้หลังสมรสเป็นสินสมรสไหม?
เป็น—ทรัพย์ที่คู่สมรสได้ “ระหว่างสมรส” เข้าข่ายสินสมรสตาม ม.1474(1)
3.ดอกผลจากทรัพย์ (ค่าเช่าบ้าน ดอกเบี้ย ปันผลหุ้น) เป็นสินสมรสหรือไม่?
เป็น—“ดอกผลของสินส่วนตัว” เป็นสินสมรสตาม ม.1474(3) (ดอกผลธรรมดา/นิตินัย)
4.คอนโด/บ้านซื้อก่อนสมรส แต่ผ่อนต่อหลังสมรส จัดเป็นอะไร?
ตัวทรัพย์ยังเป็น “สินส่วนตัว” (ม.1471, 1472) แต่อาจมีสิทธิเรียกร้องชดใช้ส่วนเงินสินสมรสที่นำไปผ่อน—ขึ้นกับพยานหลักฐานข้อเท็จจริง
5.จะขาย/จำนองบ้านที่เป็น “สินสมรส” ต้องให้อีกฝ่ายยินยอมไหม?
ต้อง—ธุรกรรมสำคัญตาม ม.1476 ต้องจัดการร่วมกันหรือได้ความยินยอมก่อน
6.ถ้าอีกฝ่าย “แอบโอน/ขาย” สินสมรสโดยไม่ยินยอม ทำอะไรได้บ้าง?
ฟ้องเพิกถอนได้ตาม ม.1480 ภายใน 1 ปีนับแต่รู้เหตุ หรือ 10 ปีนับแต่ทำนิติกรรม (ยกเว้นบุคคลภายนอกสุจริตได้ค่าตอบแทน)
7.พรีนัป (สัญญาก่อนสมรส) ทำให้ทรัพย์บางอย่าง “ไม่เป็นสินสมรส” ได้หรือไม่?
ได้—ตกลงรูปแบบการจัดการทรัพย์ต่างจาก ม.1476 ได้ หากทำ “สัญญาก่อนสมรส” ถูกต้องตาม ม.1465–1466 และจดแจ้งพร้อมจดทะเบียนสมรส
8.“ของหมั้น/มรดก/ของขวัญ” นับเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว?
โดยหลักเป็น “สินส่วนตัว” (ม.1471(3),(4)) เว้นแต่พินัยกรรม/หนังสือยกให้ “ระบุให้เป็นสินสมรส” ตาม ม.1474(2)
9.หนี้ระหว่างสมรสแบ่งอย่างไร—หนี้ใคร ใครรับผิด?
หลักทั่วไป: หนี้ส่วนตัวชำระด้วยสินส่วนตัวก่อน; หนี้ร่วมใช้ทั้งสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสอง—พิจารณาตามลักษณะหนี้และวัตถุประสงค์
10.หุ้น/กองทุน/คริปโตที่ “เริ่มลงทุนหลังสมรส” เป็นสินสมรสไหม?
เป็น—ถือว่า “ได้มาในระหว่างสมรส” ตาม ม.1474(1); ดอกผล (ปันผล/ดอกเบี้ย/ค่าเช่า) ก็เป็นสินสมรสตาม ม.1474(3). ถ้าซื้อด้วย “เงินสินส่วนตัว” อาจอาศัย ม.1472 พิสูจน์ว่าเป็นทรัพย์ทดแทนของสินส่วนตัว
สรุป
การแก้ไขกฎหมายเรื่องการสมรสเท่าเทียม ส่งผลให้สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ของคู่สมรสเพศเดียวกัน มีเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายหญิงตามกฎหมายเดิม ทั้งยังเป็นการอุดช่องว่างในกฎหมายของปัญหาคู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกันให้สามารถดำเนินการต่อศาลได้อย่างเช่นคู่สมรสชายหญิงด้วย
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


