กฎจราจรล่าสุด 2568 _ รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-10-03

กฎจราจรล่าสุด 2568 : รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้

ผมต้องบอกก่อนเลยว่า ถ้าคุณเป็นคนขับรถในปี 2568 นี้ สิ่งที่เปลี่ยนไปจะส่งผลกับกระเป๋าของคุณโดยตรง เพราะการปรับปรุงกฎหมายจราจรครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนตัวเลขเล็กน้อย แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบจริงจัง

ปี 2568 เปลี่ยนอะไรบ้างในกฎหมายจราจร (สำหรับคนใช้รถทุกประเภท)

กฎจราจรล่าสุด 2568 _ รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้ (2).png

กฎหมายจราจรล่าสุดปี 2568 มีการขึ้นเพดานค่าปรับ ใช้ระบบตัดแต้มใบขับขี่จริงจัง บังคับใส่หมวกกันน็อกเข้มงวดขึ้น และนำเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมาช่วยจับผู้ฝ่าฝืน

การไม่สวมหมวกนิรภัยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และหากผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัยด้วย ผู้ขับขี่จะต้องถูกปรับเพิ่มเป็น 2 เท่าของโทษเดิม หรือสูงสุด 4,000 บาท โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568.

การฝ่าไฟแดงที่เคยปรับ 1,000 บาท ตอนนี้เป็น 4,000 บาท

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือระบบตัดแต้มใบขับขี่ คุณจะเริ่มต้นด้วย 12 แต้ม แต่ละครั้งที่ทำผิดจะโดนหักแต้ม และถ้าแต้มหมด ต้องไปอบรมแล้วพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน ซึ่งหมายความว่าคุณจะขับรถไม่ได้เลยในช่วงนั้น

ใบสั่งรูปแบบใหม่ เริ่มใช้ 4 ส.ค. 2568 (e-Ticket/ไปรษณีย์/กระดาษ) คืออะไร ต่างกันอย่างไร

กฎจราจรล่าสุด 2568 _ รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้ (3).png

ระบบใบสั่งใหม่มี 3 รูปแบบ: e-Ticket ที่สามารถดูและจ่ายผ่านแอปได้ทันที ใบสั่งส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีที่กล้องจับได้ และใบสั่งกระดาษแบบเดิมที่ตำรวจออกให้ โดยทั้งหมดจะเชื่อมโยงกับระบบตัดแต้มอัตโนมัติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ประกาศใช้ "ใบสั่งจราจร" รูปแบบใหม่ รวม 3 แบบ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

การปรับปรุงครั้งนี้เป็นไปตามประกาศ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เรื่อง กำหนดแบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายจราจร
  • อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากขึ้น
  • ให้สอดคล้องกับรูปแบบ "คำสั่งปรับเป็นพินัย" ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565

การดำเนินการดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 140 แห่ง พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อให้รูปแบบใบสั่งมีความเหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน

ค่าปรับใหม่ที่เพิ่มขึ้นปี 2568: ขับเร็ว ฝ่าไฟแดง ทางม้าลาย ย้อนศร เข็มขัด หมวกนิรภัย

กฎจราจรล่าสุด 2568 _ รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้ (4).png

ค่าปรับสำหรับความผิดหลักเพิ่มขึ้น 2-4 เท่าตัว โดยการฝ่าไฟแดงและขับเร็วเกินกำหนดปรับสูงสุด 4,000 บาท การไม่สวมหมวกกันน็อกและไม่คาดเข็มขัดปรับสูงสุด 2,000 บาท ส่วนการขับย้อนศรและจอดรถผิดที่ปรับสูงสุด 2,000 บาท

การเปรียบเทียบค่าปรับจราจรแบบเก่า-ใหม่

การขับรถเร็วเกินกำหนด 

เป็นความผิดที่เจอบ่อยที่สุดบนท้องถนนไทย ก่อนหน้านี้ค่าปรับสูงสุด 1,000 บาท ซึ่งหลายคนมองว่า "โอเค ครั้งหนึ่งๆ ก็ 1,000 บาท ไม่เป็นไร" แต่ตอนนี้กลายเป็นสูงสุด 4,000 บาท แล้ว

การฝ่าสัญญาณไฟแดง 

เป็นอีกความผิดที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุร้ายแรง เดิมค่าปรับสูงสุด 1,000 บาท ตอนนี้เพิ่มเป็น 4,000 บาท 

การไม่หยุดรถให้คนข้ามตรงทางม้าลาย 

ก็ได้รับการปรับเพิ่มอย่างมาก จาก 1,000 บาท เป็น 4,000 บาท เหตุผลง่ายๆ คือสถิติอุบัติเหตุที่ทางม้าลายยังคงสูง และรัฐบาลต้องการปกป้องคนเดินถนน

ความผิดด้านอุปกรณ์นิรภัยที่ปรับหนักขึ้น

การไม่สวมหมวกกันน็อก 

ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องตระหนักถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการสวมหมวกกันน็อก เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 เป็นต้นไป โทษปรับฐานไม่สวมหมวกกันน็อกถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงจาก 500 บาท เป็นสูงสุด 2,000 บาท ที่สำคัญคือ ไม่มีข้อยกเว้น สำหรับการสวมหมวกกันน็อก 100% ทั้งคนขับและคนซ้อน หากคนซ้อนไม่สวมหมวกกันน็อก ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบร่วมและอาจถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ตามกฎหมาย

การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 

สำหรับรถยนต์ก็ปรับหนักขึ้นเช่นกัน จากเดิม 500 บาท เป็น 2,000 บาท สิ่งที่เปลี่ยนไปคือกฎหมายใหม่บังคับให้ผู้โดยสารทุกคนในรถต้องคาดเข็มขัด ไม่ใช่แค่คนขับอย่างที่เคยเป็น

ความผิดด้านการจราจรและการจอดรถ

การขับรถย้อนศร 

เป็นพฤติกรรมที่อันตรายมาก เดิมค่าปรับ 500 บาท ตอนนี้เพิ่มเป็น 2,000 บาท การเพิ่มขึ้น 4 เท่านี้ทำให้หลายคนต้องคิดใหม่ เพราะ 2,000 บาทนี้เท่ากับค่าน้ำมันเติมเต็มถังหลายครั้งแล้ว

การจอดรถในที่ห้ามจอด 

เป็นปัญหาที่พบเห็นทั่วไป โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เดิมค่าปรับ 500 บาท ตอนนี้เพิ่มเป็น 2,000 บาท การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะช่วยลดปัญหาการจอดรถขวางทาง

ผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน

การเพิ่มค่าปรับในครั้งนี้ไม่ใช่การหาเงินเข้าประเทศอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นการใช้หลักจิตวิทยาพฤติกรรม เมื่อต้นทุนของการทำผิดสูงขึ้น คนเราจะมีแรงจูงใจในการปฏิบัติตามกฎมากขึ้น ข้อมูลจากต่างประเทศแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มค่าปรับสามารถลดอัตราการฝ่าฝืนได้อย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่ผู้ใช้รถต้องปรับตัวคือการมองค่าปรับเป็น "ค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงได้" แทนที่จะเป็น "ค่าใช้จ่ายที่ยอมรับได้" เหมือนในอดีต ตัวอย่างเช่น แทนที่จะคิดว่า "ฝ่าไฟแดงครั้งหนึ่งแค่ 1,000 บาท ไม่เป็นไร" ตอนนี้ต้องคิดว่า "ฝ่าไฟแดงครั้งหนึ่ง 4,000 บาท แพงเกินไป"

ที่สำคัญคือค่าปรับเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับระบบตัดแต้มใบขับขี่อีกด้วย หมายความว่าคุณไม่ได้แค่เสียเงิน แต่ยังเสียแต้มใบขับขี่ไปด้วย และถ้าแต้มหมดก็ต้องไปอบรมแล้วพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก

(อ่านบทความเพิ่มเติม)  

13 กฎจราจรในชีวิตประจำวันที่พบเจอบ่อย !

รวม 9 กฎหมายจราจรที่ควรรู้ อัพเดทล่าสุดปี2567

ค่าปรับ "จอด/หยุด/เลี้ยว/กลับรถ" และการกีดขวางจราจร

กฎจราจรล่าสุด 2568 _ รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้ (5).png

การจอดรถในที่ห้ามจอด ผิดมาตรา 57 ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ห้ามผู้ใช้รถจอดในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือกีดขวางการจราจรจนเป็นปัญหาในการสัญจรให้กับผู้อื่น 

การจอดรถและการหยุดรถที่ได้รับการปรับโครงสร้างค่าปรับ

การจอดรถในที่ห้ามจอด 

ผมอยากให้คุณเข้าใจว่า "ที่ห้ามจอด" ไม่ได้หมายถึงแค่ที่ที่มีป้ายห้ามจอดเท่านั้น แต่รวมถึงทางเท้า หน้าทางเข้า-ออกอาคาร ใกล้ปากทางแยก หรือบนสะพานลอย การจอดในที่เหล่านี้ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด โดยมีโทษปรับ 500 บาท

การหยุดรถในที่ห้ามหยุด 

ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาทตามกฎหมายจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 148 เช่น หยุดรับ-ส่งผู้โดยสารบนถนนใหญ่ หยุดซื้อของข้างทาง หรือหยุดรอใครสักครู่ ล้วนผิดกฎหมายทั้งสิ้น

กฎหมายการเลี้ยวและกลับรถที่เข้มงวดขึ้น

การเลี้ยวกลับรถในที่ห้าม 

การเลี้ยวกลับรถในที่ห้ามมีความผิดตามกฎหมายจราจร โดยห้ามกลับรถในบริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ, ในเขตปลอดภัยหรือที่คับขัน, บนสะพานหรือในระยะ 100 เมตรจากทางราบเชิงสะพาน, และในบริเวณทางร่วมทางแยก เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรอนุญาตให้กลับรถได้. การฝ่าฝืนกฎหมายนี้มีโทษปรับ และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้. 

การเลี้ยวโดยไม่ใช้สัญญาณไฟ 

ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับขี่รถยนต์โดยไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรมีบทลงโทษตามที่กฎหมายกำหนด โดยในกรณี “ไม่เปิดไฟเลี้ยว” ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 36 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 148 ซึ่งมีโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท

ค่าปรับพฤติกรรมรบกวน/อันตราย เหยียบน้ำกระเด็น ใส่ไฟวับวาบผิด ใช้ทางเท้า ฯลฯ

กฎจราจรล่าสุด 2568 _ รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้ (6).png

ความผิดที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณะและสร้างความรำคาญได้รับการปรับโครงสร้างค่าปรับใหม่ โดยการเหยียบน้ำกระเด็นใส่คนเดินถนนปรับ 1,500 บาท การใช้ไฟวับวาบผิดกฎหมายปรับ 2,000 บาท และการใช้ทางเท้าสำหรับรถยนต์ปรับสูงสุด 3,000 บาท เพื่อสร้างระเบียบและปกป้องผู้ใช้ถนนที่อ่อนแอกว่า

การเหยียบน้ำกระเด็นใส่คนเดินถนน 

ผู้ใช้รถใช้ถนนพึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพฤติกรรมการ "ขับรถเหยียบแอ่งน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น" ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีบทลงโทษรุนแรง

  1. ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก 

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน "ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น" ตามมาตรา 43 (8) ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ความผิดทางอาญา (หากมีทรัพย์สินเสียหาย) 

ในกรณีที่น้ำกระเด็นทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย จะเข้าข่ายความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การใช้ไฟหน้าวิบวับผิดกฎหมาย

ไฟหน้าวิบวับผิดกฎหมายและมีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ฯ เพราะเป็นการดัดแปลงที่อาจทำให้เกิดอันตรายและรบกวนผู้อื่นบนท้องถนน ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทสำหรับรถส่วนบุคคล หรือปรับสูงถึง 50,000 บาทสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ. ไฟหน้ารถที่ถูกกฎหมายต้องเป็นสีขาวหรือเหลืองอ่อน กำลังไฟไม่เกิน 55 วัตต์ และติดตั้งในระดับความสูงที่กำหนด. 

การตัดแต้มใบขับขี่ มีกี่แบบ

ฐานความผิดตัด 1 คะแนน (ตัวอย่างที่พบบ่อย)

ความผิดระดับ 1 คะแนนเป็นฐานความผิดพื้นฐานที่เกิดจากความประมาทหรือการขาดความระมัดระวัง แต่ไม่ถือว่าเป็นอันตรายร้ายแรงต่อผู้อื่น

ความผิดที่ถูกตัด 1 คะแนนมีอะไรบ้าง

  • ไม่สวมหมวกกันน็อก (รถจักรยานยนต์)
  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (รถยนต์)
  • ผู้โดยสารเด็กไม่นั่งในคาร์ซีท (อายุต่ำกว่า 6 ปี)
  • จอดรถในที่ห้ามจอดระยะสั้น (ไม่เกิน 30 นาที)
  • หยุดรถในที่ห้ามหยุดชั่วคราว
  • จอดรถเกินเวลาที่กำหนดในพื้นที่มีป้าย
  • ไม่มีใบขับขี่ติดตัว (แต่มีใบขับขี่ถูกต้อง)
  • ใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 30 วัน
  • ไม่ชำระค่าปรับตามกำหนดเวลา (เกิน 30 วันจากวันที่ได้รับใบสั่ง)

ฐานความผิดตัด 2 คะแนน

ความผิดระดับ 2 คะแนนเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงปานกลางและอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถคันอื่น

ความผิดที่ถูกตัด 2 คะแนนมีอะไรบ้าง

  • ขับรถเกินความเร็วกำหนด 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ขับรถช้าเกินไปในเลนขวา (ไม่มีเหตุจำเป็น)
  • เปลี่ยนเลนโดยไม่มีความปลอดภัย
  • ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
  • ส่งข้อความหรือใช้สื่อสังคมออนไลน์ขณะขับรถ
  • ดูวิดีโอหรือเล่นเกมขณะขับรถ
  • แซงรถในที่ที่มีเส้นติดเต็ม
  • แซงรถใกล้แยกหรือทางโค้ง (ที่ไม่ถึงระดับอันตราย)
  • ไม่ใช้สัญญาณไฟเลี้ยวก่อนแซง

ฐานความผิดตัด 3 คะแนน

ความผิดระดับ 3 คะแนนเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงสูงและเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุร้ายแรง

ความผิดที่ถูกตัด 3 คะแนนมีอะไรบ้าง

  • ฝ่าสัญญาณไฟแดง
  • ไม่หยุดรถให้คนข้ามตรงทางม้าลาย
  • ฝ่าป้ายหยุด (Stop Sign) โดยไม่หยุดรถ
  • ไม่หยุดรถหลังเส้นหยุดที่กำหนด
  • ขับรถเกินความเร็วกำหนด 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ขับรถเร็วในเขตโรงเรียนหรือโรงพยาบาล
  • แซงรถในที่โค้งหรือบนสะพาน
  • กลับรถในที่ห้ามกลับรถ
  • เลี้ยวซ้ายตัดหน้ารถที่ขับตรงมา

ฐานความผิดตัด 4 คะแนน

ความผิดระดับ 4 คะแนนเป็นการกระทำที่ร้ายแรงที่สุดและเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ใช้ถนนอย่างมาก

ความผิดที่ถูกตัด 4 คะแนนมีอะไรบ้าง

  • ขับรถในสภาพเมาสุรา (แอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์)
  • ขับรถภายใต้อิทธิพลของสารเสพติด
  • ปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์
  • แข่งรถในที่สาธารณะ
  • ขับรถเกินความเร็วมากกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ขับรถด้วยความเร็วสูงในเขตชุมชน
  • หลบหนีเจ้าหน้าที่เมื่อถูกสั่งให้หยุด
  • ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ
  • ขับรถชนเจ้าหน้าที่หรือยานพาหนะของทางราชการ
  • ขับรถป่วนหรือก่อกวนการจราจรอย่างร้ายแรง
  • ขับรถในทิศทางตรงข้ามการจราจร
  • เหยียบคันเร่งหนีหลังเกิดอุบัติเหตุ (หลบหนี)

(อ่านกระทู้กฎหมายเพิ่มเติม)

พรบ จราจร

ขายรถไปแล้วเซ็นโอนลอยแต่ใบสั่งจราจรมาไม่หยุด

คดีจราจร ศาลตีดสินแล้ว รอลงอาญา 1 ปี แต่ไม่เคยไดรับหมายศาล

 

 

ไม่มี/ไม่พก/หมดอายุ/ถูกยึดหรือพักใช้ ใบขับขี่ โทษและข้อควรรู้ปี 2568

เรื่องใบขับขี่นี้หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโทษเหมือนกันหมด แต่จริงๆ แล้วกฎหมายแยกแยะระดับความผิดอย่างละเอียด

  • ไม่พกพาใบขับขี่ หากลืมพกใบขับขี่ขณะขับขี่รถยนต์ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ใบขับขี่หมดอายุ / ถูกพักใช้ / ถูกยึด กรณีใบอนุญาตหมดอายุ หรือถูกสั่งพักใช้/ยึด จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
  • ไม่มีใบขับขี่เลย การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่เลย เป็นความผิดร้ายแรงที่สุด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมาแล้วขับและ "ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์" ปี 2568

การขับรถในสภาพมึนเมาได้รับการปรับโทษให้หนักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยแบ่งตามระดับแอลกอฮอล์: ระดับ 50-80 มก.% ปรับ 5,000 บาท พร้อมอบรม เกิน 80 มก.% ปรับ 10,000 บาท พักใช้ใบขับขี่ 3 เดือน ส่วนการปฏิเสธการตรวจจะถือว่าเมาระดับสูงสุดทันที

เกณฑ์วัดแอลกอฮอล์/หลักสันนิษฐานเมื่อปฏิเสธการตรวจ

ระบบการวัดแอลกอฮอล์ที่ทันสมัยขึ้น

การตรวจวัดแอลกอฮอล์ในปัจจุบันใช้เทคโนโลยีที่แม่นยำกว่าเดิมมาก เครื่องเป่าแอลกอฮอล์รุ่นใหม่สามารถวัดได้ทั้งจากลมหายใจ น้ำลาย และเลือด โดยผลการตรวจจากลมหายใจจะได้ผลลัพธ์ภายใน 3 นาที หากมีข้อสงสัยจะตรวจซ้ำด้วยวิธีอื่นเพื่อความแน่นอน

เกณฑ์การวัดใช้หน่วย "มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์" (มก.%) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ค่าปกติของคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์คือ 0 มก.% แต่อาจมีค่าเล็กน้อยจากการใช้ยาบางประเภทหรือน้ำยาบ้วนปาก ดังนั้นกฎหมายจึงกำหนดเกณฑ์ผิดกฎหมายเริ่มที่ 50 มก.%

หลักสันนิษฐานสำหรับผู้ปฏิเสธการตรวจ

หากคุณปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผล กฎหมายจะสันนิษฐานว่าคุณมีแอลกอฮอล์ในระดับสูงสุด (เกิน 150 มก.%) ทันที ซึ่งหมายความว่าจะได้รับโทษหนักสุด

เหตุผลของกฎนี้คือหลักจิตวิทยาธรรมดา ถ้าไม่เมา ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธการตรวจ การปฏิเสธจึงเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าตนเองมีแอลกอฮอล์ในระดับที่ผิดกฎหมาย

(อ่านบทความเพิ่มเติม) เมาแล้วขับติดคุกไหม ไม่เป่าได้หรือป่าว ?

กรณีเกิดอุบัติเหตุขณะเมาแล้วขับ

การปรับโทษเพิ่มเติมตามความเสียหาย

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะเมาแล้วขับ โทษจะหนักขึ้นตามความร้ายแรงของความเสียหาย

อุบัติเหตุที่มีแต่ความเสียหายต่อทรัพย์สิน โทษเพิ่มขึ้น 50% จากโทษปกติ พร้อมกับต้องชดใช้ค่าเสียหายเต็มจำนวน เพราะบริษัทประกันจะไม่จ่ายในกรณีเมาแล้วขับ

อุบัติเหตุที่ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ จะเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยประมาท โทษจำคุก 1-3 ปี ปรับ 50,000-100,000 บาท และเพิกถอนใบขับขี่ 2-5 ปี

อุบัติเหตุที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต จะเข้าข่ายความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยประมาท โทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 100,000-500,000 บาท และเพิกถอนใบขับขี่ถาวร

กรณีที่ 1 เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ

  • จำคุก 1-5 ปี
  • ปรับ 20,000-100,000 บาท
  • ศาลสั่งพักใช้ใบขับขี่อย่างน้อย 1 ปี หรืออาจเพิกถอนใบขับขี่

กรณีที่ 2 เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส

  • จำคุก 2-6 ปี
  • ปรับ 40,000-120,000 บาท
  • ศาลสั่งพักใช้ใบขับขี่อย่างน้อย 2 ปี หรืออาจเพิกถอนใบขับขี่

กรณีที่ 3 เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

  • จำคุก 3-10 ปี
  • ปรับ 60,000-200,000 บาท
  • ศาลสั่งเพิกถอนใบขับขี่

กรณีที่ 4 กระทำความผิดซ้ำภายใน 2 ปี หากทำผิดข้อหาเมาแล้วขับซ้ำภายใน 2 ปี นับจากวันที่กระทำความผิดครั้งแรก จะได้รับโทษเพิ่มเติม:

  • จำคุกเพิ่มไม่เกิน 2 ปี
  • ปรับเพิ่ม 50,000-100,000 บาท
  • ศาลสั่งพักใช้ใบขับขี่อย่างน้อย 1 ปี หรืออาจเพิกถอนใบขับขี่

จ่ายค่าปรับที่ไหนได้บ้างปี 2568 แอป/ATM/ไปรษณีย์/สถานีตำรวจ/จุด PTM

ระบบการชำระค่าปรับพัฒนาให้สะดวกขึ้นอย่างมาก โดยสามารถจ่ายได้ผ่าน 5 ช่องทางหลัก: แอปพลิเคชันรัฐบาล ATM ทุกธนาคาร ไปรษณีย์ไทย สถานีตำรวจ และจุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ พร้อมระบบยืนยันการชำระแบบทันที

จ่ายหน้าร้าน/เคาน์เตอร์

  • ธนาคารกรุงไทย (ทุกสาขา)
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น
  • ตู้บุญเติม
  • CenPay เช่น แฟมิลี่มาร์ท, บี2เอส, ท็อปส์
  • ไปรษณีย์ไทย (ทุกสาขาทั่วประเทศ)

จ่ายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน

1. แอป "เป๋าตัง"

  1. เปิดแอป → เลือก "G-Wallet"
  2. เลือก "จ่ายบิล" → "ค่าปรับจราจร"
  3. กรอกเลขที่ใบสั่ง (13 หลัก) และเลขบัตรประชาชน
  4. กรอกจำนวนเงินค่าปรับ
  5. ตรวจสอบข้อมูล → กด "ยืนยัน"
  6. ใส่รหัส PIN → เสร็จสิ้น

2. แอป "Krungthai NEXT"

  1. เปิดแอป → เลือก "จ่ายบิล"
  2. เลือก "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ - ค่าปรับจราจร"
  3. กรอกเลขที่ใบสั่ง (13 หลัก) และเลขบัตรประชาชน
  4. กดตรวจสอบยอด
  5. ชำระเงิน → เสร็จสิ้น

3. สแกน QR Code (สำหรับใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์)

  1. เปิดแอป Mobile Banking ของธนาคารที่ใช้
  2. สแกน QR Code ท้ายใบสั่ง
  3. ตรวจสอบชื่อผู้รับโอน "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ-ค่าปรับจราจร"
  4. ชำระเงินตามยอดที่แสดง

4. แอป "KHUB DEE"

  1. ดาวน์โหลดและลงทะเบียน
  2. กด "ตรวจสอบใบสั่ง"
  3. ชำระผ่าน QR Code ได้ทันที

5. จ่ายค่าปรับออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ "PTM e-Ticket"

  1. เข้าเว็บไซต์ https://ptm.police.go.th/
  2. เลือกเมนู "ชำระค่าปรับ"
  3. กรอกเลขที่ใบสั่ง (13 หลัก) และเลขบัตรประชาชน
  4. เลือกช่องทางการชำระเงิน
    • Mobile Banking
    • สแกน QR Code
    • บัตรเดบิต
    • บัตรเครดิต
  5. ตรวจสอบข้อมูลและยอดค่าปรับ
  6. ชำระเงิน → เสร็จสิ้น

ถ้าไม่จ่ายค่าปรับจะเกิดอะไรขึ้น ?

กฎจราจรล่าสุด 2568 _ รวมค่าปรับใหม่ กฎความเร็ว ตัดแต้ม จัดเต็มทุกข้อควรรู้ (9).png

ลำดับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

ผู้ที่ได้รับใบสั่งจะต้องชำระค่าปรับภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ออกใบสั่ง หากไม่ตอบรับใบสั่งภายใน 15 วัน เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ออกหมายเรียก และหากเพิกเฉยต่อหมายเรียก 2 ครั้งติดต่อกัน เจ้าหน้าที่จะยกระดับดำเนินการโดยยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ พร้อมทั้งอายัดทะเบียนรถ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มข้อหา "ไม่มารายงานตัวภายในเวลาที่กำหนด" ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ทำให้กลายเป็น 2 ข้อหา

การต่อภาษีรถยนต์เมื่อค้างค่าปรับ

ตามเงื่อนไขที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 กรมการขนส่งทางบกระบุว่า ผู้ที่ไม่จ่ายค่าปรับจราจรยังสามารถต่อภาษีประจำปีได้ แต่นายทะเบียนจะออกป้ายภาษีชั่วคราวที่มีอายุเพียง 30 วัน แทนป้ายภาษีปกติ เมื่อชำระค่าปรับที่ค้างเรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถรับป้ายภาษีปกติได้

หากใช้ป้ายภาษีชั่วคราวเกินกำหนด 30 วัน และถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ จะมีโทษปรับ 2,000 บาท พร้อมถูกตัดคะแนนใบขับขี่ 1 คะแนน ตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522

ความเสี่ยงต่อการพักใช้ใบขับขี่

การไม่จ่ายค่าปรับจราจรอาจส่งผลให้ถูกพักใช้ใบขับขี่ได้ เนื่องจากอาจถูกตัดคะแนนใบขับขี่ตั้งแต่ 1-3 คะแนน จากการไม่ชำระค่าปรับตามกำหนดและรูปแบบการกระทำความผิดตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ขับขี่ทุกคนมีคะแนนติดตัว 12 คะแนน หากถูกตัดคะแนนจนหมดจะถูกพักใช้ใบขับขี่อย่างต่ำ 90 วัน และต้องเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบกตามระเบียบ

คำถามพบบ่อย (FAQ) ปี 2568

คำถามที่ผู้ใช้รถค้นหามากที่สุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายจราจรใหม่ พร้อมคำตอบที่ครอบคลุมทั้งอัตราค่าปรับ ระบบตัดแต้ม และกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น

เรื่องกฎหมายจราจรใหม่ทำให้เกิดคำถามมากมาย ผมเลยรวบรวมคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดมาตอบให้ครบถ้วน เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถวางแผนการใช้รถได้ดีขึ้น

1. อัตราค่าปรับใหม่ของความผิดจราจรเป็นเท่าไหร่?

การปรับเพิ่มค่าปรับในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ความผิดหลักๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถมากที่สุดได้แก่

ความผิดระดับร้ายแรงสูง (ปรับสูงสุด 4,000 บาท)

ขับรถเกินความเร็วกำหนดมาก เพิ่มจาก 1,000 บาท เป็น 4,000 บาท

ฝ่าสัญญาณไฟแดง เพิ่มจาก 1,000 บาท เป็น 4,000 บาท

ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย เพิ่มจาก 1,000 บาท เป็น 4,000 บาท

การเพิ่มขึ้น 4 เท่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการลดอุบัติเหตุ เพราะความผิดเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตบนท้องถนน

2. ไม่สวมหมวกนิรภัยหรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ปรับเท่าไหร่?

ความผิดด้านอุปกรณ์นิรภัยได้รับการปรับโครงสร้างค่าปรับใหม่หมด

หมวกนิรภัยสำหรับรถจักรยานยนต์

ค่าปรับเดิม 500 บาท เพิ่มเป็น 2,000 บาท (เพิ่ม 4 เท่า)

ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568 บังคับ 100% ไม่มีข้อยกเว้น

หากคนซ้อนไม่สวมหมวก คนขับจะโดนปรับเพิ่มอีก 2,000 บาท

เข็มขัดนิรภัยสำหรับรถยนต์

ค่าปรับเดิม 500 บาท เพิ่มเป็น 2,000 บาท

บังคับทุกคนในรถต้องคาดเข็มขัด รวมถึงผู้โดยสารด้านหลัง

คนขับรับผิดชอบหากมีคนในรถไม่คาดเข็มขัด

การเพิ่มค่าปรับนี้มาพร้อมกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงว่า การใช้อุปกรณ์นิรภัยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ถึง 70%

3. เมาแล้วขับ โทษยังไงบ้าง โดยเฉพาะกรณีซ้ำ?

ระบบลงโทษผู้ขับขี่เมาสุราได้รับการปรับปรุงให้เข้มงวดและเป็นระบบมากขึ้น

กรณีกระทำผิดครั้งแรก

ระดับแอลกอฮอล์ 50-80 มก.%: ปรับ 5,000 บาท พร้อมการอบรม

ระดับแอลกอฮอล์ 80-120 มก.%: ปรับ 10,000 บาท + จำคุกไม่เกิน 6 เดือน

ระดับแอลกอฮอล์เกิน 120 มก.%: ปรับ 20,000 บาท + จำคุกไม่เกิน 1 ปี

กรณีผิดซ้ำภายใน 2 ปี

โทษหนักขึ้นเป็น 2 เท่า: จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000-100,000 บาท

พักใช้ใบขับขี่ 1-2 ปี และต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจแอลกอฮอล์ในรถ

เข้าโครงการฟื้นฟูผู้เสพติดแอลกอฮอล์

การจัดระบบแบบนี้เป็นการใช้หลักการ "Progressive Punishment" ที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการลดการกระทำผิดซ้ำ

4. ความผิดขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น มีโทษอย่างไร?

ข้อหานี้เป็นการรวมกลุ่มความผิดที่แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

พฤติกรรมที่อยู่ในข้อหานี้

ขับรถซิกแซกตัดหน้าเสี่ยงอันตราย

ขับรถแข่งหรือประลองความเร็วในที่สาธารณะ

ขับรถในลักษณะที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวแก่ผู้อื่น

โทษที่เพิ่มขึ้น

ปรับเดิม 2,000-10,000 บาท เพิ่มเป็น 5,000-20,000 บาท

จำคุกไม่เกิน 1 ปี (เพิ่มจากเดิม 6 เดือน)

ตัดแต้มใบขับขี่ 4 คะแนนเต็ม และอาจยึดใบขับขี่ชั่วคราว

การปรับโทษหนักขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน

5. ขับเหยียบน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น โทษเท่าไหร่?

ความผิดนี้แม้จะฟังดูไม่ร้ายแรง แต่ได้รับการปรับโครงสร้างโทษใหม่อย่างมีนัยสำคัญ

โทษใหม่ที่เข้มงวดขึ้น

ปรับสูงสุด 10,000 บาท (เพิ่มจาก 1,000 บาท)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หากเจตนาทำหรือก่อความเสียหาย

ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าซักรีด ค่าเปลี่ยนเสื้อผ้า

การปรับโทษหนักขึ้นมากขนาดนี้เพราะถือเป็นการแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ไม่เอาใจใส่ผู้อื่น และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในสังคม

6. ขับรถชนสุนัข/แมวและถือเป็นทารุณกรรมสัตว์ โทษเป็นอย่างไร?

กฎหมายใหม่มีการเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ทำให้โทษหนักขึ้นมาก

เงื่อนไขที่ถือว่าเป็นทารุณกรรม

ขับรถเร็วเกินควรในพื้นที่ที่มีสัตว์อยู่หนาแน่น

ไม่หลีกเลี่ยงแม้เห็นสัตว์ข้ามถนน

ตั้งใจชนหรือไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ

โทษที่รอรับ

จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ค่าเสียหายต่อเจ้าของสัตว์ (หากเป็นสัตว์เลี้ยง)

บันทึกประจำตัวอาจส่งผลต่อการขอวีซ่าไปต่างประเทศ

7. ไม่พกหรือไม่มีใบขับขี่ ปรับเท่าไหร่?

ระบบโทษสำหรับใบขับขี่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นระบบและแยกแยะความร้ายแรงชัดเจนขึ้น

การไม่มีใบขับขี่เลย

รถยนต์: ปรับ 1,000 บาท + ตัดแต้ม 3 คะแนน (เมื่อได้ใบขับขี่)

รถจักรยานยนต์: ปรับ 1,000 บาท + ตัดแต้ม 3 คะแนน

มีใบขับขี่แต่ไม่พกติดตัว

ทุกประเภทรถ: ปรับ 200 บาท ไม่ตัดแต้ม

ต้องไปแสดงหลักฐานที่สถานีตำรวจภายใน 7 วัน

ความแตกต่างในการกำหนดโทษนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจว่า การไม่มีใบขับขี่กับการลืมพกมีความร้ายแรงต่างกัน

8. ขับรถในขณะที่ใบขับขี่หมดอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอน ถูกปรับเท่าไหร่?

ใบขับขี่หมดอายุ

หมดอายุไม่เกิน 30 วัน: ปรับ 200 บาท + ตัดแต้ม 1 คะแนน

หมดอายุ 30 วัน-1 ปี: ปรับ 500 บาท + ตัดแต้ม 2 คะแนน

หมดอายุเกิน 1 ปี: ปรับ 1,000 บาท + ตัดแต้ม 3 คะแนน

ใบขับขี่ถูกพักใช้

ปรับ 2,000-5,000 บาท + อาจจำคุก 1 เดือน

ขยายเวลาพักใช้เพิ่มอีก 90 วัน

ใบขับขี่ถูกเพิกถอน

ปรับ 5,000-10,000 บาท + จำคุก 1-3 เดือน

อาจถูกแบล็กลิสต์ไม่ให้สมัครใบขับขี่ใหม่

9. แข่งรถในทางสาธารณะ หรือส่งเสียงดังผิดกฎหมาย โทษเป็นอย่างไร?

การแข่งรถในที่สาธารณะ

ผู้แข่งรถ: ปรับ 5,000-10,000 บาท + จำคุกไม่เกิน 3 เดือน

ผู้ชักชวนหรือจัดการแข่งรถ: ปรับ 10,000-20,000 บาท + จำคุกไม่เกิน 6 เดือน

ร้านแต่งรถที่ส่งเสริม: อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต

การส่งเสียงดังรบกวน (ไม่ใช่แข่งรถ)

ดัดแปลงท่อไฟเสียงดัง: ปรับ 1,000-1,800 บาท

ใช้เครื่องเสียงดังเกินไป: ปรับ 800-1,500 บาท

10. รถบรรทุกวัตถุอันตรายไม่มีป้ายแจ้ง โทษอย่างไร?

ความรุนแรงของการฝ่าฝืน

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากเกิดอุบัติเหตุ โทษจะหนักขึ้นตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขนส่งสินค้าอันตราย

11. ขับรถโดยกีดขวางการจราจร โทษคืออะไร?

พฤติกรรมที่ถือว่ากีดขวางการจราจร

ขับรถช้าในเลนเร็วโดยไม่มีเหตุผล

จอดรถขวางทางผ่าน

ขับขนานกันไม่ให้รถอื่นแซง

โทษที่รอรับ

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัดแต้มใบขับขี่ 2-3 คะแนน ขึ้นกับความร้ายแรง

12. ขับแซงในที่ห้ามแซง ปรับเท่าไหร่?

การจำแนกความร้ายแรง

แซงในที่ไม่อันตราย: ปรับ 400-1,000 บาท + ตัดแต้ม 2 คะแนน

แซงในที่อันตราย (โค้ง, สะพาน): ปรับ 1,500-2,500 บาท + ตัดแต้ม 3 คะแนน

13. ใช้มือถือขณะขับรถ(ไม่มีฮานส์ฟรี) โทษปรับและคะแนนเท่าไหร่?

โครงสร้างโทษปัจจุบัน

ปรับ 1,000 บาท (เพิ่มจาก 500 บาท) + ตัดแต้ม 2 คะแนน

กล้อง AI สามารถตรวจจับได้ 24 ชั่วโมง

ใบสั่งจะส่งทางไปรษณีย์หรือแจ้งผ่านแอป

14. ระบบตัดคะแนน (Point System) ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของระบบ

เริ่มต้นด้วย 12 คะแนนเต็ม

การฝ่าฝืนแต่ละครั้งตัด 1-4 คะแนน ตามความร้ายแรง

เมื่อคะแนนหมด (0) ต้องพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน

ต้องเข้าอบรม 6-24 ชั่วโมงก่อนได้คะแนนกลับคืน

การคืนคะแนนอัตโนมัติ

คะแนนที่ถูกตัดจะกลับมาให้หลัง 2 ปี หากไม่มีการฝ่าฝืนใหม่

15. มีรูปแบบใบสั่งจราจรใหม่อะไร? เริ่มใช้เมื่อไหร่?

ระบบใบสั่งใหม่ (เริ่ม 4 สิงหาคม 2568)

e-Ticket: ผ่านแอปพลิเคชัน สะดวก รวดเร็ว

ใบสั่งทางไปรษณีย์: สำหรับกล้องจับได้ ใช้เวลา 7-10 วัน

ใบสั่งกระดาษ: แบบดั้งเดิมที่ตำรวจออกให้

ข้อได้เปรียบของระบบใหม่

เชื่อมโยงกับระบบตัดแต้มอัตโนมัติ

ตรวจสอบสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ชำระเงินได้หลายช่องทาง

มีหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />