รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-10-15

พินัยกรรมมีกี่รูปแบบ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

พินัยกรรมคืออะไร ?

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (2).png

            พินัยกรรม เป็นการแสดงเจตนาที่มีผลตามกฎหมาย หรือที่เรียกว่านิติกรรม ชนิดหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ ที่ผู้ที่ทำสร้างไว้เป็นคำสั่งว่าเมื่อเขาตายไป จะให้ทรัพย์สินและสิทธิของตนเป็นอย่างไรต่อไป

ความสำคัญของพินัยกรรม

            ด้วยความที่พินัยกรรม เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ของเราหลังจากที่ตายไป พินัยกรรมจึงเป็นนิติกรรมที่ต้องทำเองเฉพาะตัว เพราะเจตนาในการกำหนดล่วงหน้าเมื่อตัวเองตายเกี่ยวกับทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ของตนว่าจะให้ส่วนไหนเป็นไปต่อไปอย่างไร จะยกทรัพย์สินให้ใครต้องเป็นเรื่องที่ต้องคิดเอง โดยเป็นเรื่องที่สำคัญถึงขั้นที่สามารถทำได้เองตั้งแต่อายุ  15 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 23

โดยตามกฎหมายไทยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้จำแนกพินัยกรรมไว้ 7 รูปแบบ ดังต่อไปนี้ครับ

รูปแบบที่ 1 พินัยกรรมแบบธรรมดา

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (3).png

            จะพบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1656 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “พินัยกรรมนั้น จะทำ ... เป็นหนังสือลงวัน เดือน ปีในขณะที่ทำขึ้นและผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น” โดยพินัยกรรมแบบธรรมดานั้นจะเน้นความสำคัญของการมีพยานเป็นหลัก และเป็นพินัยกรรมที่สามารถให้คนอื่นช่วยเขียนหรือพิมพ์ข้อความต่าง ๆ แทนตัวผู้ทำพินัยกรรมเองได้

            ในเรื่องการลงลายมือชื่อ ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อให้พยานทั้งสองคนเห็น และพยานทั้งสองคนต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมพร้อมกัน พยานคนใดคนนึงจะมาลงลายมือชื่อรับรองภายหลังไม่ได้ เพราะจะทำให้พินัยกรรมนี้เป็นโมฆะเนื่องจากทำไม่ถูกแบบตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีตัวอย่างแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเคยตัดสินไว้ด้านล่าง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2549 

ขณะที่ ว. ลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมนั้นได้มีการจัดพิมพ์ข้อความและมีบุคคลอื่นลงลายมือชื่อในช่องผู้ทำพินัยกรรมและช่องพยานมาก่อน แล้ว อ. จึงได้นำพินัยกรรมมาให้ ว. ลงลายมือชื่อเป็นพยาน แสดงว่าผู้ตายทำพินัยกรรมมิได้ลงลายมือชื่อต่อหน้า อ. และ ว. ซึ่งเป็นพยานพร้อมกัน และ อ. และ ว. ก็มิได้ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ตายผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามลักษณะการทำพินัยกรรมตามมาตรา 1656 วรรคหนึ่ง พินัยกรรมย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 ผู้ร้องจึงไม่เป็นทายาทผู้รับพินัยกรรมอันจะมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอจัดทรัพย์มรดกของผู้ตาย

ข้อดี: พินัยกรรมแบบธรรมดา

  • ทำได้ง่ายและทำที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไปสถานที่ราชการ
  • ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้เจ้าหน้าที่รัฐ
  • เป็นความความลับที่จะรู้กันแค่พยานกับผู้ทำพินัยกรรม
  • ไม่จำเป็นต้องเขียนหรือพิมพ์เอง เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกหรือไม่สามารถเขียนหรือพิมพ์ด้วยตัวเอง

ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบธรรมดา

  • มีโอกาสที่จะทำพลาดจนทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะได้ เช่น การลงลายมือชื่อพลาด เพราะผู้ทำและพยานอาจไม่รู้กฎหมายละเอียด
  • มีโอกาสถูกปลอมแปลงได้ เพราะไม่ได้ใช้การรับรองของเจ้าหน้าที่รัฐ
  • มีโอกาสสูญหายหรือถูกทำลาย เพราะเก็บกันเอง
  • มีโอกาสที่ความลับรั่วไหล เพราะพยานไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐและอาจเป็นผู้มีส่วนได้เสีย

รูปแบบที่ 2 พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (4).png

            จะพบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657 ที่บัญญัติว่า “พินัยกรรมนั้น จะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ กล่าวคือ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือตัวเองทั้งข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน” ตามชื่อของมัน พินัยกรรมรูปแบบนี้คือเป็นพินัยกรรมที่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ ไม่ต้องการพยาน ขอเพียงทำเป็นหนังสือและเขียนข้อความที่เป็นสาระสำคัญต่าง ๆ ครบถ้วนและลงลายมือชื่อของตนเอง

ข้อดี: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

  • ง่ายและประหยัด เพราะทำได้ด้วยตัวเองคนเดียวก็พอ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมหรือการหาพยาน
  • ความลับปลอดภัยที่สุด เพราะจะรู้แค่ตัวเองเท่านั้นไม่ต้องพึ่งพยาน ทำให้ไม่ต้องบอกพยานว่าอย่าบอกใครนะ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าตัวเองทำพินัยกรรม
  • เหมาะกับการทำในกรณีฉุกเฉินถ้ายังเขียนหรือพิมพ์เองได้ เพราะไม่ต้องมีพยาน
  • ถ้าเขียนถูกต้องก็บังคับใช้ได้เหมือนพินัยกรรมแบบอื่น

ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

  • มีโอกาสถูกตีความผิดได้ เพราะการทำเองคนเดียวจะไม่มีใครรู้เจตนาที่แท้จริงของผู้ทำ (ไม่มีพยาน)
  • เสี่ยงต่อการสูญหาย ถูกทำลายหรือถูกปลอม และจะตามพิสูจน์อะไรไม่ได้เลยเพราะมีเพียงผู้ทำพินัยกรรมที่รู้ถึงการมีและข้อความในพินัยกรรม
  • มีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดทางเทคนิค เพราะการทำเองคนเดียวจะไม่มีผู้อื่นช่วยรีเช็คตรวจสอบ
  • มีโอกาสถูกคัดค้านจากญาติพี่น้อง เพราะการทำพินัยกรรมคนเดียว ก็จะไม่มีใครรู้ว่าผู้ทำทำเองจริงมั้ย หรือว่าถูกปลอม

คำปรึกษากฎหมายจริงเรื่อง "พินัยกรรม" พร้อมคำตอบจากทนายความ

Q: เรื่องพินัยกรรมโฉนดที่ดิน

Q: ยื่นรับมรดกตามพินัยกรรมเมืองแต่มีผู้คัดค้าน

Q: ต้องการเขียนพินัยกรรม

รูปแบบที่ 3 พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (5).png

จะพบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1658 โดยได้กำหนดขั้นตอนไว้ดังนี้

  1. ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ต้องการใส่ในพินัยกรรมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอ พร้อมกับพยานอีก 2 คน
  2. พนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอจดข้อความที่แจ้งและอ่านทวนให้ผู้ทำพินัยกรรมกับพยานฟัง
  3. เมื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อความที่พนักงานเจ้าหน้าที่จดว่าตรงกับที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งแล้ว ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อรับรอง
  4. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อ วัน เดือนและปี โดยจดลงด้วยตนเองด้วยว่าพินัยกรรมฉบับนี้ทำถูกต้องตามขั้นตอนที่ 1 ถึงขั้นตอนที่ 3 แล้วประทับตราตำแหน่งไว้

            โดยชื่อพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองนี้ มาจากตัวบทกฎหมายมาตรา 1658 เอง และพินัยกรรมรูปแบบนี้ต้องให้หน่วยงานรัฐช่วยดำเนินการให้ พินัยกรรมรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่แน่นหนาปลอดภัยที่สุด เพราะมีการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ปลอมและโต้แย้งยาก

ข้อดี: พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

  • มีความน่าเชื่อถือสูง มีโอกาสโดนคัดค้านน้อย เพราะมีการดำเนินการผ่านเจ้าหน้าที่รัฐ มีหลักฐานชัดเจน
  • มีโอกาสถูกปลอมแปลงต่ำมาก เพราะเก็บรักษาไว้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
  • มีโอกาสสูญหายต่ำมาก เพราะเก็บไว้กับเจ้าหน้าที่รัฐ

ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

  • มีความยุ่งยาก เพราะนอกจากต้องมีพยานด้วยแล้ว ยังต้องนัดหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วย
  • ใช้เวลาทำนานกว่าปกติเล็กน้อย และอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมให้รัฐด้วย
  • ความเป็นส่วนตัวต่ำลง เพราะนอกจากพยานจะรู้ถึงข้อความในพินัยกรรมแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่อีกด้วย
  • ต้องไปทำที่หน่วยงานรัฐ

รูปแบบที่ 4 พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (6).png

            เป็นพินัยกรรมรูปแบบที่พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา  1660 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพินัยกรรมแบบทำเอง แต่เอามาเก็บไว้กับทางหน่วยงานรัฐ โดยที่ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องจัดการพินัยกรรมจนเรียบร้อยพร้อมลงลายมือชื่อ และผนึกมาในซอง แล้วนำซองพินัยกรรมมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมกับพยานอีก 2 คน 

โดยจะต้องมีการยืนยันว่าเอกสารข้างในเป็นพินัยกรรมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่และพยานพร้อมกัน 2 คน และแจ้งหากไม่ได้เขียนหรือพิมพ์พินัยกรรมด้วยตนเอง ให้แจ้งด้วยว่าผู้เขียนหรือพิมพ์ชื่ออะไร ภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน(หมายความว่าไม่จำเป็นต้องเขียนเองแบบพินัยกรรมแบบทำเอง) โดยให้เจ้าพนักงานจดข้อความเหล่านั้นลงไปบนซอง จดวัน เดือน ปีที่ผู้ทำพินัยกรรมมาแจ้งและประทับตราตำแหน่ง พร้อมกับให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยาน 2 คนลงลายมือชื่อบนซอง

ข้อดี: พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

  • มีคนรู้ข้อความข้างในแค่ผู้ทำพินัยกรรมและผู้เขียนหรือพิมพ์ หากมี
  • มีความมั่นคงสูง และทายาทโต้แย้งได้ยาก เพราะมีตราประทับของเจ้าหน้าที่รัฐ
  • มีความปลอดภัยสูง เพราะเก็บไว้กับหน่วยงานรัฐ
  • ให้คนอื่นช่วยเขียนหรือพิมพ์ได้ และไม่ต้องให้พยานรู้ข้อความในพินัยกรรม จะรู้แค่คนเขียน/พิมพ์

ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

  • มีโอกาสเสียหายทางเทคนิค เช่นการลืมลงลายมือชื่อหรือวันที่ได้ เพราะไม่มีคนตรวจสอบความครบถ้วนของพินัยกรรมได้
  • เสียเวลามากกว่าปกติเล็กน้อย และอาจเสียค่าธรรมเนียม
  • มีขั้นตอนวุ่นวาย เพราะต้องทำพินัยกรรมให้เสร็จก่อน แล้วค่อยพาพยานไปหาพนักงานเจ้าหน้าที่

รูปแบบที่ 5 พินัยกรรมทำแบบวาจา

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (7).png

            พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1663 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งบุคคลใดไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ เช่นตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม บุคคลนั้นจะทำพินัยกรรมด้วยวาจาก็ได้”  โดยพินัยกรรมรูปแบบวาจาเป็นทางออกฉุกเฉินที่กฎหมายเปิดช่องให้ใครก็ตามที่อยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติ เช่นอนตรายใกล้ความตาย หรือสงครามและไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบปกติได้ สามารถทำพินัยกรรมแบบวาจาได้ 

โดยแจ้งเป็นคำพูดต่อพยาน 2 คน และพยาน 2 คนนี้จะต้องไปแจ้งต่ออำเภอโดยไม่ชักช้า ซึ่งก็คือหมายความว่าเมื่อมีโอกาสไปได้ต้องไปแจ้งทันที อีกทั้งพินัยกรรมลักษณะนี้มีอายุใช้งานได้ไม่นาน เมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินผ่านไปแล้วถ้าผู้ทำพินัยกรรมสามารถทำพินัยกรรมใหม่ได้ พินัยกรรมแบบวาจาที่เคยทำไว้จะเป็นอันเพิกถอนไปในตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2496 

การป่วยเป็นโรคลมจุกเสียด ไม่ใช่โรคระบาด ตามที่ มาตรา 1663 บัญญัติไว้ ฉะนั้นแม้ผู้ป่วยใกล้จะตายก็จะย่อมทำพินัยกรมด้วยวาจาไม่ได้

ตามคำพิพากษาฎีกานี้ เหตุอันตรายใกล้ความตายจะต้องเป็นเหตุที่ทำให้ไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้เลยเท่านั้น และต้องไม่ใช่เหตุเจ็บป่วยทั่วไปด้วย หากเป็นเหตุเจ็บป่วยทั่วไปแม้ใกล้ตาย ก็ทำพินัยกรรมแบบวาจาไม่ได้

ข้อดี: พินัยกรรมแบบวาจา

  • มีความรวดเร็วสูงมาก ๆ เพราะใช้ได้แค่กรณีมีเหตุฉุกเฉิน
  • ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารหรืออุปกรณ์
  • มีกฎหมายรับรองชัดเจน

ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบวาจา

  • ยากต่อการพิสูจน์ มีโอกาสถูกโต้แย้งสูงมาก
  • มีผลใช้เพียงชั่วคราวเท่านั้น และพยานต้องไปบันทึกเป็นลายลักษณ์โดยเร็ว
  • มีโอกาสถูกบิดเบือนความจริงหากพยานไม่ซื่อสัตย์

รูปแบบที่ 6 พินัยกรรมตามแบบของต่างประเทศ

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (8).png

            พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1667 ที่บัญญัติหลักว่า “เมื่อคนในบังคับของไทยจะทำพินัยกรรมในต่างประเทศ พินัยกรรมนั้นอาจทำตามแบบของประเทศที่ทำพินัยกรรมบัญญัติ หรือทำตามแบบที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้ก็ได้” เป็นการที่กฎหมายไทยผ่อนผันให้คนที่มีสัญชาติไทยแต่อยู่ในต่างประเทศมีสิทธิเลือกทำพินัยกรรมตามแบบของกฎหมายไทย หรือจะทำตามแบบใด ๆ ของประเทศที่อยู่ขณะทำพินัยกรรมนั้นก็ได้ โดยกฎหมายไทยอนุญาตให้พินัยกรรมที่ทำแบบของต่างประเทศและทำถูกต้องบังคับเอากับทรัพย์สินในประเทศไทยได้

ข้อดี: พินัยกรรมตามแบบของต่างประเทศ

  • มีความสะดวกสำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ เพราะการทำพินัยกรรมแบบกฎหมายไทยอาจไม่สะดวก

ข้อเสีย: พินัยกรรมตามแบบของต่างประเทศ

  • ต้องมีการแปลเป็นภาษาไทย
  • แม้จะอนุญาตให้ทำตามแบบของกฎหมายต่างประเทศได้ แต่ข้อกำหนดในพินัยกรรม หากใช้บังคับในไทยก็ยังคงต้องไม่ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามกฎหมายไทย

รูปแบบที่ 7 พินัยกรรมในภาวการณ์รบหรือสงคราม

รูปแบบของพินัยกรรมแต่ละแบบ – ข้อดีข้อเสีย (9).png

            พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1669 บัญญัติว่า “ในระหว่างที่ประเทศตกอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม บุคคลที่รับราชการทหารหรือทำการเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหาร จะทำพินัยกรรมตามแบบที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1658 มาตรา 1660 หรือมาตรา 1663 ก็ได้ ในกรณีเช่นว่านั้น ให้นายทหารหรือข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับกรมการอำเภอ” 

โดยหลักตามมาตรานี้ก็คือ การให้ทหารหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหารในช่วงที่ประเทศอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม สามารถทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง พินัยกรรมแบบเอกสารลับ หรือพินัยกรรมแบบวาจา (หากเข้าเงื่อนไข) ได้โดยให้ถือเอาว่านายทหารหรือข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อำเภอแทนได้

ข้อดี: พินัยกรรมในภาวการณ์รบหรือสงคราม

  • สามารถทำพินัยกรรมแบบที่มีความมั่นคงตามกฎหมายอย่างแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือแบบเอกสารลับได้ในภาวะฉุกเฉิน
  • เพิ่มความสะดวกและเร็วในการทำพินัยกรรมแบบวาจา เพราะการแจ้งนายทหารหรือข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรย่อมง่ายกว่าการแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อำเภอในช่วงเวลาแบบนั้น

ข้อเสีย: พินัยกรรมในภาวการณ์รบหรือสงคราม

  • มีโอกาสที่พินัยกรรมจะมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อยได้ เพราะการให้นายทหารมาทำหน้าที่แทนพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอปิดท้าย อาจมีข้อผิดพลาดที่มองข้ามไปเพราะเป็นการทำพินัยกรรมในช่วงเร่งรีบหรือเพราะความขาดประสบการณ์ในการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้

ส่งท้าย

โดยสรุปแล้ว พินัยกรรมมีหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล การทำพินัยกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยให้ความตั้งใจของคุณต้องถูกเคารพเมื่อคุณไม่อยู่ไปแล้ว และยังช่วยลดความขัดแย้งของเครือญาติภายหลังการจากไปของคุณได้ด้วย

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />