
ข้อยกเว้นความผิด ฐานหมิ่นประมาท รู้ไว้ป้องกันตัวเองได้
หมิ่นประมาท คืออะไร และมีข้อยกเว้นไหม?

หมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเป็นไปตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ที่บัญญัติเกี่ยวกับ การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท
การหมิ่นประมาทเป็นความผิดที่คนไทยต้องระวังกันมาก เพราะไม่ว่าจะพูด โพสต์ หรือเขียนอะไร หากทำให้คนอื่นเสียชื่อเสียงก็อาจโดนฟ้องได้
แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นไว้หลายกรณี ซึ่งถึงแม้จะมีการกล่าวหาหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็ไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
องค์ประกอบของหมิ่นประมาทที่ต้องมีครบ 4 ประการ
- ต้องเป็นการใส่ความ (กล่าวหาเรื่องไม่ดี)
- ใส่ความผู้อื่น (มีผู้ถูกกล่าวหา)
- ต่อบุคคลที่สาม (มีคนฟัง/รับรู้)
- โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
หากขาดองค์ประกอบใดประการหนึ่ง ก็จะไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
ข้อยกเว้นหลักตามมาตรา 329 เมื่อไหร่ถึงจะไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท?

มาตรา 329 กำหนดข้อยกเว้น 4 กรณีหลักที่ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท ได้แก่ การป้องกันส่วนได้เสียของตนเอง การปฏิบัติหน้าที่ราชการ การติชมเรื่องสาธารณะ และการแจ้งข่าวในศาล แต่ต้องทำด้วยความสุจริตเท่านั้น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 เป็นมาตราที่ทำให้การวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตนั้น ไม่ต้องกลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท โดยกำหนดไว้ว่า "ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต" ในกรณีต่อไปนี้ จะถือว่าไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
1. เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
เป็นข้อยกเว้นที่ใช้บ่อยที่สุด เมื่อคุณถูกคนอื่นทำผิดต่อ หรือเสียหายจากการกระทำของใครสักคน คุณมีสิทธิ์ที่จะแจ้งข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันตัวเองหรือคนอื่น ตัวอย่างเช่น
- ถูกโกงเงินแล้วไปเตือนคนในครอบครัวให้ระวัง
- ทำหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่
- แจ้งให้เพื่อนทราบว่าร้านไหนขายของปลอม
2. ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่
เจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถรายงานหรือแจ้งข้อเท็จจริงได้ โดยไม่ต้องกลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท เช่น
- ตำรวจออกหมายจับและแจ้งข้อหา
- เจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจสอบภาษี
- อัยการฟ้องคดีอาญา
3. ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ
การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสาธารณะด้วยความเป็นธรรม เช่น
- วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอย่างมีเหตุมีผล
- แสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของหน่วยงานรัฐ
- ติชมบุคคลสาธารณะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่
4. ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
- สื่อมวลชนรายงานคดีที่ศาลเปิดพิจารณา
- รายงานการประชุมสภาท้องถิ่น/สภา ที่เปิดให้ประชาชนเข้าฟัง
- สรุปแถลงการณ์ในเวทีสาธารณะ
เงื่อนไขสำคัญ ต้องทำ "โดยสุจริต" หมายถึง
- ไม่มีเจตนาใส่ร้ายหรือแกล้งเกลียด
- เชื่อโดยสุจริตว่าเป็นความจริง
- มีมูลเหตุอันควรเชื่อ
- ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
อ่านเพิ่มเติม
(บทความที่เกี่ยวข้อง) รวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทในทางกฎหมาย — ความรู้พื้นฐานครบครันเรื่องหมิ่นประมาท
(บทความที่เกี่ยวข้อง) ด่าแบบไหนเรียก "หมิ่นประมาท" รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง — เข้าใจขอบเขตการหมิ่นประมาทในชีวิตประจำวัน
(กระทู้กฎหมาย) ได้ประจานคนโกงลงเฟสบุ๊ค แต่เจตนาคือแค่ต้องการเตือนคนอื่น — การป้องกันตนเองในโลกออนไลน์
👉 หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาหมิ่นประมาท ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหาย ปรึกษาทนายมืออาชีพได้ที่นี่ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ
การป้องกันตนเองหรือส่วนได้เสีย - พูดได้ถึงไหนไม่ผิดกฎหมาย?
Case Study
ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 5796/2567 ได้วางหลักไว้ว่า
“การทำหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อปกป้องสิทธิหรือส่วนได้เสียของตน โดยสุจริต และมีเหตุผลอันควรเชื่อในข้อเท็จจริง แม้ข้อความบางส่วนอาจคลาดเคลื่อนก็ตาม ก็ไม่เป็นความผิดหมิ่นประมาท”
ข้อเท็จจริง
ในคดีนี้จำเลย (นิติบุคคลและผู้จัดการ) ได้รับสัมปทานดูดทรายในพื้นที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีผู้มาดูดทรายในเขตสัมปทานของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยจึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมถึงระดับนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่และอาจมีการทุจริต
เจ้าหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนจึงฟ้องหมิ่นประมาทกลับ โดยอ้างว่าถูกใส่ความเท็จและหมิ่นประมาท ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยผิดตามข้อหาที่ฟ้อง แต่เมื่อขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา กลับพิพากษายกฟ้องให้จำเลยชนะคดี อาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 329 (1)
หลักการสำคัญที่ศาลฎีกาวางไว้
- เจตนาในการป้องกันส่วนได้เสีย จำเลยทำหนังสือร้องเรียน "เพียงเพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในการสัมปทานดูดทรายของตน เพื่อป้องกันส่วนได้เสีย"
- การกระทำตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ การร้องเรียนเป็นไปตาม "สิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย" เนื่องจากเป็นผู้ได้รับสัมปทานที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ความสุจริตในการแจ้งข้อเท็จจริง แม้จะมี "ข้อเท็จจริงบางส่วนที่พลาดพิงเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่" และ "มีข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนไปบ้างตามสมควร" แต่ศาลเห็นว่าเป็นการแจ้ง "ตามความเข้าใจ โดยมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงโดยสุจริต"
- วัตถุประสงค์ทางวินัย ไม่ใช่อาญา จำเลยมี "จุดประสงค์ที่แท้จริงคือเพื่อต้องการให้มีคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามทางวินัยเท่านั้น" ไม่ได้ต้องการให้ดำเนินคดีอาญา
✍️ หากคุณต้องการทำหนังสือร้องเรียนหรือเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินการเข้าข่ายข้อยกเว้นตามกฎหมาย
การติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องสาธารณะ - เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน?
เรื่องใดถือเป็น "วิสัยของประชาชน"
จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกา เรื่องที่จะอยู่ใน “วิสัยของประชาชน” คือ เรื่องสาธารณะที่กระทบประโยชน์ส่วนรวม และประชาชนโดยทั่วไปย่อมติดตาม วิพากษ์วิจารณ์ได้ หากทำโดยสุจริตและอย่างเป็นธรรม ตามมาตรา 329 (3)
1. เรื่องการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2559 วางหลักว่า ประเด็น “การเปิดบ่อนที่มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง” เป็นเรื่องสาธารณะเพราะกระทบความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม จึงเข้าหลัก “ติชมโดยสุจริต” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
2. เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3546/2558 วางหลักว่า ข่าวการบุกรุกป่าสงวนและการออกโฉนดทับพื้นที่สวนป่าเป็น “เรื่องสาธารณะ” เพราะกระทบคุณภาพชีวิตของคนทั้งสังคม จึงอยู่ในขอบเขตการนำเสนอและติชมโดยสุจริตของสื่อมวลชน หากเสนอข้อเท็จจริงตามที่หน่วยงานรัฐสืบสวนสอบสวนได้ความ ไม่ถือเป็นความผิดหมิ่นประมาทตามเรื่องการติชมด้วยความเป็นธรรม
3. การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567 วางหลักว่า หากประชาชนยื่นหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่เรื่องการกำกับดูแลสัมปทานให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยสุจริตและเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน แม้ข้อความบางส่วนจะคลาดเคลื่อน หากมีมูลข้อเท็จจริงพอควรและมุ่งให้หน่วยงานตรวจสอบ ไม่ใช่กลั่นแกล้ง จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
เงื่อนไขการติชมที่ไม่ผิดหมิ่นประมาท
1. ต้องทำด้วยความเป็นธรรม
- ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
- ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือใส่ร้ายส่วนตัว
- มีมูลเหตุและหลักฐานสนับสนุน
2. ต้องเป็นการติชมโดยสุจริต
- ไม่มีเจตนาแกล้งเกลียด หรือต้องการทำลายชื่อเสียง
- แสดงความคิดเห็นด้วยเจตนาดี เพื่อส่วนรวม
- มีความเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นความจริง
3. ต้องเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน
- เป็นเรื่องสาธารณะที่ส่งผลต่อส่วนรวม
- ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของบุคคล
- มีความสำคัญต่อสังคม
ข้อควรระวัง
แม้จะมีข้อยกเว้น แต่หากการติชมนั้น ใช้ถ้อยคำหยาบคายดูหมิ่น กล่าวหาเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ ไม่มีมูลเหตุหรือให้ข้อมูลเท็จโดยเจตนา มีเจตนาใส่ร้าย ก็อาจยังคงผิดฐานหมิ่นประมาทได้
👉 หากคุณต้องการใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงในคดีหมิ่นประมาทหรือกังวลเรื่องการถูกฟ้อง ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการต่อสู้คดีให้เหมาะสมกับสถานการณ์
การแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
การแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เป็นข้อยกเว้นความผิดหมิ่นประมาทเมื่อรายงาน ข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม เกี่ยวกับ การดำเนินการที่เปิดเผย ต่อสาธารณะ เช่น
- การรายงานการพิจารณาคดี ที่ไม่ลับในศาล
- การรายงานการประชุมสาธารณะ
- การรายงานกิจกรรมที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วม/รับรู้ได้
ต้องเป็นการนำเสนอโดยสุจริต ไม่ดัดแปลงเกินเหตุ และอ้างอิงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในกระบวนการที่ “เปิดเผย” จึงเข้าข้อยกเว้นตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(4)
การพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ใช้ได้เมื่อไหร่?

"มาตรา 330 อนุญาตให้ผู้ถูกหาว่าหมิ่นประมาทพิสูจน์ได้ว่าข้อที่ถูกกล่าวหาเป็นความจริง จะไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามพิสูจน์ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"
หลักการของมาตรา 330
มาตรา 330 บัญญัติว่า "ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกหาว่ากระทำความผิด พิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"
ข้อจำกัดสำคัญของมาตรา 330
มาตรา 330 มีข้อจำกัดสำคัญคือ ห้ามใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงในกรณีที่ข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
ข้อจำกัดนี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการนำเรื่องส่วนตัวของบุคคลมาเปิดเผยในศาลโดยไม่จำเป็น และเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของบุคคล หากเรื่องที่ถูกกล่าวหาเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ การพิสูจน์ความจริงก็จะไม่ได้รับอนุญาต
ความแตกต่างระหว่างมาตรา 329 และ 330
มาตรา 329 เน้นไปที่เจตนาและความสุจริตของผู้กระทำ โดยดูว่าการกระทำนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร และทำด้วยความสุจริตหรือไม่ ส่วนมาตรา 330 ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เรื่องความสุจริตหรือเจตนาดี แต่เพียงแค่พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่กล่าวเป็นความจริงให้ศาลเชื่อก็เพียงพอ
ดังนั้น การใช้มาตรา 330 จึงเหมาะกับกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทมีหลักฐานชัดเจนที่สามารถพิสูจน์ความจริงของสิ่งที่ตนกล่าวได้ และเรื่องที่กล่าวนั้นมีประโยชน์ต่อสาธารณะ
FAQ - ข้อยกเว้นที่ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท
Q: ทำหนังสือร้องเรียนเจ้าหน้าที่ถือว่าหมิ่นประมาทไหม?
A: ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท หากการร้องเรียน ทำโดยสุจริต เพื่อป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และนำเสนอข้อเท็จจริงเท่าที่จำเป็น (เข้าข้อยกเว้น มาตรา 329(1))
Q: มาตรา 329 กำหนดข้อยกเว้นอะไรบ้าง?
A: มี 4 ข้อยกเว้นหลัก คือ 1) ป้องกันตนเองหรือส่วนได้เสีย 2) เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ 3) ติชมเรื่องสาธารณะด้วยความเป็นธรรม 4) แจ้งข่าวในศาลหรือการประชุม แต่ทุกกรณีต้องทำโดยสุจริต ตามมาตรา 329
Q: พูดจริงแต่ทำให้คนอื่นเสียหาย ผิดหมิ่นประมาทไหม?
A: อาจผิดได้ แม้จะพูดความจริง หากไม่เข้าข่ายข้อยกเว้นตามมาตรา 329 และทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงก็อาจผิดมาตรา 326 ยกเว้นสามารถพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ได้ในกรณีที่ไม่เป็นเรื่องส่วนตัว
Q: ติชมนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ถือว่าหมิ่นประมาทไหม?
A: ไม่ผิดหมิ่นประมาท หากเป็นการติชมด้วย “ความเป็นธรรมในเรื่องที่เป็นวิสัยของประชาชน ทำด้วยความสุจริต” ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือใส่ร้ายส่วนตัว ตามมาตรา 329 (3)
Q: หมิ่นประมาทมีอายุความกี่เดือน?
A: ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 96
Q: โทษหมิ่นประมาทหนักแค่ไหน?
A: หมิ่นประมาทธรรมดา จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 326 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามมาตรา 328
Q: ความสุจริตในมาตรา 329 หมายถึงอะไร?
A: โดยหลัก คือ เชื่อโดยสุจริตว่าข้อความเป็นความจริง มีเหตุอันควรเชื่อ แสดงความเห็นเท่าที่จำเป็น ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง และมุ่งคุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของตนหรือส่วนรวม
Q: ถูกฟ้องหมิ่นประมาทแล้วต้องทำอย่างไร?
A: ประเมินก่อนว่าเข้าข้อยกเว้น ม.329 หรือพิสูจน์ความจริงได้ตาม ม.330 หรือไม่ รีบเก็บหลักฐาน ขีดเส้นเวลา 3 เดือน เรื่องการร้องทุกข์ และปรึกษาทนายทันทีเพื่อวางแผนสู้คดี
⚠️ ต้องการความช่วยเหลือเรื่องหมิ่นประมาท? ทีมทนายมากกว่า 700 คนทั่วประเทศพร้อมให้คำปรึกษา คลิกปรึกษาทนายเลย หรือ ถามคำถามฟรีที่นี่
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


