ปัญหาเลี้ยงสัตว์ ไก่-สุนัข จนส่งกลิ่นและเสียงรบกวน_ แนวทางกฎหมาย.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-12-17

ปัญหาเลี้ยงสัตว์ ไก่-สุนัข จนส่งกลิ่นและเสียงรบกวน: แนวทางกฎหมาย

ปัญหาเลี้ยงสัตว์ ไก่-สุนัข จนส่งกลิ่นและเสียงรบกวน_ แนวทางกฎหมาย.png

ปัญหาเรื่องสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในสังคมไทย โดยเฉพาะกรณีที่สัตว์ของผู้อื่นมาทำร้ายหรือสร้างความเสียหายให้เรา ซึ่งหลายคนพอจะรู้แล้วว่าตนเองมีสิทธิทางกฎหมายอะไรบ้าง แต่ในอีกด้านหนึ่งยังมีปัญหาที่มักถูกมองว่าเล็กน้อย เช่น การเลี้ยงสัตว์จนเกิดกลิ่นเหม็นหรือเสียงรบกวน แม้ความเสียหายจะไม่ชัดเจนเท่ากรณีถูกทำร้ายโดยตรง แต่ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ 

วันนี้จึงอยากชวนทุกคนมาดูว่า หากสัตว์เลี้ยงสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่น จะเข้าข่ายความผิดหรือมีแนวทางทางกฎหมายอะไรที่ใช้ได้บ้าง มาดูกัน

1. เรื่องสัตว์เลี้ยงส่งเสียงหรือกลิ่นรบกวน ผิดกฎหมายอะไรได้บ้าง ?

ปัญหาเลี้ยงสัตว์ ไก่-สุนัข จนส่งกลิ่นและเสียงรบกวน_ แนวทางกฎหมาย (2).png

1.1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397

การที่สัตว์เลี้ยงส่งเสียงรบกวน หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการเลี้ยงสัตว์จนรบกวนเพื่อนบ้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เป็นแบบรูปธรรมให้เราเห็นชัดอย่างกรณีสัตว์เลี้ยงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือทำร้ายสร้างอันตรายต่อผู้อื่น แต่แค่สร้างความรบกวนรำคาญก็อาจเข้าข่ายในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคหนึ่ง ที่วางหลักว่า 

ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อผู้อื่นที่เป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือทำให้อับอาย เดือดร้อน รำคาญต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 5,000 บาท

จะเห็นได้ว่า กรณีดังกล่าวอาจมีลักษณะเข้าข่ายเป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญได้ ซึ่งจะมีโทษทางอาญาเป็นการปรับเงินด้วย

1.2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ มาตรา 421

มาตรา 420 วางหลักว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่สิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือการกระทำละเมิดและผู้ทำละเมิดต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน” มาตรานี้เป็นมาตราพื้นฐานในเรื่องละเมิดที่สามารถใช้เรียกร้องต่อผู้ที่ทำสิ่งที่กระทบกับสิทธิของเราได้

การที่สัตว์เลี้ยงสร้างความรบกวนไม่ว่าจะเรื่องเสียงหรือกลิ่น กรณีดังกล่าวก็มีลักษณะที่อาจสามารถเข้าข่ายเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่บุคคลอื่นได้ เพราะสิทธิในมาตรานี้วางขอบเขตไว้อย่างกว้างครอบคลุมถึงทุก ๆ สิทธิ และมาตรานี้ยังไม่ได้สนใจว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมากหรือน้อยเพียงใด แต่ดูว่าเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการกระทำของคนนั้นเป็นหลัก  

ในทางกลับกัน ผู้เลี้ยงสัตว์ที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นก็ไม่สามารถอ้างว่า “ฉันก็มีสิทธิ มันเป็นสิทธิของฉัน” เพราะการใช้สิทธิของตัวเองจนไปกระทบสิทธิของผู้อื่นเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ตามที่ถูกวางหลักไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง วางหลักว่า “ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี และไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพผู้อื่น” 

นอกจากนี้ยังมีวางหลักไว้อีกในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 “หากผู้ใดใช้สิทธิของตนจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น การใช้สิทธินั้นเป็นการใช้สิทธิโดยมิชอบ”

⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน

1.3 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

ในประเทศไทยเรามีพระราชบัญญัติเฉพาะที่มีหนึ่งในวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีต่อสุขภาพ ตัวบทกฎหมายนี้เองได้พูดถึงสิ่งรบกวนคนอื่นไว้ว่าเป็น “เหตุรำคาญ” ซึ่งวางหลักไว้ใน มาตรา 25

 “เหตุรำคาญ เป็นกรณีมีเหตุที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่คนอื่นที่อาศัยอยู่ข้างเคียง หรือคนที่ได้พบเหตุต่อไปนี้ 

     (1) สถานที่ที่อยู่ในทำเลไม่เหมาะสม สกปรก มีการสะสมหมักหมม หรือการเทอะไรทิ้งที่จะส่งกลิ่นเหม็นหรือละอองสารพิษ อาจเป็นที่เพาะพันธุ์พาหะนำโรค หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ 

     (2) การเลี้ยงสัตว์ที่มีจำนวนมากเกินไปหรือเลี้ยงในสถานที่หรือวิธีการที่จะทำให้เป็น
การเสี่ยงต่อสุขภาพ

     (3) อาคารที่เป็นที่อยู่ของคนหรือสัตว์ สถานที่ประกอบการ โรงงานที่ไม่มีการระบายน้ำหรืออากาศ การกำจัดสิ่งปฏิกูล หรือการควบคุมสารพิษ หรือมีแล้วแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพจนทำให้เป็นการเสี่ยงต่อสุขภาพ

     (4) การกระทำอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ การสั่นสะเทือน ฝุ่น เขม่า เถ้า หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

     (5) เหตุอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา”

💬 อ่านคำปรึกษากฎหมายและคำตอบจากทนาย (Q&A) 

จะเห็นได้ว่ามาตรานี้ครอบคลุมไว้หลายกรณี ซึ่งหากเราเลี้ยงสัตว์แล้วไม่รักษาความสะอาดให้ดีจนเกิดการสะสมของเชื้อโรคและก่อกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปรบกวนเพื่อนบ้าน หรือสัตว์เลี้ยงของเราส่งเสียงรบกวนในเวลาที่ผู้อื่นควรได้พักผ่อน สิ่งเหล่านี้อาจเข้าข่ายเป็นเหตุรำคาญตามกฎหมายได้ 

เมื่อเป็นเรื่องเหตุรำคาญดังกล่าวแล้วสิ่งที่จะตามมา คือ เจ้าพนักงานท้องถิ่นก็มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อให้ยุติเหตุรำคาญภายในเวลาอันสมควร และสามารถกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นอีกในอนาคตได้ ซึ่งต้องระบุไว้ในคำสั่ง อำนาจนี้ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถใช้ได้ 

ไม่ว่าเหตุรำคาญนั้นจะเกิดในที่สาธารณะหรือในสถานที่เอกชน ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติตามที่วางหลักไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 28

ทั้งนี้ กรณีมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น จากการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้เพื่อระงับเหตุรำคาญ หรืออาจใช้เพื่อจัดการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรำคาญ เพราะบุคคลซึ่งเป็นต้นเหตุของเหตุรำคาญหรือเจ้าของสถานที่นั้น (แล้วแต่กรณี) ไม่ทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ 

  •  กรณีสถานที่สาธารณะตาม มาตรา 27 : ผู้จ่ายเงินส่วนนี้ คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดเหตุรำคาญ 
  •  กรณีสถานที่เอกชนตาม มาตรา 28 : ผู้จ่ายเงินส่วนนี้ คือ เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ. 16/2567 

การประกอบกิจการเลี้ยงสุกรก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นของมูลสุกรส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยรอบ เป็นการก่อเหตุรำคาญตาม มาตรา 25 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เจ้าหน้าที่จึงมีอำนาจดำเนินการเพื่อระงับเหตุรำคาญได้ตามมาตรา 26 และมาตรา 28 แต่เจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการได้เท่าที่ผลกระทบเกิดขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ หากเราไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28 ก็จะมีบทลงโทษของกฎหมายนี้ตามมา ซึ่งถูกวางหลักไว้ในมาตรา 74 คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

📢 หากคุณกำลัง ประสบปัญหาสัตว์ส่งกลิ่นและเสียงรบกวน  หรือต้องการปรึกษาปัญหากฎหมายอื่นๆ ปรึกษาทนาย กว่า 700 คนทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ได้เลย 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1490/2540 

จำเลยเลี้ยงสุกรจำนวนเกินกว่า 300 ตัวในบริเวณเขตชุมชน และเทมูลสัตว์และน้ำเสียลงคลองโดยไม่มีการบำบัด ในช่วงต้นของฎีกาได้ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวเป็นเหตุรำคาญตามมาตรา25 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พูด.ศ. 2535 และเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็มีอำนาจในการออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อระงับเหตุรำคาญนี้ตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง แต่ในประเด็นที่ว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวโดยชอบแล้วหรือไม่ ซึ่งในข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าจำเลยได้ทราบถึงคำสั่งนั้น จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยมีความผิดที่ไม่ทำตามคำสั่งให้หยุดหรือย้ายที่เลี้ยงสุกร

จากฎีกาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า แม้การกระทำจะเข้าข่ายที่เป็นความผิดตามกฎหมายนี้ แต่จะต้องพิจารณาถึงความถูกต้องของขั้นตอนเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองด้วย

🔎 หาคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ผ่านทางระบบ ค้นหาฎีกา ของ Legardy

นอกจากประเด็นปัญหาทางกฎหมายของเรื่องสัตว์เลี้ยงส่งเสียงหรือกลิ่นรบกวน ทางเราก็อยากจะชวนทุกคนมามองเพิ่มอีกสักเรื่องหนึ่งอย่างเรื่องหน้าที่ของเจ้าของสัตว์ เรื่องแบบนี้เองก็มีหลักกฎหมายพูดถึงอยู่บ้าง


2. หน้าที่ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง

ปัญหาเลี้ยงสัตว์ ไก่-สุนัข จนส่งกลิ่นและเสียงรบกวน แนวทางกฎหมาย3.png

ในการจะเลี้ยงสัตว์ เจ้าของสัตว์จะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น ชนิดของสัตว์ พื้นที่ในการเลี้ยง หรือวิธีการดูแล เป็นต้น เรื่องเหล่านี้คล้ายจะเป็นเรื่องทั่วไปที่ปกติทุกคนที่จะเลี้ยงสัตว์ควรพิจารณา ซึ่งในทางกฎหมายก็มีบัญญัติไว้ซึ่งอยู่ใน พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

กฎหมายนี้ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องของการไม่ทรมานสัตว์ แต่ยังพูดเรื่องดูแลความเป็นอยู่ของสัตว์ให้เหมาะสมตามประเภทและชนิดของสัตว์ ตลอดจนเรื่องการใช้งานต่าง ๆ จากสัตว์ โดยมีเรื่องการจัดสวัสดิภาพสัตว์ไว้ในหมวดที่ 6 

2.1 หน้าที่การจัดสวัสดิภาพสัตว์

ตามมาตรา 22 วางหลักเรื่องหน้าที่เจ้าของสัตว์ต้องดำเนินการดูแลให้แก่สัตว์ของตนอยู่ในสภาพที่เหมาะสม มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีที่อยู่ อาหาร และน้ำเพียงพออย่างเหมาะสมตามหลักการที่รัฐมนตรีประกาศ ซึ่งในประกาศจะมีการคำนึงถึงประเภท ชนิด ลักษณะ สภาพ และอายุของสัตว์ 

2.2 บทลงโทษของการไม่จัดให้มีสวัสดิภาพสัตว์

หากเราไม่ทำตามหน้าที่ดังกล่าวก็จะมีบทลงโทษตามมา คือ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ตามที่วางหลักไว้ในมาตรา 32

📖 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง


3. สรุปแล้วผู้ที่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงส่งกลิ่น/เสียงรบกวนผู้อื่นจะผิดอะไรบ้าง?

1. ผิด…ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397

  • โทษ : ปรับ ไม่เกิน 5,000 บาท

2. ผิด…ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

  • ค่าสินไหมทดแทน

3. ผิด…พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 ประกอบมาตรา 27 หรือ 28 (แล้วแต่กรณี)

  • โทษ : จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. ทั้งนี้ หากดูแลสัตว์ไม่ดีอาจมีความผิดตาม…พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 22

  • โทษ : ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ส่งท้าย

ท้ายที่สุด อยากชวนทุกคนตระหนักถึง “การเคารพสิทธิของผู้อื่น” ผู้เลี้ยงสัตว์หรือผู้ที่กำลังจะหาสัตว์มาเลี้ยงควรคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์เหล่านั้นควบคู่กันไป พร้อมทั้งหาวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์ของเราไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น เช่น ฝึกวินัยให้สัตว์ ดูแลเรื่องเสียง และรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเลี้ยงเพื่อเป็นสมาชิกของครอบครัว เลี้ยงเพื่อใช้งาน หรือเลี้ยงเป็นอาชีพ การดูแลอย่างมีความรับผิดชอบย่อมช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับคนรอบข้าง และเป็นการร่วมกันสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น

⭐️ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่าน หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถเข้าไป ตั้งคำถามผ่านช่องทาง Free Q&A หรือรวบรวมข้อเท็จจริงเข้า ปรึกษากับทนายความ ก็จะได้คำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />