ข้อยกเว้นความผิด ฐานหมิ่นประมาท รู้ไว้ป้องกันตัวเองได้.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-09-29

ข้อยกเว้นความผิด ฐานหมิ่นประมาท รู้ไว้ป้องกันตัวเองได้

หมิ่นประมาท คืออะไร และมีข้อยกเว้นไหม?

ข้อยกเว้นของหมิ่นประมาท

หมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเป็นไปตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ที่บัญญัติเกี่ยวกับ การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท

การหมิ่นประมาทเป็นความผิดที่คนไทยต้องระวังกันมาก เพราะไม่ว่าจะพูด โพสต์ หรือเขียนอะไร หากทำให้คนอื่นเสียชื่อเสียงก็อาจโดนฟ้องได้

แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นไว้หลายกรณี ซึ่งถึงแม้จะมีการกล่าวหาหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็ไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

องค์ประกอบของหมิ่นประมาทที่ต้องมีครบ 4 ประการ

  1. ต้องเป็นการใส่ความ (กล่าวหาเรื่องไม่ดี)
  2. ใส่ความผู้อื่น (มีผู้ถูกกล่าวหา)
  3. ต่อบุคคลที่สาม (มีคนฟัง/รับรู้)
  4. โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

หากขาดองค์ประกอบใดประการหนึ่ง ก็จะไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ข้อยกเว้นหลักตามมาตรา 329 เมื่อไหร่ถึงจะไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท?

ข้อยกเว้นหลักตามมาตรา 329  เมื่อไหร่ถึงจะไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท.png

มาตรา 329 กำหนดข้อยกเว้น 4 กรณีหลักที่ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท ได้แก่ การป้องกันส่วนได้เสียของตนเอง การปฏิบัติหน้าที่ราชการ การติชมเรื่องสาธารณะ และการแจ้งข่าวในศาล แต่ต้องทำด้วยความสุจริตเท่านั้น

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 เป็นมาตราที่ทำให้การวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตนั้น ไม่ต้องกลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท โดยกำหนดไว้ว่า "ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต" ในกรณีต่อไปนี้ จะถือว่าไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

1. เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม

เป็นข้อยกเว้นที่ใช้บ่อยที่สุด เมื่อคุณถูกคนอื่นทำผิดต่อ หรือเสียหายจากการกระทำของใครสักคน คุณมีสิทธิ์ที่จะแจ้งข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันตัวเองหรือคนอื่น ตัวอย่างเช่น

  • ถูกโกงเงินแล้วไปเตือนคนในครอบครัวให้ระวัง
  • ทำหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่
  • แจ้งให้เพื่อนทราบว่าร้านไหนขายของปลอม

2. ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่

เจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถรายงานหรือแจ้งข้อเท็จจริงได้ โดยไม่ต้องกลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท เช่น

  • ตำรวจออกหมายจับและแจ้งข้อหา
  • เจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจสอบภาษี
  • อัยการฟ้องคดีอาญา

3. ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ

การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสาธารณะด้วยความเป็นธรรม เช่น

  • วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอย่างมีเหตุมีผล
  • แสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของหน่วยงานรัฐ
  • ติชมบุคคลสาธารณะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่

4. ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม

  • สื่อมวลชนรายงานคดีที่ศาลเปิดพิจารณา
  • รายงานการประชุมสภาท้องถิ่น/สภา ที่เปิดให้ประชาชนเข้าฟัง
  • สรุปแถลงการณ์ในเวทีสาธารณะ

เงื่อนไขสำคัญ ต้องทำ "โดยสุจริต" หมายถึง

  • ไม่มีเจตนาใส่ร้ายหรือแกล้งเกลียด
  • เชื่อโดยสุจริตว่าเป็นความจริง
  • มีมูลเหตุอันควรเชื่อ
  • ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง

อ่านเพิ่มเติม

(บทความที่เกี่ยวข้อง) รวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทในทางกฎหมาย — ความรู้พื้นฐานครบครันเรื่องหมิ่นประมาท

(บทความที่เกี่ยวข้อง) ด่าแบบไหนเรียก "หมิ่นประมาท" รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง — เข้าใจขอบเขตการหมิ่นประมาทในชีวิตประจำวัน

(กระทู้กฎหมาย) ได้ประจานคนโกงลงเฟสบุ๊ค แต่เจตนาคือแค่ต้องการเตือนคนอื่น — การป้องกันตนเองในโลกออนไลน์

👉 หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาหมิ่นประมาท ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหาย ปรึกษาทนายมืออาชีพได้ที่นี่พื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ

การป้องกันตนเองหรือส่วนได้เสีย - พูดได้ถึงไหนไม่ผิดกฎหมาย?

Case Study

ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 5796/2567 ได้วางหลักไว้ว่า        

“การทำหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อปกป้องสิทธิหรือส่วนได้เสียของตน โดยสุจริต และมีเหตุผลอันควรเชื่อในข้อเท็จจริง แม้ข้อความบางส่วนอาจคลาดเคลื่อนก็ตาม ก็ไม่เป็นความผิดหมิ่นประมาท”

ข้อเท็จจริง

ในคดีนี้จำเลย (นิติบุคคลและผู้จัดการ) ได้รับสัมปทานดูดทรายในพื้นที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีผู้มาดูดทรายในเขตสัมปทานของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยจึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมถึงระดับนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่และอาจมีการทุจริต

เจ้าหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนจึงฟ้องหมิ่นประมาทกลับ โดยอ้างว่าถูกใส่ความเท็จและหมิ่นประมาท ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยผิดตามข้อหาที่ฟ้อง แต่เมื่อขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา กลับพิพากษายกฟ้องให้จำเลยชนะคดี อาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 329 (1)

หลักการสำคัญที่ศาลฎีกาวางไว้

  1. เจตนาในการป้องกันส่วนได้เสีย จำเลยทำหนังสือร้องเรียน "เพียงเพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในการสัมปทานดูดทรายของตน เพื่อป้องกันส่วนได้เสีย"
  2. การกระทำตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ การร้องเรียนเป็นไปตาม "สิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย" เนื่องจากเป็นผู้ได้รับสัมปทานที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  3. ความสุจริตในการแจ้งข้อเท็จจริง แม้จะมี "ข้อเท็จจริงบางส่วนที่พลาดพิงเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่" และ "มีข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนไปบ้างตามสมควร" แต่ศาลเห็นว่าเป็นการแจ้ง "ตามความเข้าใจ โดยมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงโดยสุจริต"
  4. วัตถุประสงค์ทางวินัย ไม่ใช่อาญา จำเลยมี "จุดประสงค์ที่แท้จริงคือเพื่อต้องการให้มีคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามทางวินัยเท่านั้น" ไม่ได้ต้องการให้ดำเนินคดีอาญา

✍️ หากคุณต้องการทำหนังสือร้องเรียนหรือเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินการเข้าข่ายข้อยกเว้นตามกฎหมาย

การติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องสาธารณะ - เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน?

เรื่องใดถือเป็น "วิสัยของประชาชน"

จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกา เรื่องที่จะอยู่ใน “วิสัยของประชาชน” คือ เรื่องสาธารณะที่กระทบประโยชน์ส่วนรวม และประชาชนโดยทั่วไปย่อมติดตาม วิพากษ์วิจารณ์ได้ หากทำโดยสุจริตและอย่างเป็นธรรม ตามมาตรา 329 (3) 

1. เรื่องการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2559 วางหลักว่า ประเด็น “การเปิดบ่อนที่มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง” เป็นเรื่องสาธารณะเพราะกระทบความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม จึงเข้าหลัก “ติชมโดยสุจริต” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

2. เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3546/2558 วางหลักว่า ข่าวการบุกรุกป่าสงวนและการออกโฉนดทับพื้นที่สวนป่าเป็น “เรื่องสาธารณะ” เพราะกระทบคุณภาพชีวิตของคนทั้งสังคม จึงอยู่ในขอบเขตการนำเสนอและติชมโดยสุจริตของสื่อมวลชน หากเสนอข้อเท็จจริงตามที่หน่วยงานรัฐสืบสวนสอบสวนได้ความ ไม่ถือเป็นความผิดหมิ่นประมาทตามเรื่องการติชมด้วยความเป็นธรรม

3. การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567 วางหลักว่า หากประชาชนยื่นหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่เรื่องการกำกับดูแลสัมปทานให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยสุจริตและเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน แม้ข้อความบางส่วนจะคลาดเคลื่อน หากมีมูลข้อเท็จจริงพอควรและมุ่งให้หน่วยงานตรวจสอบ ไม่ใช่กลั่นแกล้ง จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท 

เงื่อนไขการติชมที่ไม่ผิดหมิ่นประมาท

1. ต้องทำด้วยความเป็นธรรม

  • ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
  • ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือใส่ร้ายส่วนตัว
  • มีมูลเหตุและหลักฐานสนับสนุน

2. ต้องเป็นการติชมโดยสุจริต

  • ไม่มีเจตนาแกล้งเกลียด หรือต้องการทำลายชื่อเสียง
  • แสดงความคิดเห็นด้วยเจตนาดี เพื่อส่วนรวม
  • มีความเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นความจริง

3. ต้องเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน

  • เป็นเรื่องสาธารณะที่ส่งผลต่อส่วนรวม
  • ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของบุคคล
  • มีความสำคัญต่อสังคม

ข้อควรระวัง 

แม้จะมีข้อยกเว้น แต่หากการติชมนั้น ใช้ถ้อยคำหยาบคายดูหมิ่น กล่าวหาเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ ไม่มีมูลเหตุหรือให้ข้อมูลเท็จโดยเจตนา มีเจตนาใส่ร้าย ก็อาจยังคงผิดฐานหมิ่นประมาทได้

👉 หากคุณต้องการใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงในคดีหมิ่นประมาทหรือกังวลเรื่องการถูกฟ้อง ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการต่อสู้คดีให้เหมาะสมกับสถานการณ์

การแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม

การแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เป็นข้อยกเว้นความผิดหมิ่นประมาทเมื่อรายงาน ข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม เกี่ยวกับ การดำเนินการที่เปิดเผย ต่อสาธารณะ เช่น

  • การรายงานการพิจารณาคดี ที่ไม่ลับในศาล
  • การรายงานการประชุมสาธารณะ
  • การรายงานกิจกรรมที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วม/รับรู้ได้

ต้องเป็นการนำเสนอโดยสุจริต ไม่ดัดแปลงเกินเหตุ และอ้างอิงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในกระบวนการที่ “เปิดเผย” จึงเข้าข้อยกเว้นตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(4)

การพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ใช้ได้เมื่อไหร่?

การพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ใช้ได้เมื่อไหร่.png

"มาตรา 330 อนุญาตให้ผู้ถูกหาว่าหมิ่นประมาทพิสูจน์ได้ว่าข้อที่ถูกกล่าวหาเป็นความจริง จะไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามพิสูจน์ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"

หลักการของมาตรา 330

มาตรา 330 บัญญัติว่า "ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกหาว่ากระทำความผิด พิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"

ข้อจำกัดสำคัญของมาตรา 330

มาตรา 330 มีข้อจำกัดสำคัญคือ ห้ามใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงในกรณีที่ข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

ข้อจำกัดนี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการนำเรื่องส่วนตัวของบุคคลมาเปิดเผยในศาลโดยไม่จำเป็น และเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของบุคคล หากเรื่องที่ถูกกล่าวหาเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ การพิสูจน์ความจริงก็จะไม่ได้รับอนุญาต

ความแตกต่างระหว่างมาตรา 329 และ 330

มาตรา 329 เน้นไปที่เจตนาและความสุจริตของผู้กระทำ โดยดูว่าการกระทำนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร และทำด้วยความสุจริตหรือไม่ ส่วนมาตรา 330 ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เรื่องความสุจริตหรือเจตนาดี แต่เพียงแค่พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่กล่าวเป็นความจริงให้ศาลเชื่อก็เพียงพอ

ดังนั้น การใช้มาตรา 330 จึงเหมาะกับกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทมีหลักฐานชัดเจนที่สามารถพิสูจน์ความจริงของสิ่งที่ตนกล่าวได้ และเรื่องที่กล่าวนั้นมีประโยชน์ต่อสาธารณะ


FAQ - ข้อยกเว้นที่ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท

Q: ทำหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่ถือว่าหมิ่นประมาทไหม?

A: ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท หากการร้องเรียน ทำโดยสุจริต เพื่อป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และนำเสนอข้อเท็จจริงเท่าที่จำเป็น (เข้าข้อยกเว้น มาตรา 329(1))

Q: มาตรา 329 กำหนดข้อยกเว้นอะไรบ้าง?

A: มี 4 ข้อยกเว้นหลัก คือ 1) ป้องกันตนเองหรือส่วนได้เสีย 2) เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ 3) ติชมเรื่องสาธารณะด้วยความเป็นธรรม 4) แจ้งข่าวในศาลหรือการประชุม แต่ทุกกรณีต้องทำโดยสุจริต ตามมาตรา 329

Q: พูดจริงแต่ทำให้คนอื่นเสียหาย ผิดหมิ่นประมาทไหม?

A: อาจผิดได้ แม้จะพูดความจริง หากไม่เข้าข่ายข้อยกเว้นตามมาตรา 329 และทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงก็อาจผิดมาตรา 326 ยกเว้นสามารถพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ได้ในกรณีที่ไม่เป็นเรื่องส่วนตัว

Q: ติชมนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ถือว่าหมิ่นประมาทไหม?

A: ไม่ผิดหมิ่นประมาท หากเป็นการติชมด้วย “ความเป็นธรรมในเรื่องที่เป็นวิสัยของประชาชน ทำด้วยความสุจริต” ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือใส่ร้ายส่วนตัว ตามมาตรา 329 (3)

Q: หมิ่นประมาทมีอายุความกี่เดือน?

A: ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 96

Q: โทษหมิ่นประมาทหนักแค่ไหน?

A: หมิ่นประมาทธรรมดา จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 326 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามมาตรา 328

Q: ความสุจริตในมาตรา 329 หมายถึงอะไร?

A: โดยหลัก คือ เชื่อโดยสุจริตว่าข้อความเป็นความจริง มีเหตุอันควรเชื่อ แสดงความเห็นเท่าที่จำเป็น ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง และมุ่งคุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของตนหรือส่วนรวม

Q: ถูกฟ้องหมิ่นประมาทแล้วต้องทำอย่างไร?

A: ประเมินก่อนว่าเข้าข้อยกเว้น ม.329 หรือพิสูจน์ความจริงได้ตาม ม.330 หรือไม่ รีบเก็บหลักฐาน ขีดเส้นเวลา 3 เดือน เรื่องการร้องทุกข์ และปรึกษาทนายทันทีเพื่อวางแผนสู้คดี

⚠️ ต้องการความช่วยเหลือเรื่องหมิ่นประมาท? ทีมทนายมากกว่า 700 คนทั่วประเทศพร้อมให้คำปรึกษา คลิกปรึกษาทนายเลย หรือ ถามคำถามฟรีที่นี่

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />