
พินัยกรรมมีกี่รูปแบบ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง
พินัยกรรมคืออะไร ?

พินัยกรรม เป็นการแสดงเจตนาที่มีผลตามกฎหมาย หรือที่เรียกว่านิติกรรม ชนิดหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ ที่ผู้ที่ทำสร้างไว้เป็นคำสั่งว่าเมื่อเขาตายไป จะให้ทรัพย์สินและสิทธิของตนเป็นอย่างไรต่อไป
ความสำคัญของพินัยกรรม
ด้วยความที่พินัยกรรม เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ของเราหลังจากที่ตายไป พินัยกรรมจึงเป็นนิติกรรมที่ต้องทำเองเฉพาะตัว เพราะเจตนาในการกำหนดล่วงหน้าเมื่อตัวเองตายเกี่ยวกับทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ของตนว่าจะให้ส่วนไหนเป็นไปต่อไปอย่างไร จะยกทรัพย์สินให้ใครต้องเป็นเรื่องที่ต้องคิดเอง โดยเป็นเรื่องที่สำคัญถึงขั้นที่สามารถทำได้เองตั้งแต่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 23)
โดยตามกฎหมายไทยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้จำแนกพินัยกรรมไว้ 7 รูปแบบ ดังต่อไปนี้ครับ
รูปแบบที่ 1 พินัยกรรมแบบธรรมดา

จะพบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1656 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “พินัยกรรมนั้น จะทำ ... เป็นหนังสือลงวัน เดือน ปีในขณะที่ทำขึ้นและผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น” โดยพินัยกรรมแบบธรรมดานั้นจะเน้นความสำคัญของการมีพยานเป็นหลัก และเป็นพินัยกรรมที่สามารถให้คนอื่นช่วยเขียนหรือพิมพ์ข้อความต่าง ๆ แทนตัวผู้ทำพินัยกรรมเองได้
ในเรื่องการลงลายมือชื่อ ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อให้พยานทั้งสองคนเห็น และพยานทั้งสองคนต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมพร้อมกัน พยานคนใดคนนึงจะมาลงลายมือชื่อรับรองภายหลังไม่ได้ เพราะจะทำให้พินัยกรรมนี้เป็นโมฆะเนื่องจากทำไม่ถูกแบบตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีตัวอย่างแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเคยตัดสินไว้ด้านล่าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2549
ขณะที่ ว. ลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมนั้นได้มีการจัดพิมพ์ข้อความและมีบุคคลอื่นลงลายมือชื่อในช่องผู้ทำพินัยกรรมและช่องพยานมาก่อน แล้ว อ. จึงได้นำพินัยกรรมมาให้ ว. ลงลายมือชื่อเป็นพยาน แสดงว่าผู้ตายทำพินัยกรรมมิได้ลงลายมือชื่อต่อหน้า อ. และ ว. ซึ่งเป็นพยานพร้อมกัน และ อ. และ ว. ก็มิได้ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ตายผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามลักษณะการทำพินัยกรรมตามมาตรา 1656 วรรคหนึ่ง พินัยกรรมย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 ผู้ร้องจึงไม่เป็นทายาทผู้รับพินัยกรรมอันจะมีส่วนได้เสียที่จะร้องขอจัดทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ข้อดี: พินัยกรรมแบบธรรมดา
- ทำได้ง่ายและทำที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไปสถานที่ราชการ
- ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้เจ้าหน้าที่รัฐ
- เป็นความความลับที่จะรู้กันแค่พยานกับผู้ทำพินัยกรรม
- ไม่จำเป็นต้องเขียนหรือพิมพ์เอง เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกหรือไม่สามารถเขียนหรือพิมพ์ด้วยตัวเอง
ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบธรรมดา
- มีโอกาสที่จะทำพลาดจนทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะได้ เช่น การลงลายมือชื่อพลาด เพราะผู้ทำและพยานอาจไม่รู้กฎหมายละเอียด
- มีโอกาสถูกปลอมแปลงได้ เพราะไม่ได้ใช้การรับรองของเจ้าหน้าที่รัฐ
- มีโอกาสสูญหายหรือถูกทำลาย เพราะเก็บกันเอง
- มีโอกาสที่ความลับรั่วไหล เพราะพยานไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐและอาจเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
รูปแบบที่ 2 พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

จะพบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657 ที่บัญญัติว่า “พินัยกรรมนั้น จะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ กล่าวคือ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือตัวเองทั้งข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน” ตามชื่อของมัน พินัยกรรมรูปแบบนี้คือเป็นพินัยกรรมที่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ ไม่ต้องการพยาน ขอเพียงทำเป็นหนังสือและเขียนข้อความที่เป็นสาระสำคัญต่าง ๆ ครบถ้วนและลงลายมือชื่อของตนเอง
ข้อดี: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
- ง่ายและประหยัด เพราะทำได้ด้วยตัวเองคนเดียวก็พอ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมหรือการหาพยาน
- ความลับปลอดภัยที่สุด เพราะจะรู้แค่ตัวเองเท่านั้นไม่ต้องพึ่งพยาน ทำให้ไม่ต้องบอกพยานว่าอย่าบอกใครนะ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าตัวเองทำพินัยกรรม
- เหมาะกับการทำในกรณีฉุกเฉินถ้ายังเขียนหรือพิมพ์เองได้ เพราะไม่ต้องมีพยาน
- ถ้าเขียนถูกต้องก็บังคับใช้ได้เหมือนพินัยกรรมแบบอื่น
ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
- มีโอกาสถูกตีความผิดได้ เพราะการทำเองคนเดียวจะไม่มีใครรู้เจตนาที่แท้จริงของผู้ทำ (ไม่มีพยาน)
- เสี่ยงต่อการสูญหาย ถูกทำลายหรือถูกปลอม และจะตามพิสูจน์อะไรไม่ได้เลยเพราะมีเพียงผู้ทำพินัยกรรมที่รู้ถึงการมีและข้อความในพินัยกรรม
- มีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดทางเทคนิค เพราะการทำเองคนเดียวจะไม่มีผู้อื่นช่วยรีเช็คตรวจสอบ
- มีโอกาสถูกคัดค้านจากญาติพี่น้อง เพราะการทำพินัยกรรมคนเดียว ก็จะไม่มีใครรู้ว่าผู้ทำทำเองจริงมั้ย หรือว่าถูกปลอม
คำปรึกษากฎหมายจริงเรื่อง "พินัยกรรม" พร้อมคำตอบจากทนายความ
Q: ยื่นรับมรดกตามพินัยกรรมเมืองแต่มีผู้คัดค้าน
รูปแบบที่ 3 พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

จะพบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1658 โดยได้กำหนดขั้นตอนไว้ดังนี้
- ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ต้องการใส่ในพินัยกรรมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอ พร้อมกับพยานอีก 2 คน
- พนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอจดข้อความที่แจ้งและอ่านทวนให้ผู้ทำพินัยกรรมกับพยานฟัง
- เมื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อความที่พนักงานเจ้าหน้าที่จดว่าตรงกับที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งแล้ว ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อรับรอง
- ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อ วัน เดือนและปี โดยจดลงด้วยตนเองด้วยว่าพินัยกรรมฉบับนี้ทำถูกต้องตามขั้นตอนที่ 1 ถึงขั้นตอนที่ 3 แล้วประทับตราตำแหน่งไว้
โดยชื่อพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองนี้ มาจากตัวบทกฎหมายมาตรา 1658 เอง และพินัยกรรมรูปแบบนี้ต้องให้หน่วยงานรัฐช่วยดำเนินการให้ พินัยกรรมรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่แน่นหนาปลอดภัยที่สุด เพราะมีการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ปลอมและโต้แย้งยาก
ข้อดี: พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
- มีความน่าเชื่อถือสูง มีโอกาสโดนคัดค้านน้อย เพราะมีการดำเนินการผ่านเจ้าหน้าที่รัฐ มีหลักฐานชัดเจน
- มีโอกาสถูกปลอมแปลงต่ำมาก เพราะเก็บรักษาไว้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
- มีโอกาสสูญหายต่ำมาก เพราะเก็บไว้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
- มีความยุ่งยาก เพราะนอกจากต้องมีพยานด้วยแล้ว ยังต้องนัดหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วย
- ใช้เวลาทำนานกว่าปกติเล็กน้อย และอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมให้รัฐด้วย
- ความเป็นส่วนตัวต่ำลง เพราะนอกจากพยานจะรู้ถึงข้อความในพินัยกรรมแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่อีกด้วย
- ต้องไปทำที่หน่วยงานรัฐ
รูปแบบที่ 4 พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

เป็นพินัยกรรมรูปแบบที่พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1660 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพินัยกรรมแบบทำเอง แต่เอามาเก็บไว้กับทางหน่วยงานรัฐ โดยที่ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องจัดการพินัยกรรมจนเรียบร้อยพร้อมลงลายมือชื่อ และผนึกมาในซอง แล้วนำซองพินัยกรรมมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมกับพยานอีก 2 คน
โดยจะต้องมีการยืนยันว่าเอกสารข้างในเป็นพินัยกรรมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่และพยานพร้อมกัน 2 คน และแจ้งหากไม่ได้เขียนหรือพิมพ์พินัยกรรมด้วยตนเอง ให้แจ้งด้วยว่าผู้เขียนหรือพิมพ์ชื่ออะไร ภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน(หมายความว่าไม่จำเป็นต้องเขียนเองแบบพินัยกรรมแบบทำเอง) โดยให้เจ้าพนักงานจดข้อความเหล่านั้นลงไปบนซอง จดวัน เดือน ปีที่ผู้ทำพินัยกรรมมาแจ้งและประทับตราตำแหน่ง พร้อมกับให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยาน 2 คนลงลายมือชื่อบนซอง
ข้อดี: พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
- มีคนรู้ข้อความข้างในแค่ผู้ทำพินัยกรรมและผู้เขียนหรือพิมพ์ หากมี
- มีความมั่นคงสูง และทายาทโต้แย้งได้ยาก เพราะมีตราประทับของเจ้าหน้าที่รัฐ
- มีความปลอดภัยสูง เพราะเก็บไว้กับหน่วยงานรัฐ
- ให้คนอื่นช่วยเขียนหรือพิมพ์ได้ และไม่ต้องให้พยานรู้ข้อความในพินัยกรรม จะรู้แค่คนเขียน/พิมพ์
ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
- มีโอกาสเสียหายทางเทคนิค เช่นการลืมลงลายมือชื่อหรือวันที่ได้ เพราะไม่มีคนตรวจสอบความครบถ้วนของพินัยกรรมได้
- เสียเวลามากกว่าปกติเล็กน้อย และอาจเสียค่าธรรมเนียม
- มีขั้นตอนวุ่นวาย เพราะต้องทำพินัยกรรมให้เสร็จก่อน แล้วค่อยพาพยานไปหาพนักงานเจ้าหน้าที่
รูปแบบที่ 5 พินัยกรรมทำแบบวาจา

พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1663 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งบุคคลใดไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ เช่นตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม บุคคลนั้นจะทำพินัยกรรมด้วยวาจาก็ได้” โดยพินัยกรรมรูปแบบวาจาเป็นทางออกฉุกเฉินที่กฎหมายเปิดช่องให้ใครก็ตามที่อยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติ เช่นอนตรายใกล้ความตาย หรือสงครามและไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบปกติได้ สามารถทำพินัยกรรมแบบวาจาได้
โดยแจ้งเป็นคำพูดต่อพยาน 2 คน และพยาน 2 คนนี้จะต้องไปแจ้งต่ออำเภอโดยไม่ชักช้า ซึ่งก็คือหมายความว่าเมื่อมีโอกาสไปได้ต้องไปแจ้งทันที อีกทั้งพินัยกรรมลักษณะนี้มีอายุใช้งานได้ไม่นาน เมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินผ่านไปแล้วถ้าผู้ทำพินัยกรรมสามารถทำพินัยกรรมใหม่ได้ พินัยกรรมแบบวาจาที่เคยทำไว้จะเป็นอันเพิกถอนไปในตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2496
การป่วยเป็นโรคลมจุกเสียด ไม่ใช่โรคระบาด ตามที่ มาตรา 1663 บัญญัติไว้ ฉะนั้นแม้ผู้ป่วยใกล้จะตายก็จะย่อมทำพินัยกรมด้วยวาจาไม่ได้
ตามคำพิพากษาฎีกานี้ เหตุอันตรายใกล้ความตายจะต้องเป็นเหตุที่ทำให้ไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้เลยเท่านั้น และต้องไม่ใช่เหตุเจ็บป่วยทั่วไปด้วย หากเป็นเหตุเจ็บป่วยทั่วไปแม้ใกล้ตาย ก็ทำพินัยกรรมแบบวาจาไม่ได้
ข้อดี: พินัยกรรมแบบวาจา
- มีความรวดเร็วสูงมาก ๆ เพราะใช้ได้แค่กรณีมีเหตุฉุกเฉิน
- ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารหรืออุปกรณ์
- มีกฎหมายรับรองชัดเจน
ข้อเสีย: พินัยกรรมแบบวาจา
- ยากต่อการพิสูจน์ มีโอกาสถูกโต้แย้งสูงมาก
- มีผลใช้เพียงชั่วคราวเท่านั้น และพยานต้องไปบันทึกเป็นลายลักษณ์โดยเร็ว
- มีโอกาสถูกบิดเบือนความจริงหากพยานไม่ซื่อสัตย์
รูปแบบที่ 6 พินัยกรรมตามแบบของต่างประเทศ

พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1667 ที่บัญญัติหลักว่า “เมื่อคนในบังคับของไทยจะทำพินัยกรรมในต่างประเทศ พินัยกรรมนั้นอาจทำตามแบบของประเทศที่ทำพินัยกรรมบัญญัติ หรือทำตามแบบที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้ก็ได้” เป็นการที่กฎหมายไทยผ่อนผันให้คนที่มีสัญชาติไทยแต่อยู่ในต่างประเทศมีสิทธิเลือกทำพินัยกรรมตามแบบของกฎหมายไทย หรือจะทำตามแบบใด ๆ ของประเทศที่อยู่ขณะทำพินัยกรรมนั้นก็ได้ โดยกฎหมายไทยอนุญาตให้พินัยกรรมที่ทำแบบของต่างประเทศและทำถูกต้องบังคับเอากับทรัพย์สินในประเทศไทยได้
ข้อดี: พินัยกรรมตามแบบของต่างประเทศ
- มีความสะดวกสำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ เพราะการทำพินัยกรรมแบบกฎหมายไทยอาจไม่สะดวก
ข้อเสีย: พินัยกรรมตามแบบของต่างประเทศ
- ต้องมีการแปลเป็นภาษาไทย
- แม้จะอนุญาตให้ทำตามแบบของกฎหมายต่างประเทศได้ แต่ข้อกำหนดในพินัยกรรม หากใช้บังคับในไทยก็ยังคงต้องไม่ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามกฎหมายไทย
รูปแบบที่ 7 พินัยกรรมในภาวการณ์รบหรือสงคราม

พบได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1669 บัญญัติว่า “ในระหว่างที่ประเทศตกอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม บุคคลที่รับราชการทหารหรือทำการเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหาร จะทำพินัยกรรมตามแบบที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1658 มาตรา 1660 หรือมาตรา 1663 ก็ได้ ในกรณีเช่นว่านั้น ให้นายทหารหรือข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับกรมการอำเภอ”
โดยหลักตามมาตรานี้ก็คือ การให้ทหารหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหารในช่วงที่ประเทศอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม สามารถทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง พินัยกรรมแบบเอกสารลับ หรือพินัยกรรมแบบวาจา (หากเข้าเงื่อนไข) ได้โดยให้ถือเอาว่านายทหารหรือข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อำเภอแทนได้
ข้อดี: พินัยกรรมในภาวการณ์รบหรือสงคราม
- สามารถทำพินัยกรรมแบบที่มีความมั่นคงตามกฎหมายอย่างแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือแบบเอกสารลับได้ในภาวะฉุกเฉิน
- เพิ่มความสะดวกและเร็วในการทำพินัยกรรมแบบวาจา เพราะการแจ้งนายทหารหรือข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรย่อมง่ายกว่าการแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อำเภอในช่วงเวลาแบบนั้น
ข้อเสีย: พินัยกรรมในภาวการณ์รบหรือสงคราม
- มีโอกาสที่พินัยกรรมจะมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อยได้ เพราะการให้นายทหารมาทำหน้าที่แทนพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอปิดท้าย อาจมีข้อผิดพลาดที่มองข้ามไปเพราะเป็นการทำพินัยกรรมในช่วงเร่งรีบหรือเพราะความขาดประสบการณ์ในการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้
ส่งท้าย
โดยสรุปแล้ว พินัยกรรมมีหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล การทำพินัยกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยให้ความตั้งใจของคุณต้องถูกเคารพเมื่อคุณไม่อยู่ไปแล้ว และยังช่วยลดความขัดแย้งของเครือญาติภายหลังการจากไปของคุณได้ด้วย
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


