
บางครั้งรักกันอย่างเดียวก็ไม่พอ เมื่อคู่รักเติบโตขึ้นบางปัญหาก็อาจเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก การหย่าร้างอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่บางครั้งคู่ชีวิตของเราก็อาจมีพฤติกรรมที่ไม่สมควร ซึ่งศาลก็สามารถให้หย่าได้แม้ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย บทความนี้จะอธิบายถึงการหย่าตามกฎหมายและฟ้องหย่าตามกฎหมาย
การหย่าและประเภทของการหย่า

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การสมรสสามารถสิ้นสุดลงได้โดย 3 วิธี ได้แก่
1.การหย่า
ซึ่งการหย่าเป็นหนึ่งในวิธีทำให้การสมรสสิ้นสุดลง โดยการที่ทั้งสองฝ่ายจดทะเบียนหย่าต่อหน้านายทะเบียน
การหย่าโดยความยินยอม (จดทะเบียนหย่า) การหย่าโดยความยินยอมนั้น ต้องเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่ายและความยินยอมนั้นต้องทำเป็นหนังสือ พร้อมมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514) นอกจากนี้ การหย่าจะสมบูรณ์ตามกฎหมายก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนหย่าโดยถูกต้องตามกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1515)
เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการจดทะเบียนหย่า
- บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
- ใบสำคัญการสมรส (ฉบับจริงทั้ง 2 ฉบับ)
- หนังสือหย่า หนังสือสัญญาหย่า หรือบันทึกข้อตกลงการหย่า
(บทความที่เกี่ยวข้อง) การฟ้องหย่ามีขั้นตอนอย่างไร และสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง
วิธีหย่าต่างสำนักทะเบียน

1. การหย่าโดยความยินยอมต่างสำนักทะเบียน (กรณีในประเทศ)
คู่สมรสทั้งสองฝ่ายเตรียมเอกสารและสัญญาหย่า โดยตกลงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร และอื่น ๆ ให้ครบถ้วน พร้อมทำเป็นหนังสือสัญญาหย่าเป็นลายลักษณ์อักษร ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย พร้อมพยานอย่างน้อย 2 คน - ให้คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไปยื่นคำร้องหย่าพร้อมเอกสารที่สำนักทะเบียนที่ตกลงกันไว้ ซึ่งนายทะเบียนจะตรวจสอบและบันทึกการหย่าในทะเบียนการหย่าไว้ จากนั้นนายทะเบียนจะส่งคำร้อง บันทึก พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสำนักทะเบียนอีกท้องที่ตามที่แจ้งหรือตกลงกันไว้
เมื่อสำนักทะเบียนที่รับเอกสารได้รับเอกสารเรียบร้อยจะแจ้งให้คู่สมรสอีกฝ่ายทราบ เพื่อให้คู่สมรสอีกฝ่ายมายื่นคำร้องขอจดทะเบียนหย่าต่อไป
เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนหย่าและลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว การหย่าก็จะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
2. การหย่าโดยความยินยอมต่างสำนักทะเบียน (กรณีฝ่ายหนึ่งอยู่ต่างประเทศ)
2.1 ฝ่ายที่อยู่ประเทศไทยเริ่มดำเนินการก่อน
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทย ขั้นตอนจะเริ่มจากการยื่นคำขอจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียนในประเทศไทยก่อน จากนั้นเอกสารการหย่าจะถูกส่งต่อผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศที่อีกฝ่ายพำนักอยู่ เมื่อสถานเอกอัครราชทูตได้รับเอกสารแล้ว จะติดต่อคู่สมรสอีกฝ่ายให้เข้ามาดำเนินการจดทะเบียนหย่าด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูต ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสำนักทะเบียนและเป็นผู้ออกใบสำคัญการจดทะเบียนหย่าในประเทศนั้น
2.2 ฝ่ายที่อยู่ต่างประเทศเริ่มดำเนินการก่อน
หากคู่สมรสฝ่ายที่พำนักอยู่ในต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการเริ่มต้น จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนหย่าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย พร้อมเอกสารจากคู่สมรสที่อยู่ในประเทศไทยประกอบการยื่น เมื่อยื่นคำขอแล้ว เอกสารการหย่าจะถูกส่งผ่านกระทรวงการต่างประเทศมายังสำนักทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ออกใบสำคัญการจดทะเบียนหย่าให้ในที่สุด
ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501)
การหย่าโดยศาลหรือโดยการฟ้องหย่า ซึ่งต้องปรากฏเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516)
หากคู่สมรสไม่สามารถหย่าโดยความยินยอมได้ หรือไม่สามารถไปจดทะเบียนหย่าด้วยกันที่สำนักทะเบียนได้ อาจต้องใช้วิธีการฟ้องหย่าตามกฎหมาย ซึ่งการฟ้องหย่านั้น ต้องปรากฏเหตุหย่าตามกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516) ดังต่อไปนี้
1. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
2. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
- ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
- ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นคู่สมรสของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป
- ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
3. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
4. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
5. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกิน 1 ปี ในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นคู่สมรสกันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
6. คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกิน 3 ปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
7. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
8. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสกันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
9. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริตตลอดมาเกิน 3 ปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
10. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
11. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
12. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสภาพแห่งกายทำให้คู่สมรสฝ่ายนั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
กระทู้คำปรึกษาจริงเรื่อง "ฟ้องหย่า" พร้อมคำตอบจากทนายความ
Q: การฟ้องหย่าสามี (เดือดร้อนทรัพย์สิน และการใช้คำวาจาที่รุนแรง)
Q: ถ้าเราแยกกันอยู่แล้วสามีไม่ยอมหย่าฟ้องหย่าได้ไหมคะ
3. ความตาย
หากคู่สมรสถึงแก่กรรมหรือคู่สมรสเสียชีวิต ไม่ต้องแจ้งหย่า เพราะการสมรสจะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1501
สิ่งที่ควรทำเมื่อคู่สมรสตาย (แทนการหย่า)
- ขอและเก็บ ใบมรณบัตร แล้วไปแจ้งเปลี่ยนสถานภาพที่สำนักทะเบียน (นายทะเบียนจะอัปเดตสถานภาพเป็นหม้าย/พ่อม่าย/แม่ม่าย ตามระเบียนครอบครัว) ซึ่งยึดหลักว่าการสมรสสิ้นสุดด้วยความตายตาม มาตรา1501
- หากผู้ตายเป็น สามี/ภริยาเดิมของฝ่ายหญิง และฝ่ายหญิงประสงค์จะสมรสใหม่ ต้องเว้น 310 วัน นับแต่การสิ้นสุดแห่งการสมรส (ยกเว้นกรณีคลอดบุตรแล้ว, สมรสกับคู่เดิม, มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์, หรือศาลอนุญาต) ตาม ม.1453 ที่หน่วยงานรัฐใช้อ้างอิง.
- เรื่อง ทรัพย์สิน ให้แยก “สินสมรส” ของคู่สมรสออกก่อน แล้วทรัพย์ของผู้ตายที่เหลือจึงเข้าสู่กระบวนการ มรดก โดยคู่สมรสที่ยังมีชีวิตเป็นทายาทร่วมตามหมวดมรดก (อ้างถึงหลักใน ม.1635)
การเตรียมตัวก่อนฟ้องหย่าและขั้นตอนการฟ้องหย่า

จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการฟ้องหย่าต้องปรากฏเหตุหย่าตามกฎหมาย ดังนั้น คู่สมรสฝ่ายที่ประสงค์จะฟ้องหย่าอีกฝ่ายควรทราบเบื้องต้นว่าอีกฝ่ายดำเนินการให้ตนมีสิทธิฟ้องหย่าได้อย่างไร พร้อมทั้งมีพยานหลักฐานใดมาสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตน โดยพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุฟ้องหย่านั้นมีหลายประการ
หากจะฟ้องหย่าด้วยเหตุมีชู้
ก็ต้องมีหลักฐานว่าอีกฝ่ายมีชู้ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายที่อีกฝ่ายอยู่กับชู้ แชทที่ฝ่ายนั้นคุยกับชู้
(อ่านบทความเพิ่มเติม) เรียกค่าทดแทนจากการนอกใจ เริ่มต้นยังไงดี? ค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายฟ้องชู้?
หากจะฟ้องหย่าด้วยเหตุทำร้าย
ก็ต้องมีพยานหลักฐานว่าเกิดการทำร้ายร่างกายกัน ไม่ว่าจะเป็นบันทึกประจำวัน ใบรับรองแพทย์ หรือภาพถ่ายบาดแผล เป็นต้น เมื่อได้ทราบเหตุฟ้องหย่าและเตรียมพยานหลักฐานแล้ว คู่สมรสฝ่ายที่ประสงค์ฟ้องหย่าสามารถปรึกษาทนายความที่ไว้วางใจ เพื่อเตรียมร่างคำฟ้องยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น
ค่าทนายความในคดีฟ้องหย่า

อาจประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น มีการแบ่งสินสมรสหรือไม่ มีปัญหาเรื่องอำนาจปกครองบุตรหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งค่าทนายความนั้นอาจมีได้ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาทขึ้นอยู่กับทนายแต่ละบุคคล
ส่วนระยะเวลาในคดีฟ้องหย่าจนจบกระบวนการ
โดยส่วนมากคดีนี้ประเภทนี้มักจะสิ้นสุดในชั้นไกล่เกลี่ย ซึ่งจะมีระยะเวลาประมาณ 4 – 6 เดือน แต่หากมีการต่อสู้คดีและสืบพยานกันก็อาจมีระยะเวลาประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับความยุ่งยากของคดี
สิทธิที่เรียกร้องได้ในคดีฟ้องหย่า
1. สิทธิเรียกค่าทดแทนหรือค่าเลี้ยงชีพ
กรณีฟ้องหย่ากันด้วยสาเหตุคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีชู้หรือเป็นชู้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(1) คู่สมรสฝ่ายที่ฟ้องหย่ามีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายและสามารถเรียกค่าทดแทนจากฝ่ายชู้ได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523)
กรณีฟ้องหย่าด้วยสาเหตุคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้าย หมิ่นประมาท เหยียดหยาม จงใจละทิ้งร้าง หรือไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูหรือทำการเป็นปฏิปักษ์
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(3)(4) หรือ (6) คู่สมรสฝ่ายที่ฟ้องหย่ามีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากฝ่ายที่ต้องรับผิดได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1524)
ถ้าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เพียงฝ่ายเดียว และการหย่านั้นทำให้อีกฝ่ายยากจนลง
เพราะไม่มีรายได้จากทรัพย์สินหรือจากงานที่เคยทำระหว่างสมรส คู่สมรสฝ่ายที่ฟ้องหย่าจะขอให้อีกฝ่ายรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1526)
หากต่อมาปรากฏว่าฝ่ายที่ได้รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่ สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพย่อมหมดไป (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1528)
ถ้าหย่ากันด้วยเหตุอีกฝ่ายวิกลจริต
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(7) หรือเพราะอีกฝ่ายเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(9) คู่สมรสฝ่ายที่วิกลจริตหรือเป็นโรคติดต่อร้ายแรงมีสิทธิได้รับค่าเลี้ยงชีพจากอีกฝ่ายได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1527) แต่หากต่อมาปรากฏว่าฝ่ายที่ได้รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่ สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพย่อมหมดไป (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1528)
2. สิทธิในอำนาจปกครองบุตร
เมื่อมีคดีฟ้องหย่ากัน และปรากฏว่าคู่สมรสมีบุตรร่วมกันและบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ หากคดีไม่สามารถตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ศาลอาจพิจารณาว่าบุตรอยู่กับฝ่ายใดจะเกิดประโยชน์แก่ตัวเด็กมากกว่ากัน โดยฝ่ายที่มีอำนาจปกครองบุตรหรือเป็นผู้ดูแลบุตร สามารถเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากอีกฝ่ายได้
3. แบ่งสินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส หรือได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยหนังสือ ซึ่งพินัยกรรมหรือหนังสือนั้นระบุให้เป็นสินสมรส หรือทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว ทรัพย์สินเหล่านี้ถือเป็นสินสมรสที่คู่สมรสมีส่วนเท่า ๆ กัน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474) ดังนี้ หากคู่สมรสฟ้องหย่ากันย่อมไม่อาจมีสินสมรสต่อไปได้ จึงต้องมีการแบ่งสินสมรสกันต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องหย่า
ฟ้องหย่าเริ่มต้นยังไง ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง (อัปเดต 2568)?
ตรวจให้ชัดก่อนว่าเป็น “หย่าโดยยินยอม” (ไปสำนักทะเบียนพร้อมกัน) หรือ “ฟ้องหย่าศาล” (อีกฝ่ายไม่ยินยอม/มีเหตุหย่า) เอกสารหลักมักมี บัตร ปชช./ทะเบียนบ้าน, ใบสำคัญการสมรส, หลักฐานเหตุหย่า (แชต ภาพ เอกสาร), รายชื่อพยาน และแบบคำฟ้อง/คำให้การ
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมเซ็น ต้องอ้างเหตุอะไร?
ได้ ต้องยื่นต่อศาลและอ้าง “เหตุหย่า” ตามกฎหมาย เช่น มีชู้/ประพฤติชั่ว ทำร้าย ทอดทิ้ง แยกกันอยู่เป็นเวลานาน ติดคุก วิกลจริต หรือผิดสัญญาคู่สมรส ศาลจะไต่สวนพยานและพิจารณาหลักฐานประกอบ
แยกกันอยู่กี่ปีถึงฟ้องหย่าได้ (3 ปีจริงไหม)? ต้องพิสูจน์ยังไง?
กรณี “สมัครใจแยกกันอยู่เป็นเวลานาน” ใช้เป็นเหตุหย่าได้โดยหลักนิยม 3 ปี ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานที่เชื่อได้ เช่น สัญญาเช่าคนละที่ อยู่คนละทะเบียนบ้าน บิลค่าน้ำไฟ บันทึกพยาน ฯลฯ
ค่าฟ้องหย่าเท่าไหร่ (ค่าศาล-ค่าส่งหมาย-ค่าทนาย) และต้องเตรียมงบประมาณแค่ไหน?
ขึ้นกับศาลและลักษณะคดี หากมีการแบ่งสินสมรส/เรียกค่าเสียหายจะมีค่าธรรมเนียมตามทุนทรัพย์ นอกจากนี้มีค่าส่งหมาย/ค่าเดินทางพยาน และ “ค่าทนาย” ซึ่งแตกต่างตามประสบการณ์และพื้นที่ ควรสอบถามประมาณการก่อนเริ่มคดี
ฟ้องหย่าใช้เวลากี่เดือน ถ้าอีกฝ่ายสู้คดี/ไม่สู้คดี?
ถ้าตกลงกันได้หลายเรื่อง อาจจบในไม่กี่เดือน แต่หากมีข้อพิพาทเรื่องบุตรหรือทรัพย์สิน มักยืดจากหลายเดือนถึงเป็นปี ทั้งนี้ขึ้นกับคิวศาล ปริมาณพยาน และความพร้อมของเอกสาร
หย่าโดยความยินยอม จดทะเบียนที่ไหน ต้องมีพยานกี่คน และมีค่าธรรมเนียมหรือไม่?
จดได้ที่สำนักทะเบียนใดก็ได้ ไม่จำกัดภูมิลำเนา ต้องมีพยานบรรลุนิติภาวะ 2 คน ค่าธรรมเนียมโดยมากไม่มี (ต่างจากคดีศาล) แต่ให้เตรียมค่าเอกสารคัดสำเนาตามที่ต้องใช้
หย่ากับชาวต่างชาติ/อยู่คนละประเทศทำอย่างไร (หย่าต่างสำนัก/หย่าที่สถานกงสุล)?
ทำได้หลายทาง เช่น หย่าต่างสำนัก (อีกฝ่ายลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล/โนตารีต่างประเทศแล้วส่งเอกสารรับรองกลับมา) หรือฟ้องหย่าศาลไทยถ้าเข้าเงื่อนไขอำนาจศาล เอกสารต่างประเทศมักต้องแปลและรับรอง
ไม่รู้ที่อยู่ของคู่สมรส จะฟ้องหย่าอย่างไร?
ยื่นฟ้องต่อศาลพร้อมคำขอให้ “ส่งหมายโดยวิธีพิเศษ” เช่น ปิดหมาย/โฆษณาหนังสือพิมพ์ ตามดุลพินิจศาล พร้อมแสดงหลักฐานว่าตามหาแล้วโดยสุจริต (เช่น เช็กทะเบียนราษฎร นายจ้างเก่า เครือญาติ)
หย่าแล้ว “อำนาจปกครองบุตร–ค่าเลี้ยงดู” ตกลงกันได้ไหม? ถ้าตกลงไม่ได้ทำอย่างไร?
ตกลงกันได้และควรทำเป็นหนังสือให้ชัดเจนว่าใครมีอำนาจปกครอง/พบเจอ/ค่าเลี้ยงดูเท่าไร หากตกลงไม่ได้ ให้ศาลชี้ขาดโดยยึด “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” เป็นหลัก
หย่าแล้วแบ่งทรัพย์สิน/หนี้ร่วมยังไง (สินสมรส–สินส่วนตัว)?
หลักทั่วไป สินสมรสที่ได้มาระหว่างสมรสแบ่งกันคนละครึ่ง ส่วนสินส่วนตัว (มีมาก่อน/ได้มาเฉพาะตัว) ไม่ต้องแบ่ง หนี้ร่วมพิจารณาตามวัตถุประสงค์ (เพื่อครอบครัว/กิจการร่วม) และพยานหลักฐานประกอบ
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


