เปิดร้านขายกัญชา หลังประกาศใหม่_ ใบอนุญาตที่ต้องมี และกฎหมายกัญชา อัพเดท กันยายน 2568.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-10-03

ผมต้องบอกตรงๆ ว่าถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดร้านขายกัญชาหรือดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายกัญชาอยู่ ช่วงนี้คือจังหวะสำคัญที่ต้องอัปเดตตัวเองให้ทัน เพราะกฎหมายกัญชา ล่าสุดที่เพิ่งประกาศออกมาในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เราคุ้นเคยในยุค "กัญชาเสรี" ที่ผ่านมา

จริงๆ แล้ว สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การที่กัญชาถูกถอดออกจากบัญชียาเสพติดในปี 2565 ไม่ได้หมายความว่าเป็น "กัญชาเสรี" อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่กลับกลายเป็นว่า ประกาศกัญชา 2568 ฉบับใหม่นี้ จะมาทำให้ระบบควบคุมเข้มข้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

สถานะ "กัญชาเสรี" หลังประกาศใหม่ มิถุนายน 2568

เปิดร้านขายกัญชา หลังประกาศใหม่_ ใบอนุญาตที่ต้องมี และกฎหมายกัญชา อัพเดท กันยายน 2568 (2).png

ยุค "กัญชาเสรี" จบลงแล้วอย่างเป็นทางการ หลังประกาศใหม่ควบคุมช่อดอกกัญชาเข้มงวดขึ้น ต้องมีใบสั่งแพทย์ ห้ามขายทั่วไป และห้ามโฆษณาออนไลน์

ผมขอเล่าให้ฟังตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในประกาศกัญชา 2568 ฉบับใหม่ที่มีชื่อเต็มว่า "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2568"

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประกาศฉบับนี้เป็นการปรับปรุงจากประกาศกัญชาเดิมที่ออกมาในปี 2565 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน แต่คราวนี้กระทรวงสาธารณสุขตัดสินใจควบคุมเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของ "ช่อดอกกัญชา" ซึ่งเป็นส่วนที่มี THC สูงและมีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้ในทางที่ผิด

การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ต้องรู้

ผมจะอธิบายให้ฟังแบบเปรียบเทียบกับสถานการณ์เดิมเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น:

ก่อนประกาศใหม่ (ยุค "กัญชาเสรี"):

  • ร้านทั่วไปขายช่อดอกกัญชาได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตขายกัญชาพิเศษ
  • ลูกค้าซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์
  • การโฆษณากัญชาออนไลน์ทำได้ในระดับหนึ่ง
  • การขายข้ามจังหวัดและการจัดส่งทำได้ค่อนข้างง่าย

หลังประกาศใหม่ (เดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป):

  • ช่อดอกกัญชาต้องขายผ่านการใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น
  • ผู้ซื้อต้องมีใบรับรองแพทย์หรือใบสั่งยาจากแพทย์
  • ผู้ขายต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือได้รับใบอนุญาตกัญชาเฉพาะ
  • การโฆษณากัญชาออนไลน์ห้ามเด็ดขาด ทุกช่องทางการค้า
  • การขายแบบทั่วไปในร้านสะดวกซื้อหรือร้านทั่วไปจะผิดกฎหมาย

สิ่งที่ผมต้องเน้นย้ำคือ ประกาศฉบับใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้หลังจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งตอนนี้ (กันยายน 2568) ยังไม่ได้ประกาศ แต่คาดว่าจะเป็นเรื่องของเดือนหน้าถึงปลายปีนี้

ที่น่าสนใจคือ เมื่อมีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ปรากฏว่า 59% ของผู้แสดงความคิดเห็นเห็นด้วยกับการควบคุมกัญชากลับมาในบัญชี "ยาเสพติด" แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังไม่พร้อมกับปลดล็อกกัญชาอย่างเต็มรูปแบบ

ผลกระทบต่อผู้ประกอบการปัจจุบัน

จริงๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อร้านขายกัญชาที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว เพราะต้องปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการขาย "สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป" มาเป็น "ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ต้องมีการกำกับดูแล"

ผมเห็นแล้วว่า ผู้ประกอบการที่จะอยู่รอดในระบบใหม่นี้ต้องเป็นคนที่:

  1. มีความรู้ด้านการแพทย์และเภสัชกรรมเบื้องต้น
  2. สามารถจัดการระบบเอกสารและการตรวจสอบที่ซับซ้อน
  3. มีทุนในการปรับปรุงร้านให้ได้มาตรฐาน
  4. เข้าใจกฎหมายกัญชาอย่างลึกซึ้งและอัปเดตตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ต้องระวังคือ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ อาจจะมีความไม่ชัดเจนในการตีความกฎหมาย ผมแนะนำให้ผู้ประกอบการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุนหรือขยายธุรกิจ

อ่านกระทู้ปรึกษากฎหมายจากผู้ใช้งานจริง

Q: สูบกัญชาบ้านเราแล้วไปเที่ยวหากโดนจับตรวจเยี่ยวทำไงคับ

Q: เรื่องกัญชาครับ

ขอบเขตการขายที่เปลี่ยนไป

เปิดร้านขายกัญชา หลังประกาศใหม่_ ใบอนุญาตที่ต้องมี และกฎหมายกัญชา อัพเดท กันยายน 2568 (3).png

ระบบการขายกัญชาเปลี่ยนจาก "ขายทั่วไป" เป็น "ระบบทางการแพทย์เท่านั้น" โดยช่อดอกกัญชาต้องมีใบสั่งแพทย์ ส่วนที่เหลือยังขายได้แต่ต้องมีใบอนุญาตครบถ้วน

หลังจากที่ผมอธิบายภาพรวมการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตอนนี้มาดูรายละเอียดว่าตอนนี้การขายกัญชาทำได้อย่างไรบ้าง เพราะจริงๆ แล้ว ประกาศกัญชา 2568 ไม่ได้ห้ามขายกัญชาทั้งหมด แต่เปลี่ยนระบบการควบคุมให้เข้มงวดขึ้นอย่างมีเหตุผล

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ คิดว่าประกาศใหม่นี้จะทำให้ร้านขายกัญชาต้องปิดหมด ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ แต่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างสิ้นเชิง จากการเป็น "ร้านขายของทั่วไป" มาเป็น "ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการกำกับดูแล"

การแบ่งประเภทกัญชาตามประกาศใหม่

ผมจะอธิบายให้ฟังแบบแยกประเภทชัดๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย

1.ช่อดอกกัญชา (Cannabis Flower/Buds) 

นี่คือส่วนที่ถูกควบคุมเข้มที่สุดในประกาศใหม่ เพราะมี THC สูง ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการมึนเมาและมีความเสี่ยงต่อการเสพติด

สถานะปัจจุบัน ขายได้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น

  • ผู้ซื้อต้องมีใบสั่งจ่ายจากแพทย์
  • ผู้ขายต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ได้รับใบอนุญาตขายกัญชาเฉพาะ ตามมาตรา 46 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542
  • การสั่งจ่ายใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน
  • ต้องระบุจำนวนและปริมาณตามความจำเป็นเพื่อการรักษาเท่านั้น

2.ใบและก้านกัญชา (Leaves and Stems) 

ส่วนนี้ยังคงสามารถการขายกัญชาได้ในระบบเดิม แต่ต้องมีใบอนุญาตกัญชาที่ถูกต้อง

สถานะปัจจุบัน: ขายได้ตามระบบเดิม

  • ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
  • แต่ต้องมีใบอนุญาตขายกัญชาตามมาตรา 46
  • ต้องมาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

3.ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกัญชา 

อาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากกัญชา

สถานะปัจจุบัน: ขายได้แต่มีเงื่อนไข

  • ต้องมีใบอนุญาตกัญชาตามมาตรา 46
  • ต้องระบุส่วนผสมและปริมาณ THC ที่ชัดเจน
  • ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP ที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ กำหนด

 

การเปลี่ยนแปลงสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประกาศใหม่ได้ขยายขอบเขตการควบคุมให้ครอบคลุม "พืชในสกุล Cannabis วงศ์ Cannabaceae" ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ "Cannabis Sativa L." เหมือนเดิม นี่หมายความว่า กัญชาทุกสายพันธุ์จะอยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ประกอบการบางรายพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยอ้างว่าปลูกกัญชาสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ Cannabis Sativa L. ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ต้องปิด

ในประกาศใหม่ กระทรวงสาธารณสุขได้ตัดข้อความที่ห้ามจำหน่ายกัญชาให้กับ "ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และนักเรียน นิสิต นักศึกษา" ออกไป

แต่ผมต้องชี้แจงว่า ไม่ได้หมายความว่าเด็กและเยาวชนจะซื้อกัญชาได้อย่างเสรี เพราะยังมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ที่ห้ามการใช้กัญชาในสถานศึกษาและกับนักเรียน นักศึกษา โดยเด็ดขาด

สาเหตุที่ตัดข้อความนี้ออก คาดว่าเป็นเพราะต้องการให้การควบคุมผ่านระบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้กลั่นกรองผู้ป่วยที่เหมาะสมเอง แทนที่จะใช้การห้ามแบบขาดตัว

ข้อยกเว้นสำคัญที่ต้องรู้

ประกาศใหม่มีข้อยกเว้นสำคัญคือ การขายกัญชาเพื่อการแพทย์ไม่ต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา 46 หากเป็นการจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้ป่วยที่มีใบสั่งจ่ายจากแพทย์

นี่หมายความว่า หากคุณเป็นเภสัชกรหรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม คุณสามารถขายช่อดอกกัญชาให้กับผู้ป่วยได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านระบบขออนุญาตขายกัญชาแบบเดิม

แต่เงื่อนไขคือ

  • ต้องมีใบสั่งจ่ายที่ถูกต้องตามรูปแบบที่อธิบดีกำหนด
  • ระบุปริมาณการใช้ตามความจำเป็นเพื่อการรักษา
  • ใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน
  • กัญชาต้องมาจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน GAP

ผลกระทบต่อผู้ประกอบการจริง

จากข้อมูลล่าสุดที่ผมได้รับ พบว่าปัจจุบันมีร้านขายกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องแล้วประมาณ 17,867 ราย แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต

ผู้ประกอบการหลายรายที่ผมได้สัมภาษณ์ คาดว่าจะสูญเสียลูกค้านักท่องเที่ยวไปถึง 70% เพราะกลุ่มนี้มักซื้อช่อดอกกัญชาเพื่อการนันทนาการ ซึ่งจะทำไม่ได้แล้วภายใต้ระบบใหม่

ที่น่าสนใจคือ จำนวนผู้ใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการในไทยมีมากกว่า 1.5 ล้านคน และกลุ่มอายุ 18-19 ปีมีการใช้กัญชาเพิ่มขึ้น 10 เท่า จาก 0.9% ในปี 2562 เป็น 9.7% ในปี 2565 ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าจับตามอง

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังส่งผลให้ต้นทุนการรักษาผู้ป่วยจากการใช้กัญชาอยู่ที่ 15,000 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งเป็นตัวเลขที่รัฐบาลนำมาประกอบการตัดสินใจออกประกาศฉบับใหม่

 

 

ขั้นตอนและเงื่อนไขการขออนุญาตขายช่อดอกกัญชา

เปิดร้านขายกัญชา หลังประกาศใหม่_ ใบอนุญาตที่ต้องมี และกฎหมายกัญชา อัพเดท กันยายน 2568 (4).png

 

แนวทางเตรียมตัว: ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมสำหรับการวางแผนเบื้องต้น ขั้นตอนจริงอาจแตกต่างตามพื้นที่และหน่วยงาน แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการจริง

ผมจะอธิบายกระบวนการขออนุญาตขายกัญชาให้ฟังแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยอิงจากข้อมูลจริงจากระบบราชการ แต่ปรับให้เข้าใจง่ายขึ้น คิดเหมือนการสอนคนที่ไม่เคยทำเอกสารราชการมาก่อน

สิ่งแรกที่ผมอยากให้เข้าใจคือ การขออนุญาตขายกัญชาไม่ใช่เรื่องง่าย และหลังประกาศใหม่ออกมา กระบวนการจะซับซ้อนขึ้นอีก เพราะต้องผ่านการตรวจสอบหลายชั้น คล้ายกับการขอใบอนุญาตเปิดร้านขายยา

ภาพรวมกระบวนการที่ใช้เวลา 45 วันทำการ

การขออนุญาตขายกัญชาใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นประมาณ 45 วันทำการ หรือประมาณ 2.5 เดือน โดยมีการแบ่งเป็น 8 ขั้นตอนหลัก ซึ่งผู้ขออนุญาตสามารถติดตามความคืบหน้าผ่านระบบออนไลน์ได้ หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบคือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

กระบวนการทั้งหมดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะใหญ่ ระยะแรกคือการเตรียมเอกสารและยื่นคำขอซึ่งใช้เวลา 7 วันทำการ ระยะที่สองเป็นการตรวจสอบและพิจารณาซึ่งใช้เวลานานที่สุด คือ 33 วันทำการ และระยะสุดท้ายคือการอนุมัติและรับใบอนุญาตซึ่งใช้เวลา 5 วันทำการ

1.การเริ่มต้นด้วยการยื่นคำขออนุญาต

ผู้ที่ต้องการขออนุญาตขายกัญชาสามารถยื่นคำขอได้ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  • ผ่านระบบ E-submission ซึ่งเป็นระบบออนไลน์ที่ทำให้สะดวกขึ้นมาก

สิ่งที่น่าสนใจคือ ระบบ E-submission ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยขึ้น ผู้ขออนุญาตไม่ต้องเดินทางไปยื่นด้วยตัวเอง แต่ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและเป็นไฟล์ดิจิทัลที่ชัดเจน การยื่นผ่านระบบออนไลน์ยังช่วยให้ติดตามสถานะได้ตลอดเวลา

2.การตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารในขั้นต้น

หลังจากยื่นคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่จะใช้เวลา 7 วันทำการในการตรวจสอบเบื้องต้น โดยจะดูความครบถ้วนของเอกสาร ความถูกต้องของข้อมูล และคุณสมบัติของผู้ขอ ในขั้นตอนนี้หากเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะส่งกลับให้แก้ไข ซึ่งจะทำให้เสียเวลาเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคือ ประวัติอาชญากรรมของผู้ขอ ความเหมาะสมของสถานที่ และแผนการดำเนินงานที่เป็นจริงและสมเหตุสมผล การเตรียมเอกสารให้ดีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

3.ค่าธรรมเนียมเบื้องต้นและการดำเนินการต่อ

ในขั้นตอนที่ 3 ผู้ขออนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมเบื้องต้น 20 บาท ซึ่งเป็นค่าพิจารณาคำขอ แยกต่างหากจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจริง การชำระในขั้นตอนนี้เป็นการแสดงความจริงจังและยืนยันว่าต้องการดำเนินการต่อ

ต่อมาคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือการตรวจสอบสถานที่ ซึ่งใช้เวลา 14 วันทำการ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่ มาตรฐานความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ รวมถึงระยะห่างจากสถานศึกษาและโรงพยาบาล

4.กระบวนการพิจารณาและอนุมัติ

หลังจากการตรวจสอบสถานที่เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะใช้เวลา 14 วันทำการในการพิจารณาและประชุม โดยจะนำข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจพิจารณา ซึ่งจะมีการประชุมและวิเคราะห์ความเหมาะสมในการออกใบอนุญาต

ถ้าผ่านการพิจารณา จะมีการเสนอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลงนามในใบอนุญาต ซึ่งใช้เวลา 5 วันทำการ จากนั้นผู้ขออนุญาตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามประเภทที่ขอ

5.ประเภทและค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

สำหรับใบอนุญาตกัญชามีหลายประเภท โดยใบอนุญาตศึกษาวิจัยมีค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ใบอนุญาตส่งออกมีค่าธรรมเนียม 20,000 บาท และใบอนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปมีค่าธรรมเนียม 3,000 บาท สำหรับร้านขายกัญชาทั่วไปจะใช้ใบอนุญาตจำหน่าย

ขั้นตอนสุดท้ายคือการรับใบอนุญาต ซึ่งผู้ขอต้องมารับด้วยตัวเอง พร้อมลงนามรับทราบเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

6.เอกสารที่ต้องเตรียมตามประเภทการขอ

การเตรียมเอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทการขออนุญาต สำหรับกรณีจำหน่ายวัตถุดิบพืชจะใช้แบบกัญชา 5 ซึ่งต้องมีแบบคำขอรับอนุญาต หนังสือผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แผนการจำหน่ายกัญชาและแผนการใช้ประโยชน์ แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่จำหน่าย พร้อมระบุพิกัด GPS และเส้นทางการเข้าถึง รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและวิธีการทำลายส่วนของกัญชาที่เหลือ

สำหรับกรณีใช้ในการบำบัดโรคจะใช้แบบกัญชา 6 ซึ่งต้องมีแบบคำขอรับอนุญาต รูปถ่ายสถานพยาบาล 2 รูป แสดงลักษณะอาคารและป้ายเลขที่ และรายชื่อพร้อมหนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้สั่งจ่ายยากัญชาที่กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรอง

7.ภาระหน้าที่หลังได้รับใบอนุญาต

ผู้ได้รับใบอนุญาตขายกัญชาแล้วจะมีภาระหน้าที่ในการรายงานและติดตาม โดยต้องส่งรายงานการดำเนินงานประจำเดือน หากไม่ส่งรายงานตัดอึง 3 เดือน เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ส่องเรื่องพิเศษ และหากได้รับหนังสือส่องเรื่องพิเศษไป 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ส่องเรื่องพิเศษก่อนพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต

เงื่อนไขสำคัญที่เพิ่มขึ้นหลังประกาศใหม่คือ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องมีแหล่งที่มาของกัญชาจากผู้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เท่านั้น สามารถขายให้ผู้ที่มีใบอนุญาตกัญชาเท่านั้นสำหรับกรณีวัตถุดิบ และกรณีขายช่อดอกต้องมีใบสั่งแพทย์และต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

8.จุดสำคัญที่ต้องระวังและค่าใช้จ่ายที่แท้จริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเตรียมเอกสารไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะหนังสือตรวจประวัติอาชญากรรม การที่สถานที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะระบบรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ และการไม่เข้าใจเงื่อนไขใหม่ที่เปลี่ยนไปจากประกาศเดิม

สำหรับค่าใช้จ่ายรวมที่ควรเตรียม ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมราชการ 3,020 บาท ค่าเอกสารและรูปถ่าย 1,000-2,000 บาท และค่าเดินทางและเสียเวลา 5,000-10,000 บาท รวมประมาณ 10,000-15,000 บาท

การเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้อย่างละเอียดจะช่วยให้การขออนุญาตขายกัญชาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธหรือต้องแก้ไขซ้ำ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ เพราะหลังประกาศใหม่ เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ อาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไขปัญหา

เปิดร้านขายกัญชา หลังประกาศใหม่_ ใบอนุญาตที่ต้องมี และกฎหมายกัญชา อัพเดท กันยายน 2568 (6).png

หลักการตอบคำถาม: FAQ เหล่านี้รวบรวมจากคำถามจริงที่ผู้ประกอบการและประชาชนถามบ่อยที่สุดหลังประกาศใหม่ มิถุนายน 2568 โดยจัดเรียงตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนในการหาคำตอบ

Q: กัญชายังเสรีอยู่หรือไม่ หลังประกาศใหม่เดือนมิถุนายน 2568?

A: กัญชาไม่เสรีแล้ว หลังประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2568 ที่รมว.สมศักดิ์ลงนามเมื่อ 23 มิ.ย. 68 โดยเฉพาะช่อดอกกัญชาต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ส่วนใบและก้านยังขายได้แต่ต้องมีใบอนุญาตกัญชาตามมาตรา 46

Q: ประกาศใหม่นี้มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่?

A: ประกาศจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตอนนี้ (กันยายน 2568) ยังไม่ได้ประกาศ คาดว่าจะเป็นในช่วงปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569

Q: ร้านที่เปิดอยู่แล้วจะต้องปิดหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องปิด แต่ต้องปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ หากร้านขายกัญชามีใบอนุญาตขายกัญชาถูกต้อง สามารถขายใบ ก้าน และผลิตภัณฑ์แปรรูปได้ต่อไป แต่ช่อดอกขายได้เฉพาะกับผู้มีใบสั่งแพทย์

Q: ใบอนุญาตเก่าที่มีอยู่แล้วยังใช้ได้หรือไม่?

A: ใช้ได้ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ผู้ที่มีใบอนุญาตกัญชาตามมาตรา 46 อยู่แล้วต้องปรับให้เป็นไปตามประกาศใหม่ โดยเฉพาะเรื่องแหล่งที่มาต้องได้มาตรฐาน GAP และการขายระหว่างผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น

Q: ขายข้ามจังหวัดหรือจัดส่งพัสดุให้ผู้ป่วยได้หรือไม่?

A: ห้ามเด็ดขาด ประกาศใหม่ห้ามการขายกัญชาออนไลน์และการจัดส่งทุกรูปแบบ ต้องซื้อขายแบบตัวต่อตัวที่ร้านเท่านั้น แม้ผู้ป่วยจะมีใบสั่งแพทย์ก็ไม่สามารถส่งให้ได้

Q: ผู้ซื้อเอกสารไม่ครบหรือหมดอายุ ควรทำอย่างไร?

A: ปฏิเสธการขายทันที และให้เหตุผลอย่างสุภาพ แนะนำให้ติดต่อแพทย์เพื่อขอใบสั่งใหม่ พร้อมบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน ห้ามอำนวยความสะดวกโดยการเพิกเฉยต่อข้อบกพร่อง

Q: ปลูกกัญชาในบ้านเพื่อใช้เองได้กี่ต้น?

A: ตามร่าง พ.ร.บ.กัญชาที่รอการพิจารณา กำหนดให้ปลูกได้ไม่เกิน 15 ต้นต่อครัวเรือน แต่ต้องจดแจ้งกับหน่วยงาน ส่วนแพทย์ หมอพื้นบ้าน หรือสถานพยาบาลสามารถปลูกได้มากกว่านี้เพื่อใช้รักษาผู้ป่วย

Q: ใบอนุญาตปลูกเก่าที่มีอยู่จะถูกยกเลิกหรือไม่?

A: เสี่ยงถูกยกเลิก หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน GAP ใหม่ หลายฟาร์มที่ได้ใบอนุญาตปลูกกัญชาตามกฎเดิมอาจต้องขอใหม่ทั้งหมด เพราะเงื่อนไขการควบคุมคุณภาพเข้มงวดขึ้น

Q: ใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการได้หรือไม่?

A: ห้ามใช้เพื่อการนันทนาการ ประกาศใหม่เน้นการใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น การใช้เพื่อความบันเทิงถือว่าผิดวัตถุประสงค์และอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25

Q: เด็กและเยาวชนใช้กัญชาได้หรือไม่?

A: ห้ามใช้โดยเด็ดขาด แม้ประกาศใหม่จะตัดข้อห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีออกไป แต่ยังมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ห้ามใช้กัญชากับนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในสถานศึกษา

Q: โฆษณากัญชาออนไลน์ได้หรือไม่?

A: ห้ามเด็ดขาด การโฆษณากัญชาทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง รวมถึงการโพสต์ใน Facebook Instagram หรือแพลตฟอร์มใดๆ แม้จะเป็นการแจ้งข่าวสารธรรมดาก็ถือว่าผิดกฎหมาย

Q: โทษสำหรับการขายโดยไม่มีใบอนุญาตคืออะไร?

A: ตามร่าง พ.ร.บ.กัญชา โทษขายกัญชาโดยไม่มีใบอนุญาตคือ จำคุกไม่เกิน 1-3 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีโทษเพิ่มเติมตามกฎหมายอื่นๆ

Q: การคืนสินค้าหรือทำลายสต็อกต้องใช้ขั้นตอนอะไร?

A: ต้องมีเอกสารการทำลายที่ถูกต้อง มีเจ้าหน้าที่เป็นพยาน และบันทึกในระบบ traceability ห้ามทิ้งหรือทำลายเอง เพราะอาจเข้าข่ายการปกปิดหลักฐานหรือทำลายทรัพย์สิน

Q: จะมีการชดเชยความเสียหายให้ผู้ประกอบการหรือไม่?

A: ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ รัฐบาลยังไม่ได้กล่าวถึงมาตรการเยียวยาหรือการชดเชย ผู้ประกอบการหลายรายเรียกร้องให้มีการยืดเวลาการบังคับใช้ 3-6 เดือน เพื่อเตรียมตัวปรับปรุง

Q: แนวโน้มอนาคตของกฎหมายกัญชาเป็นอย่างไร?

A: คาดว่าจะเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ มีแนวโน้มที่กฎหมายกัญชาจะพัฒนาไปในทิศทางการควบคุมแบบยาเสพติดมากขึ้น โดยเฉพาะหากร่าง พ.ร.บ.กัญชาผ่านการพิจารณาของสภา จะมีระบบควบคุมที่ชัดเจนและเข้มงวดกว่าปัจจุบันมาก


สรุป

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าไทยกำลังเดินทางจากยุค "กัญชาเสรี" ไปสู่ยุค "กัญชาควบคุม" ที่มีมาตรฐานการกำกับดูแลเหมือนผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ผู้ที่ต้องการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายกัญชาต้องเตรียมพร้อมสำหรับระบบการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น และมีความรู้ความเข้าใจกฎหมายกัญชาอย่างลึกซึ้งเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจ

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />