
รู้จักสมรสเท่าเทียมให้ลึกซึ้ง มากกว่าคำว่า "แต่งงานได้"

สมรสเท่าเทียมไม่ใช่แค่การให้สิทธิแต่งงานกับคนเพศเดียวกัน แต่เป็นการยอมรับทางกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองเท่าเทียมกับสมรสทั่วไป
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยใช้ชื่อทางการว่า "พระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ. 2567" ซึ่งเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมและให้ความคุ้มครองที่เท่าเทียมกับกฎหมายการสมรสทั่วไป
สมรสเท่าเทียมคือ (Marriage Equality) การจดทะเบียนคู่ชีวิตระหว่างบุคคลเพศเดียวกันที่มีผลทางกฎหมายเท่าเทียมกับการสมรสระหว่างชายหญิง โดยได้รับสิทธิและหน้าที่เดียวกันในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สิน มรดก ภาษี ประกันสังคม และการตัดสินใจทางการแพทย์
เปรียบเทียบสมรสเท่าเทียมกับสมรสทั่วไป ต่างกันตรงไหน?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขั้นตอนและคำศัพท์ แต่สิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกัน 100%
สิ่งที่เหมือนกัน
- สิทธิในทรัพย์สินสมรส (สินสมรส สินส่วนตัว)
- สิทธิมรดก และการสืบทอดทรัพย์สิน
- สิทธิทางภาษี (ยื่นแบบคู่สมรส)
- ประกันสังคม และสิทธิการรักษาพยาบาล
- การตัดสินใจทางการแพทย์กรณีฉุกเฉิน
- สิทธิในการรับบุตรบุญธรรม (ตามเงื่อนไขของกฎหมาย)
สิ่งที่แตกต่าง
- คำศัพท์ที่ใช้: "คู่ชีวิต" แทน "สามีภรรยา"
- หน่วยงานที่ให้บริการ: เน้นสำนักงานเขตในกรุงเทพฯ 50 เขต
- เอกสารที่ออกให้: "ใบรับรองการจดทะเบียนคู่ชีวิต" แทน "ใบสำคัญการสมรส"
สิ่งที่ผมต้องเน้นคือ แม้จะใช้คำศัพท์ต่างกัน แต่มีผลทางกฎหมายเท่าเทียมกันทุกประการ
คุณสมบัติและเงื่อนไขสำคัญก่อนจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

เรื่องอายุ
- อายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (เดียวกับการสมรสทั่วไป)
- หากอายุ 17-20 ปี ต้องได้ความยินยอมจากผู้ปกครอง
- หากอายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถจดได้เอง
เรื่องสถานภาพ
- ยังไม่เคยจดทะเบียนสมรสหรือคู่ชีวิตกับใครมาก่อน
- หากเคยสมรสแล้วหย่า หรือคู่สมรสเสียชีวิต ต้องมีเอกสารยืนยัน
- ไม่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีหย่า
เรื่องเพศ
- ทั้งคู่ต้องเป็นเพศเดียวกัน (ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง)
- กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเพศ ใช้เพศตามบัตรประชาชน ณ วันที่จดทะเบียน
ข้อห้าม
- ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ลุง ป้า น้า อา กับหลานชาย หลานสาว
- ไม่เป็นบิดามารดากับบุตร ปู่ ย่า ตา ยาย กับหลาน
คุณสมบัติสำหรับคนต่างชาติ
- สิ่งที่น่าสนใจคือ คนต่างชาติก็สามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกับคนไทยได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้:
- อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (มีวีซ่าหรือใบอนุญาตพำนักที่ถูกต้อง)
- ประเทศของตนยอมรับการสมรสเท่าเทียม หรือไม่ห้ามการสมรสเท่าเทียม
- มีเอกสารรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุล
เอกสารที่ต้องเตรียม
กรณีที่ 1: คนไทย-คนไทย (เปลี่ยนนามสกุล)
- บัตรประจำตัวประชาชน (ต้องไม่หมดอายุ)
- ทะเบียนบ้าน (ฉบับที่มีรายการล่าสุด)
- ใบรับรองการไม่เป็นสมรส จากอำเภอหรือเขต (ออกใหม่ไม่เกิน 3 เดือน)
- หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (กรณีอายุ 17-20 ปี)
- รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน)
กรณีที่ 2: คนไทย-คนต่างชาติ
สำหรับฝ่ายไทย ใช้เอกสารเหมือนกรณีที่ 1 สำหรับฝ่ายต่างชาติ ต้องมี
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่ยังไม่หมดอายุ
- วีซ่าหรือใบอนุญาตพำนัก ที่ถูกต้อง
- ใบรับรองการไม่เป็นสมรส จากประเทศต้นเพิ่ง (Certificate of No Impediment)
- ต้องแปลเป็นภาษาไทยโดยแปลที่สถานทูตและต้องมีการลงชื่อรับรอง
- รับรองตราสารโดยกระทรวงการต่างประเทศ
- ออกมาไม่เกิน 6 เดือน
- ใบรับรองเกิด ที่แปลเป็นภาษาไทยและรับรองแล้ว
เอกสารเพิ่มเติมกรณีพิเศษ
- ใบรับรองการหย่า หรือ ใบสำคัญการหย่า
- ใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเดิมเสียชีวิต)
- ใบรับรองแพทย์ยืนยันการเปลี่ยนแปลงเพศ
- ใบสำคัญการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ (ถ้ามี)
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม
สมรสเท่าเทียมต่างจากสมรสปกติอย่างไรในทางกฎหมาย (อัปเดต 2568)
สมรสเท่าเทียม 2568 คู่มือสมบูรณ์สำหรับการจดทะเบียนและสิทธิ์ตามกฎหมายใหม่
การรับบุตรบุญธรรมหลังจากพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม
คู่มือขั้นตอนการจดทะเบียน Step-by-Step แบบละเอียด

ขั้นตอนสำหรับคนไทย-คนไทย (แบบมาตรฐาน)
เฟส 1 การเตรียมการ (2 สัปดาห์ก่อน)
สัปดาห์ที่ 1
วันจันทร์-วันอังคาร
ตรวจสอบคุณสมบัติของทั้งสองฝ่าย อายุ สถานภาพ และข้อห้ามตามกฎหมาย หากมีข้อสงสัย โทรสอบถามสำนักงานเขตที่ต้องการจดทะเบียน
วันพุธ-วันพฤหัสบดี
เตรียมเอกสารพื้นฐาน บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ถ่ายรูป 1 นิ้ว และเริ่มดำเนินการขอใบรับรองการไม่เป็นสมรสจากอำเภอหรือเขต
วันศุกร์:
ติดต่อพยาน 2 คน อธิบายหน้าที่และนัดหมายเวลา พร้อมแจ้งให้เตรียมบัตรประชาชน
สัปดาห์ที่ 2:
วันจันทร์
รับใบรับรองการไม่เป็นสมรส ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกรายการ
วันอังคาร-วันพุธ
โทรนัดหมายสำนักงานเขต (หากจำเป็น) หรือเลือกวันและเวลาที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงวันจันทร์ วันศุกร์ และช่วงเที่ยงวัน
วันพฤหัสบดี
เตรียมเอกสารใส่แฟ้ม ตรวจสอบความครบถ้วนอีกครั้ง และซักซ้อมขั้นตอนกับพยาน
เฟส 2: วันจดทะเบียนจริง
เวลา 8:30-9:00 น.: มาถึงสำนักงานเขต เช็คอินและรอคิว ตรวจสอบเอกสารครั้งสุดท้าย
เวลา 9:00-9:30 น.: ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้อง ในระหว่างนี้อาจมีการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
เวลา 9:30-10:00 น.: กรอกแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียน ระบุข้อมูลทั้งสองฝ่าย การเปลี่ยนนามสกุล และรายชื่อพยาน
เวลา 10:00-10:30 น.: เจ้าหน้าที่สอบถามเจตนาและยืนยันความสมัครใจ อธิบายสิทธิและหน้าที่ที่จะเกิดขึ้น
เวลา 10:30-11:00 น.: ลงนามในเอกสาร พยานลงนามรับรอง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเข้าระบบ
เวลา 11:00-11:30 น.: รับใบรับรองการจดทะเบียนคู่ชีวิต ชำระค่าธรรมเนียม 100 บาท เสร็จสิ้นกระบวนการ
ขั้นตอนสำหรับคนไทย-คนต่างชาติ (แบบซับซ้อน)
เฟส 1: การเตรียมการ (4-6 สัปดาห์ก่อน)
สัปดาห์ที่ 1-2: ฝ่ายต่างชาติติดต่อสถานทูตประเทศตนเองเพื่อขอ Certificate of No Impediment และเอกสารประกอบอื่นๆ (ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์)
สัปดาห์ที่ 3: รับเอกสารจากประเทศต้นทาง นำมาแปลและรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศไทย (ใช้เวลา 3-5 วันทำการ)
สัปดาห์ที่ 4: เตรียมเอกสารฝ่ายไทย และประสานงานการนัดหมาย
เฟส 2: การดำเนินการ
เหมือนกับกรณีคนไทย-คนไทย แต่ใช้เวลานานกว่า 30-45 นาที เพราะเอกสารมีความซับซ้อน
ขั้นตอนการจดในต่างประเทศ
เฟส เตรียมการ (3-4 สัปดาห์)
สัปดาห์ที่ 1: ติดต่อสถานทูตไทยเพื่อนัดหมายและสอบถามรายละเอียด
สัปดาห์ที่ 2-3: เตรียมเอกสารจากไทยและเอกสารจากประเทศที่อยู่ รวมถึงการแปลและรับรอง
วันจดทะเบียน: กระบวนการคล้ายกับในไทย แต่อาจใช้เวลานานกว่า 1-2 ชั่วโมง
Tips และข้อแนะนำสำคัญ + บทสรุป Checklist สุดท้าย
เคล็ดลับการเลือกเวลาและสถานที่
เวลาที่ดีที่สุด: อังคาร-พฤหัสบดี เวลา 9:00-11:00 น. หลีกเลี่ยงวันจันทร์ (งานเยอะ) วันศุกร์ (คนแห่) และช่วงเที่ยงวัน (เจ้าหน้าที่ไปกินข้าว)
การเลือกเขต: ไม่จำเป็นต้องจดในเขตที่อยู่ เลือกเขตที่สะดวก ใกล้ที่ทำงาน หรือมี BTS/MRT ผ่าน เช่น เขตปทุมวัน เขตวัฒนา
เคล็ดลับประหยัดเวลา: โทรสำรองคิวล่วงหน้า เตรียมเอกสารใส่แฟ้มเรียงตามลำดับ และมาถึงก่อนเวลา 30 นาที
การจัดการกับพยาน
การเลือกพยาน: เลือกคนที่มีเวลายืดหยุ่น เข้าใจสถานการณ์ และเป็นคนที่คุณไว้ใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติสนิท
การเตรียมพยาน: แจ้งล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ อธิบายขั้นตอน เตรียมเอกสารของพยาน และมีพยานสำรอง 1 คน
ทางเลือกพยานเจ้าหน้าที่: ใช้เมื่อหาพยานไม่ได้ ค่าใช้จ่าย 500 บาท/คน ต้องแจ้งล่วงหน้า 1-2 วัน
การรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า
เมื่อเอกสารไม่ครบ: อย่าเก็งว่าผ่านได้ กลับไปเตรียมให้ครบก่อน เสียเวลา 1 วันดีกว่าเสียเวลาหลายสัปดาห์
เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่แน่ใจ: ให้เวลาเจ้าหน้าที่สอบถามผู้บังคับบัญชา อย่าเร่งรัด แต่สามารถอธิบายเพิ่มเติมได้
เมื่อระบบล่ม: เตรียมใจว่าอาจต้องมาใหม่ ระบบรัฐบาลไม่เสถียร 100%
จำเป็นต้องมีพยานไหม? และพยานต้องเป็นคนแบบไหน

พยาน 2 คนเป็นข้อกำหนดบังคับ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติสนิท
คุณสมบัติพยาน
- อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- มีสติสมบูรณ์ดี
- สามารถให้การรับรองได้
- ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ - เพื่อนก็ได้
หน้าที่ของพยาน
- ยืนยันเจตนาของทั้งสองฝ่าย
- ลงนามในเอกสารจดทะเบียน
- รับรองความถูกต้องของข้อมูล
Tips การเลือกพยาน
- เลือกคนที่มีเวลาและเข้าใจสถานการณ์
- แจ้งล่วงหน้าและอธิบายขั้นตอน
- เตรียมเอกสารประจำตัวของพยานด้วย
ค่าธรรมเนียมและการคำนวณค่าใช้จ่าย
มาคุยเรื่องเงินกันแบบตรงไปตรงมาครับ ผมรู้ว่าหลายคู่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่จริงๆ แล้วการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมไม่ได้แพงอย่างที่คิด
ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน
ค่าจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมฟรี แต่ถ้าจัดนอกสถานที่จะมีค่าธรรมเนียม 200บาท
ค่าใช้จ่ายกรณีพิเศษ
กรณีคนต่างชาติ
- แปลเอกสาร + รับรองสถานทูต = 1,500-3,000 บาท/ฉบับ
- Certificate of No Impediment = 2,000-5,000 บาท
- รับรองเอกสารที่กระทรวงต่างประเทศ = 500-1,000 บาท
การจดในต่างประเทศ
- สถานกงสุลนิวยอร์ก = 50 USD (ประมาณ 1,800 บาท)
- สถานกงสุลลอสแองเจลิส = 50 USD (ประมาณ 1,800 บาท)
- สถานทูตลอนดอน = 65 GBP (ประมาณ 2,800 บาท)
กรณีศึกษา ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ผมจะเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ในช่วงแรกๆ ที่กฎหมายเริ่มใช้ เพื่อให้คุณเห็นภาพและเตรียมพร้อมรับมือได้
กรณีศึกษาที่ 1: ปัญหาเอกสารต่างชาติที่หมดอายุ
สถานการณ์จริง: คุณอ้อม (นามสมมุติ) คนไทยกับคู่รัก มาร์ค จากประเทศเยอรมนี เตรียมเอกสารมา 2 เดือน แต่พอไปถึงสำนักงานเขต เจ้าหน้าที่บอกว่า Certificate of No Impediment หมดอายุแล้ว (ออกมากว่า 6 เดือน) ทำให้จดทะเบียนไม่ได้ในวันที่นัดไว้
สาเหตุของปัญหา: มาร์คเตรียมเอกสารจากเยอรมนีเมื่อ 8 เดือนก่อน แต่ไม่ทราบว่าเอกสารมีอายุการใช้งาน และเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจผ่อนผันกรณีนี้
วิธีแก้ไข
- ติดต่อสถานทูตเยอรมนีในไทยทันที
- ขอใบรับรองการไม่เป็นสมรสฉบับใหม่ (ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์)
- จ่ายค่าด่วน 2,500 บาท แทนการเดินทางกลับเยอรมนี
- นัดหมายจดทะเบียนใหม่
บทเรียนที่ได้
- เอกสารจากต่างประเทศมีกำหนดอายุการใช้งาน
- ควรเช็คอายุเอกสารก่อนนัดหมาย 1 สัปดาห์
- เตรียมเอกสารสำรองไว้เผื่อปัญหา
กรณีศึกษาที่ 2: ความสับสนเรื่องการแปลชื่อ
สถานการณ์จริง: คุณเป้ย คนไทยกับ อเล็กซานเดอร์ จากรัสเซีย พบปัญหาการแปลชื่อไม่ตรงกันในเอกสารต่างๆ เพราะในหนังสือเดินทางเป็น "Aleksandr" แต่ใบรับรองจากสถานทูตเป็น "Alexander" ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่
สาเหตุของปัญหา:
- ระบบการแปลชื่อจากภาษารัสเซียมีหลายแบบ
- เอกสารแต่ละฉบับแปลโดยหน่วยงานต่างกัน
- ไม่มีมาตรฐานการแปลที่เป็นเอกภาพ
วิธีแก้ไข:
- ขอหนังสือรับรองจากสถานทูตรัสเซียยืนยันชื่อ
- ระบุชื่อเต็มในภาษาต้นทางพร้อมการแปลที่ถูกต้อง
- แนบสำเนาหนังสือเดินทางประกอบ
- ใช้เวลาเพิ่ม 1 สัปดาห์และค่าใช้จ่าย 1,200 บาท
การป้องกันปัญหา
- ใช้การแปลชื่อแบบเดียวกันในทุกเอกสาร
- ขอยืนยันการแปลจากสถานทูตล่วงหน้า
- เก็บเอกสารต้นฉบับภาษาต้นทางไว้อ้างอิง
คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด 15 ข้อ
สมรสเท่าเทียมต่างจากสมรสทั่วไปอย่างไร?
สิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกัน 100% แต่ใช้คำว่า "คู่ชีวิต" แทน "สามีภรรยา" และสามารถเลือกไม่เปลี่ยนนามสกุลได้
ใครบ้างที่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้?
บุคคลเพศเดียวกัน อายุ 17 ปีขึ้นไป สถานภาพโสด และไม่เป็นญาติสนิทตามที่กฎหมายห้าม
คนต่างชาติจดทะเบียนได้ไหม?
ได้ แต่ประเทศต้นทางต้องไม่มีกฎหมายห้ามการสมรสเท่าเทียม และต้องมีเอกสารครบถ้วน
ต้องใช้พยานกี่คน และต้องเป็นใคร?
ต้องมีพยาน 2 คน อายุ 20 ปีขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ เพื่อนก็ได้
จดทะเบียนแล้วได้สิทธิอะไรบ้าง?
สิทธิในทรัพย์สินสมรส สิทธิมรดก สิทธิทางภาษี สิทธิประกันสังคม และสิทธิตัดสินใจทางการแพทย์
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณเท่าไหร่?
คนไทย-คนไทย ประมาณ 500-1,500 บาท / กรณีมีคนต่างชาติ ประมาณ 8,000-15,000 บาท
จดทะเบียนได้ที่ไหนบ้าง?
สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ 50 เขต สถานทูตในต่างประเทศ หรือระบบออนไลน์ (บางกรณี)
ใช้เวลานานแค่ไหน?
การจดทะเบียนใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง แต่การเตรียมเอกสารอาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์
สามารถเปลี่ยนใจยกเลิกทะเบียนได้ไหม?
ได้ โดยความยินยอมร่วมกัน (ค่าธรรมเนียม 20 บาท) หรือฟ้องศาล (กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม)
การจดทะเบียนมีผลทันทีไหม?
มีผลทันทีหลังจากเจ้าหน้าที่บันทึกเสร็จ สิทธิต่างๆ เริ่มมีผลตั้งแต่วันนั้น
ถ้าอายุไม่ครบ 20 ปี ทำอย่างไร?
อายุ 17-20 ปี ต้องมีความยินยอมจากผู้ปกครอง อายุต่ำกว่า 17 ปี จดไม่ได้
สามารถรับบุตรบุญธรรมได้ไหม?
ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหมือนคู่สมรสทั่วไป
การสมรสเท่าเทียมมีผลต่อการทำงานไหม?
ไม่มีผล นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างหรือเลือกปฏิบัติเพราะเหตุนี้ได้
จดทะเบียนในต่างประเทศมีผลในไทยไหม?
การจดในสถานทูตไทยมีผลในไทย แต่การจดตามกฎหมายต่างประเทศต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
หลังจดทะเบียนแล้วต้องทำอะไรบ้าง?
แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับธนาคาร บริษัทประกัน สถานที่ทำงาน และปรับปรุงเรื่องภาษี
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


