มรรยาททนายความ 21 ข้อ.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-10-06

มรรยาททนายความ 21 ข้อ

กฎเกณฑ์ ศักดิ์ศรี และจริยธรรมแห่งวิชาชีพทนายความ

มรรยาททนายความ 21 ข้อ (2).png

สภาทนายความ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2500 สภาทนายความจัดเป็นองค์กรอิสระ มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของทนายความทั่วประเทศมีพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 ใช้บังคับกับผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ เท่านั้น

ทนายความ หมายความว่า “ผู้ที่สภาทนายความได้รับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ”

การเป็นทนายความไม่ใช่เพียงการประกอบอาชีพ หากแต่เป็นการสวมบทบาทของบุคคลสำคัญในกระบวนการยุติธรรม ผู้ซึ่งต้องทำหน้าที่แทนประชาชนในการรักษาสิทธิ เสรีภาพ และผลประโยชน์ตามกฎหมาย ดังนั้นการปฏิบัติตนของทนายความจึงต้องมีมาตรฐานสูง ทั้งในด้านความรู้ ความสามารถ และที่สำคัญคือ มรรยาทวิชาชีพทนายความ ซึ่งเป็นเกณฑ์กำหนดว่าทนายความควรหรือไม่ควรประพฤติอย่างไร

เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของวิชาชีพและศรัทธาของสังคม

จึงได้กำหนด "ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529" และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 โดยสภาทนายความ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและความเหมาะสมในยุคปัจจุบัน 

ข้อบังคับนี้หากมีทนายความคนหนึ่งคนใด ฝ่าฝืนข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดให้ถือว่าทนายความผู้นั้น “ประพฤติผิดมรรยาททนายความ”

หน้าที่ของทนายความ

มรรยาททนายความ 21 ข้อ (3).png

ทนายความจะมีอำนาจว่าความในศาล ดำเนินการต่างๆในชั้นพิจารณา ทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา  เพื่อทำหน้าที่แทนลูกความได้ จะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความในคดีจากลูกความก่อนเสมอ เพื่อให้มีอำนาจกระทำการตามที่ระบุไว้ในใบแต่งทนายความ 

ทนายความนั้นไม่เพียงแต่มีหน้าที่เฉพาะคดีที่มีการฟ้องร้องคดีกันต่อศาลเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ประชาชน และร่างนิติกรรม สัญญาต่างๆได้ ตามหน้าที่ได้รับมอบหมาย 

ความสำคัญของมรรยาททนายความ

  1. สร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนไว้วางใจในทนายความและกระบวนการยุติธรรม
  2. คุ้มครองสิทธิของลูกความ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือเอารัดเอาเปรียบ
  3. รักษาศักดิ์ศรีวิชาชีพทนายความ  ทนายความที่มีมรรยาทย่อมได้รับความเคารพจากสังคม
  4. ป้องกันความผิดวินัย ฝ่าฝืนข้อบังคับอาจถูกลงโทษตั้งแต่ตักเตือน ภาคทัณฑ์  พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ ลบชื่อทนายความออกจากทะเบียน

โทษในความผิดคดีมรรยาททนายความมี 3 สถาน คือ

  1. ภาคทัณฑ์: ตักเตือนเป็นหนังสือและบันทึกประวัติทางวินัย ไว้เป็นเหตุประกอบการพิจารณาหากทำผิดซ้ำ
  2. ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนดไม่เกิน 3 ปี: เทียบได้กับ “พักใช้ใบอนุญาตว่าความ”
  3. ลบชื่อทนายความออกจากทะเบียน: ร้ายแรงที่สุด ส่งผลให้สิ้นสภาพเป็นทนายความ ไม่อาจประกอบวิชาชีพทนายความได้ต่อไป

บุคคลใดบ้างมีสิทธิยื่นคำ “กล่าวหา” พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528

  1. ผู้เสียหาย (โดยนิตินัย)
  2. ทนายความ (ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้กล่าวหา)
  3. ศาล
  4. พนักงานอัยการ
  5. พนักงานสอบสวน
  6. คณะกรรมการมรรยาททนายความ

ข้อกำหนดการกล่าวหาว่าประพฤติผิดมรรยาททนายความ

  1. ต้องทำเป็นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความ
  2. ต้องเป็นผู้มีสิทธิกล่าวหา ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 64 และ 65
  3. ผู้กล่าวหาต้อง ยื่นคำกล่าวหาภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันผู้กล่าวหารู้ความประพฤติผิดมรรยาทนายความ และรู้ตัวผู้ประพฤติผิด แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันประพฤติผิดมรรยาททนายความ

ขั้นตอนการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ

มรรยาททนายความ 21 ข้อ (4).png

1. ผู้กล่าวหาได้รับความเสียหายจากการประพฤติมรรยาททนายความ

2. ผู้กล่าวหาต้องยื่นคำร้องเรียนเป็นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความ

3. เมื่อคณะกรรมการได้รับคำกล่าวหาจากผู้ถูกกล่าวหา มีหน้าที่ต้องแจ้งส่งเรื่องไปยังสำนักงานทนายความที่ทนายความผู้ถูกกล่าวหาได้จดทะเบียนไว้

4. ทนายความผู้ถูกกล่าวหาต้องแก้ข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

5. คณะกรรมการมรรยาททนายความ จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อมาทำหน้าที่สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน และทำความเห็นส่งคณะกรรมการมรรยาททนายความต่อไป (ไม่มีกำหนดระยะเวลาสอบสวน)

6. คณะกรรมการมรรยาททนายความจะพิจารณาตรวจสำนวนและออกคำสั่ง จำหน่ายคดี ยกข้อกล่าวหา หรือลงโทษทนายความผู้ถูกกล่าวหา อย่างใดอย่างหนึ่ง

7. ให้คณะกรรมการสภาทนายความจะพิจารณาอีกขั้นหนึ่ง แล้วจึงออกคำสั่งการพิจารณาคดี ไม่ว่าจะจำหน่ายคดี ยกข้อกล่าวหา หรือลงโทษทนายความผู้ถูกกล่าวหา อย่างใดอย่างหนึ่ง (มีกำหนดระยะให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน)

8. ประธานกรรมการมรรยาททนายความได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการสภาทนายความ จะต้องแจ้งไปยังผู้กล่าวหา ทนายความผู้กล่าวหา และคณะกรรมการสอบสวน ให้ถือว่าคำสั่งนี้เป็นที่สิ้นสุด

9. หากผู้กล่าวหา ไม่พอใจผลคำสั่งการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง (ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง) 

10. หากทนายผู้ถูกกล่าวหา ไม่พอใจผลคำสั่งการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสภานายกพิเศษได้ (ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง) โดยยื่นต่อประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความ เมื่อมีสภานายกพิเศษมีคำสั่งต้องแจ้งผลการพิจารณาไปยังประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความ (ภายใน 60 วัน) และให้ถือคำสั่งนี้เป็นที่สุด กรณีทนายความผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบคำสั่งแล้วไม่พอใจสามารถยื่นคำร้องต่อศาลปกครองได้ (ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง)


 

 

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ กำหนดข้อใดไว้บ้าง?

มรรยาททนายความ 21 ข้อ (5).png

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความพ.ศ. ๒๕๒๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) (จ) และมาตรา ๕๑ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยมรรยาททนายความไว้ดังต่อไปนี้

หมวด ๑

  • บททั่วไป

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. ๒๕๒๙"

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยมรรยาททนายความและการแต่งกายของทนายความตามข้อบังคับของเนติบัณฑิตยสภา และตามบทกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๔ ทนายความผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งดังจะกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่าทนายความผู้นั้นประพฤติผิดมรรยาททนายความ

หมวด ๒

  • มรรยาทต่อศาลและในศาล

ข้อ ๕ ไม่รับหน้าที่เมื่อผู้พิพากษาได้ขอแรงให้เป็นทนายความแก้ต่างในคดีอาญา เว้นแต่จะมีข้อแก้ตัวโดยสมควร

ข้อ ๖ ไม่เคารพยำเกรงอำนาจศาล หรือกระทำการใดอันเป็นการดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในศาลหรือนอกศาล อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียอำนาจศาลหรือผู้พิพากษา

ข้อ ๗ กล่าวความ หรือทำเอกสารหรือหลักฐานเท็จ หรือใช้กลอุบายลวงให้ศาลหลง หรือกระทำการใดเพื่อทราบคำสั่ง หรือคำพิพากษาของศาลที่ยังไม่เปิดเผย

ข้อ ๘ สมรู้เป็นใจโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อทำพยานหลักฐานเท็จ หรือ เสี้ยมสอนพยานให้เบิกความเท็จ หรือโดยปกปิดซ่อนงำอำพรางพยานหลักฐานใด ๆ ซึ่งควรนำมายื่นต่อศาล หรือสัญญาจะให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน หรือสมรู้เป็นใจในการให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน

หมวด ๓

  • มรรยาทต่อตัวความ

ข้อ ๙ กระทำการใดอันเป็นการยุยงส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องคดีกันในกรณีอันหามูลมิได้

ข้อ ๑๐ ใช้อุบายอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี้ เพื่อจูงใจให้ผู้ใดมอบคดีให้ว่าต่าง หรือแก้ต่าง

   (๑) หลอกลวงให้เขาหลงว่าคดีนั้นจะชนะ เมื่อตนรู้สึกแก่ใจว่าจะแพ้

   (๒) อวดอ้างว่าตนมีความรู้ยิ่งกว่าทนายความคนอื่น

   (๓) อวดอ้างว่าเกี่ยวเป็นสมัครพรรคพวกรู้จักคุ้นเคยกับผู้ใดอันกระทำให้เขาหลงว่าตนสามารถจะทำให้เขาได้รับผลเป็นพิเศษนอกจากทางว่าความ หรือหลอกลวงว่าจะชักนำจูงใจให้ผู้นั้นช่วยเหลือคดีในทางใด ๆ ได้ หรือแอบอ้างขู่ว่าถ้าไม่ให้ตนว่าคดีนั้นจะหาหนทางให้ผู้นั้นกระทำให้คดีของเขาเป็นแพ้

ข้อ ๑๑ เปิดเผยความลับของลูกความที่ได้รู้ในหน้าที่ของทนายความ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากลูกความนั้นแล้ว หรือโดยอำนาจศาล

ข้อ ๑๒ กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี้ อันอาจทำให้เสื่อมเสียประโยชน์ของลูกความ

   (๑) จงใจขาดนัด หรือทอดทิ้งคดี

   (๒) จงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่การดำเนินคดีแห่งลูกความของตนหรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ

ข้อ ๑๓ ได้รับปรึกษาหารือ หรือได้รู้เรื่องกรณีแห่งคดีใดโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องกับคู่ความฝ่ายหนึ่งแล้วภายหลังไปรับเป็นทนายความหรือใช้ความรู้ที่ได้มานั้นช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นปรปักษ์อยู่ในกรณีเดียวกัน

ข้อ ๑๔ ได้รับเป็นทนายความแล้ว ภายหลังใช้อุบายด้วยประการใด ๆ โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เพื่อจะให้ตนได้รับประโยชน์นอกเหนือจากที่ลูกความได้ตกลงสัญญาให้

ข้อ ๑๕ กระทำการใดอันเป็นการฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสินลูกความ หรือ ครอบครอง หรือหน่วงเหนี่ยว เงินหรือทรัพย์สินของลูกความที่ตนได้รับมาโดยหน้าที่อันเกี่ยวข้องไว้นานเกินกว่าเหตุ โดยมิได้รับความยินยอมจากลูกความ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร

หมวด ๔

  • มรรยาทต่อทนายความด้วยกัน ต่อประชาชนผู้มีอรรถคดี และอื่น ๆ

ข้อ ๑๖ แย่งหรือทำการใดในลักษณะประมูลคดีที่มีทนายความอื่นว่าต่างแก้ต่างอยู่แล้วมาว่า หรือรับ หรือสัญญาว่าจะรับว่าต่าง แก้ต่างในคดีที่รู้ว่ามีทนายความอื่นว่าอยู่แล้ว เว้นแต่

   (๑) ได้รับความยินยอมจากทนายความที่ว่าความอยู่ในเรื่องนั้นแล้ว

   (๒) มีเหตุผลอันควรเชื่อว่าตัวความได้ถอนทนายความคนก่อนจากการเป็นทนายความของเขาแล้ว หรือ

   (๓) ทนายความผู้ว่าความในเรื่องนั้นปฏิเสธ หรือแสดงความไม่สมัครใจที่จะว่าความในคดีนั้นต่อไปแล้ว

ข้อ ๑๗ ประกาศโฆษณา หรือยอมให้ผู้อื่นประกาศโฆษณาใด ๆ ดังต่อไปนี้

   (๑) อัตราค่าจ้างว่าความ หรือแจ้งว่าไม่เรียกร้องค่าจ้างว่าความ เว้นแต่ การประกาศโฆษณาของทนายความเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายซึ่งดำเนินการโดยสภาทนายความเองหรือโดยสถาบัน สมาคม องค์การ หรือส่วนราชการใดที่เกี่ยวข้อง หรือ

   (๒) ชื่อ คุณวุฒิ ตำแหน่ง ถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงาน อันเป็นไปในทางโอ้อวดเป็นเชิงชักชวนให้ผู้มีอรรถคดีมาหาเพื่อเป็นทนายความว่าต่าง หรือแก้ต่างให้ เว้นแต่การแสดงชื่อ คุณวุฒิหรืออื่น ๆ ดังกล่าวตามสมควรโดยสุภาพ

ข้อ ๑๘ ประกอบอาชีพ ดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็ นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี หรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ

ข้อ ๑๙ ยินยอมตกลง หรือให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ค่านายหน้าหรือบำเหน็จรางวัลใด ๆ ด้วยทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ แก่ผู้ที่หาคดีความหรือนำคดีความมาให้ หรือมีคนประจำสำนักงานดำเนินการจัดหาคดีความมาให้ว่า โดยทนายความผู้นั้นคิดค่าส่วนลดของค่าจ้างให้ หรือให้เงินเดือน หรือเงินจำนวนหนึ่งจำนวนใด หรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างใด ๆ แก่ผู้ที่ หาคดีความมาให้ นั้น แม้บุคคลผู้หาคดีความมาให้ โดยลักษณะดังกล่าวจะเป็นเสมียนหรือลูกจ้างประจำสำนักงานของทนายความผู้นั้น

หมวด ๕

  • มรรยาทในการแต่งกาย

ข้อ ๒๐ ในเวลาว่าความ ทนายความจะต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามหลักเกณฑ์ ต่อไปนี้

   (๑) ทนายความชาย แต่งตามแบบสากลนิยม เป็นชุดสีขาว หรือสีอื่นที่ไม่ฉูดฉาด

เชิ้ตขาวผ้าผูกคอสีดำหรือสีอื่นที่สุภาพไม่ฉูดฉาดแบบเงื่อนกะลาสี หรือแต่งเสื้อชุดไทยแบบแขนสั้นหรือยาวสีสุภาพไม่มีลวดลายแทนเสื้อชุดสากลก็ได้ รองเท้าหุ้มส้นสีขาว น้ำตาลหรือดำ ถุงเท้าสีคล้ายคลึงกับรองเท้า

   (๒) ทนายความหญิง แต่งตามแบบสากลนิยม กระโปรงและเสื้อสีสุภาพไม่ฉูดฉาดรองเท้าหุ้มส้น

   (๓) ทนายความที่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบราชการ จะแต่งเครื่องแบบราชการก็ได้

   (๔) ในขณะว่าความ ทนายความที่มีสิทธิสวมเสื้อครุยเนติบัณฑิต ต้องสวมเสื้อครุยนั้นด้วย

หมวด ๖

  • มรรยาทในการปฏิบัติตามคำสั่งตามกฎหมายและข้อบังคับ

ข้อ ๒๑ ทนายความจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ คณะกรรมการสภาทนายความ และคณะกรรมการมรรยาททนายความ ตลอดจนบรรดาข้อบังคับหรือข้อกำหนดที่บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวได้สั่งหรือมีไว้ แล้วแต่กรณี ตามอำนาจหน้าที่ซึ่งมีอยู่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๒๗ (๓) (จ) และมาตรา ๕๑ แห่ง พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ ในการประชุมครั้งที่ 2-2/2566 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ให้แก้ไขข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. ๒๕๒๙ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖”

ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน (2) ของข้อ 20 แห่งข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

ข้อ 20 (2) ทนายความหญิงแต่งกายตามแบบสากลนิยม กระโปรงหรือกางเกงขายาวสีขาว กรมท่า ดำ หรือสีอื่น ซึ่งเป็นสีเข้มและไม่ฉูดฉาด โดยมีรูปแบบที่เหมาะสม เสื้อสีขาวหรือสีตามกระโปรง หรือกางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้นสีขาว น้ำตาลหรือดำเข้าชุดกันกับเครื่องแต่งกาย


ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ถือว่าทนายความประพฤติผิดมรรยาททนายความ

  • กรณีทนายความได้รับเงินค่าเสียหายจากจำเลยแล้ว แต่ไม่นำไปมอบส่งมอบให้แก่โจทก์ ให้ถือว่าทนายความผู้นั้นฝ่าฝืนข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 15 และย่อมถือว่าฝ่าฝืนข้อ 18 ด้วย จึงเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ ตามข้อ 4 
  • กรณีทนายความเคยรับปรึกษาฝ่ายจำเลยในเรื่องเดียวกันมาก่อน แต่ภายหลังไปว่าความให้ฝ่ายโจทก์ แล้วเบิกความหรือทำคำให้การบิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมยุให้ฟ้องหลายคดีทั้งที่พยานหลักฐานไม่พอ ทนายความผู้นั้นกระทำผิดมรรยาททนายความ ข้อ 13 (ผลประโยชน์ขัดกัน) ข้อ 7 (กล่าวความ ทำเอกสารเท็จหรือใช้กลอุบายลวงศาลและ ข้อ 9 (ยุยงให้ฟ้องโดยหามูลอันควรไม่ได้)
  • กรณีทนายความโพสต์คอนเทนต์หรือภาพโปรโมตที่มีการโอ้อวดเชิงชักชวน เช่น "เราคือทีมทนายชนะคดีมาแล้ว 99%" "จ้างตอนนี้รับทำคดีอาญาเหมา xxx บาท" "สำนักงานเราเก่งที่สุดในจังหวัด" "เหนือกว่าทนายคนอื่น" ทนายความผู้นั้นกระทำผิดมรรยาททนยาความ ข้อ 17 และข้อ 10 

สรุป

ตามทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น มรรยาททนายความทั้ง 21 ข้อเปรียบเสมือนเข็มทิศทางจริยธรรมของวิชาชีพทนาย ไม่เพียงกำหนดข้อห้ามทางกฎหมาย แต่ยังสะท้อนค่านิยมเรื่องความสุจริต ความรับผิดชอบ และการเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม 

การรักษามรรยาทช่วยให้ประชาชนมั่นใจว่าทนายจะทำหน้าที่ปกป้องสิทธิและเสรีภาพของตนอย่างเป็นธรรมการประพฤติผิดมรรยาทความไม่เพียงสร้างความเสื่อมเสียแก่ตัวบุคคล แต่ยังบั่นทอนความศรัทธาต่อวิชาชีพทนายความโดยรวม 

ดังนั้น ทนายความทุกคนจึงควรตระหนักว่า การรักษามรรยาทคือการรักษาศักดิ์ศรีเกียรติยศ และเป็นการธำรงเกียรติภูมิแห่งกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “