โอนเงินผิดบัญชี ต้องทำอะไรภายใน 72 ชั่วโมง.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-10-02

โอนเงินผิดบัญชี ต้องทำอะไรภายใน 72 ชั่วโมง?

การโอนเงินผิดบัญชีเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในยุคดิจิทัล เมื่อการทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้ด้วยการแตะหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง ความผิดพลาดเล็กน้อยในการกรอกหมายเลขบัญชีหรือการเลือกรายชื่อผู้รับโอนอาจส่งผลให้เงินจำนวนมากหายไปจากบัญชีของเราในพริบตา

สิ่งที่หลายคนไม่ทราบคือกฎหมายไทยมีกลไกคุ้มครองผู้โอนเงินผิดบัญชีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 ได้เพิ่มอำนาจให้สถาบันการเงินสามารถระงับและอายัดบัญชีที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ทันที โดยไม่ต้องรอหมายศาลเหมือนแต่ก่อน

กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาโอนเงินผิดบัญชีเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์และการใช้บัญชีม้า ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความร่วมมือในการติดตามและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดประเภทนี้อย่างจริงจัง

สิ่งที่ต้องทำภายใน 72 ชั่วโมงแรก

เมื่อโอนเงินผิดบัญชีต้องโทรแจ้งธนาคารทันทีภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อใช้สิทธิ์อายัดบัญชีปลายทางตามพ.ร.ก.ใหม่ หากพ้นเวลานี้จะต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลานานกว่า

โทรแจ้งธนาคารทันที ภายใน 30 นาที

เพราะว่าผู้รับอาจตรวจเงินเข้าและเบิกออกไปใช้ หากไม่ทำส่งผลให้เงินถูกใช้หมดและไม่สามารถดึงคืนได้

image_2025-10-02_224802970.png
ข้อมูลจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่องที่ต้องเตรียมก่อนโทรแจ้งธนาคาร

  • ต้องเตรียมชื่อ-นามสกุลตามบัตรประชาชน เลขบัตรประชาชน 13 หลัก เลขบัญชีธนาคารที่เราใช้โอนออก และเบอร์มือถือที่ธนาคารติดต่อกลับได้
  • บอกว่าโอนเมื่อไหร่ให้ชัดเจน ทั้งวัน เดือน ปี และเวลา เช่น "เมื่อเช้า 9.30 น." หรือ "เมื่อคืนประมาณ 2 ทุ่ม" รวมถึงโอนเงินไปเท่าไหร่ ต้องบอกจำนวนเต็ม เช่น "15,500 บาท" และโอนผ่านช่องทางไหน ไม่ว่าจะเป็นแอปธนาคาร ตู้ ATM หรือเว็บไซต์
  • เตรียมเลขบัญชีที่เราโอนผิดไปให้ครบถ้วน ดูได้จากสลิปการโอน พร้อมกับชื่อเจ้าของบัญชีที่แสดงตอนโอนถ้าจำได้ และระบุธนาคารของบัญชีปลายทางด้วย
  • อธิบายสาเหตุตามความเป็นจริง เช่น "ตั้งใจจะโอนให้เพื่อน แต่พิมพ์เลขบัญชีผิด" หรือ "กดเลือกคนผิดในรายชื่อ" หรือ "มีคนโทรมาหลอกให้โอน" ให้เล่าตามที่เกิดขึ้นจริง

เตรียมข้อมูลการทำรายการให้ครบถ้วน ภายใน 1 ชั่วโมง

เพราะว่าธนาคารต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนออก Bank Case ID หากไม่ทำส่งผลให้ธนาคารไม่สามารถดำเนินการและเสียสิทธิ์อายัดบัญชี

Bank Case ID คืออะไร?

Bank Case ID คือหมายเลขอ้างอิงพิเศษที่ธนาคารออกให้หลังจากตรวจสอบข้อมูลการโอนเงินผิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว เป็นเหมือน "ใบรับแจ้งความ" จากธนาคารที่พิสูจน์ว่าเราได้แจ้งเรื่องโอนเงินผิดบัญชีไปแล้ว หมายเลขนี้จะเป็นตัวอักษรและตัวเลขผสมกัน ยาวประมาณ 8-15 หลัก เช่น "KB2025010123" หรือ "SCB240901ABC"

หน้าที่ของ Bank Case ID Bank Case ID ทำหน้าที่เป็นเอกสารในการแจ้งความกับตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้หมายเลขนี้เป็นหลักฐานแจ้งกลับไปยังธนาคารให้ขยายระยะเวลาอายัดบัญชีปลายทางจากเดิม 72 ชั่วโมงเป็น 7 วัน รวมไม่เกิน 10 วัน

ถ้าไม่มี Bank Case ID ?

หากธนาคารไม่ออก Bank Case ID ให้ หมายความว่าธนาคารพิจารณาแล้วว่ากรณีของเราไม่เข้าข่ายที่จะดำเนินการได้ตาม พ.ร.ก. อาจเป็นเพราะข้อมูลไม่ครบถ้วน หลักฐานไม่เพียงพอ หรือไม่ใช่กรณีการโอนเงินผิดบัญชีที่แท้จริง

ผลที่ตามมาคือเราจะไม่สามารถแจ้งความกับตำรวจได้ เพราะตำรวจต้องการ Bank Case ID เป็นหลักฐาน ธนาคารจึงไม่สามารถอายัดบัญชีปลายทางได้ และเราจะต้องใช้วิธีการอื่น เช่น การฟ้องคดีแพ่งโดยตรง ซึ่งใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายสูงกว่า

แจ้งความด้วย Bank Case ID ภายใน 72 ชั่วโมง

แจ้งความด้วย Bank Case ID ภายใน 72 ชั่วโมง.png

เพราะว่าพ.ร.ก.กำหนดให้ธนาคารอายัดได้เพียง 72 ชั่วโมงเบื้องต้น หากไม่ทำส่งผลให้ธนาคารปลดอายัดบัญชีและเงินหาย

ทำไมต้องแจ้งความ

เหตุผลทางกฎหมาย

การแจ้งความเป็นขั้นตอนบังคับตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพราะการโอนเงินผิดบัญชีถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของผู้อื่น ธนาคารไม่สามารถอายัดบัญชีของลูกค้าได้นานๆ โดยไม่มีคำสั่งจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของเจ้าของบัญชีปลายทาง

สร้างหลักฐานทางกฎหมาย

การแจ้งความทำให้เรื่องของเรากลายเป็น "คดี" อย่างเป็นทางการ มีเลขที่แจ้งความและเจ้าพนักงานสอบสวนรับผิดชอบ ตำรวจจะเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ธนาคารดำเนินการต่างๆ เช่น อายัดบัญชี เรียกเอกสารทางการเงิน หรือเรียกตัวเจ้าของบัญชีมาให้การ

ขยายเวลาอายัดบัญชี

เมื่อเราแจ้งความแล้ว ตำรวจจะแจ้งกลับไปยังธนาคารให้ขยายระยะเวลาอายัดบัญชีจากเดิม 72 ชั่วโมงเป็นอีก 7 วัน รวมเป็น 10 วัน ในระหว่างนี้ตำรวจจะมีเวลาตรวจสอบ ติดต่อเจ้าของบัญชีปลายทาง และรวบรวมหลักฐานต่างๆ

เปิดช่องทางการเจรจา

หลังจากแจ้งความแล้ว ตำรวจจะเรียกเจ้าของบัญชีปลายทางมาให้การ หลายครั้งคนที่ได้รับเงินโอนผิดจะยอมคืนเงินเมื่อได้รับหมายเรียกจากตำรวจ เพราะไม่อยากเข้าไปพัวพันกับคดี แม้ว่าจะไม่ได้ทำผิดจริงก็ตาม หากไม่แจ้งความภายใน 72 ชั่วโมง ธนาคารจะต้องปลดอายัดบัญชีปลายทาง เจ้าของบัญชีสามารถเบิกเงินออกใช้ได้ตามปกติ เราจะสูญเสียโอกาสในการได้เงินคืน และหากต้องการดำเนินการต่อไปจะต้องใช้วิธีการฟ้องคดีแพ่งที่ซับซ้อนและใช้เวลานานกว่า

ในทางกฎหมาย ทำไมถึงต้องมีการจำกัดเวลา?

ในทางกฎหมาย ทำไมถึงต้องมีการจำกัดเวลา.png

การอายัดบัญชีนั้นจำเป็นต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเจ้าของบัญชีปลายทาง เพราะหากดำเนินการโดยไม่มีข้อกล่าวหาที่ชัดเจน อาจส่งผลให้เกิดการอายัดทรัพย์โดยมิชอบและขัดต่อหลักนิติธรรม

ในขณะเดียวกัน การกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมก็สำคัญยิ่ง เพื่อให้ ผู้เสียหายมีเวลาเพียงพอในการรวบรวมหลักฐานและแจ้งความ มิฉะนั้น ธนาคารอาจต้องปลดอายัด ส่งผลให้ผู้เสียหายเสียโอกาสในการได้เงินคืน

ดังนั้น กฎหมายจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้เสียหายกับการไม่ละเมิดสิทธิผู้บริสุทธิ์ การเร่งรัดหรือเพิกเฉยต่อหลักการนี้อาจนำไปสู่การใช้กฎหมายในทางที่ผิด หรือกลายเป็นเครื่องมือในการคุกคาม

นอกจากนี้ การให้เวลาที่เหมาะสมยังจำเป็นต่อการตรวจสอบอย่างละเอียดว่ารายการธุรกรรมนั้นเป็นรายการปกติ หรือเข้าข่ายการฟอกเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมายถูกโยกย้ายออกจากระบบอย่างรวดเร็ว

ถ้าอีกฝั่งใช้เงินหมดแล้วจะเอาผิดอย่างไร?

ถ้าอีกฝั่งใช้เงินหมดแล้วจะเอาผิดอย่างไร.png

มื่อเจ้าของบัญชีปลายทางใช้เงินหมดแล้ว ยังสามารถฟ้องคดีได้ในข้อหายักยอกทรัพย์ (มาตรา 352 ประมวลกฎหมายอาญา) หรือลาภมิควรได้ (มาตรา 406 แพ่งและพาณิชย์) ต้องติดตามทรัพย์สินอื่นและเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม แม้ซับซ้อนแต่มีโอกาสชนะสูง

หลายคนเข้าใจผิดว่า หากเจ้าของบัญชีปลายทางเบิกเงินไปใช้หมดแล้ว เราก็ทำอะไรไม่ได้ ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น เพราะตามกฎหมายไทย การที่คนหนึ่งได้รับทรัพย์สินของอีกคนหนึ่งมาโดยไม่มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นความผิดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะยังอยู่หรือถูกใช้ไปแล้วก็ตาม

ที่สำคัญกว่านั้น หากเจ้าของบัญชีปลายทางรู้ว่าเงินที่เข้ามานั้นไม่ใช่ของตน แต่กลับเก็บไว้หรือนำไปใช้ จะถือเป็นการกระทำความผิดฐาน "ยักยอกทรัพย์" ตามมาตรา 352 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาทางกฎหมายที่ใช้ได้

ในทางปฏิบัติ เรามีข้อหาหลักๆ ที่สามารถใช้ฟ้องได้อยู่ 2 ข้อหา ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้กระทำ ข้อหาแรกคือ "ยักยอกทรัพย์" ตามมาตรา 352 ประมวลกฎหมายอาญา ใช้ในกรณีที่ผู้รับเงินรู้ว่าไม่ใช่ของตนแต่ยังเก็บไว้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีเจตนาโกงตั้งแต่แรก

ส่วนข้อหาที่สองคือคดีแพ่งเรื่อง "ลาภมิควรได้" ตามมาตรา 406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้ในกรณีที่ผู้รับเงินได้รับประโยชน์โดยไม่มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมาย และทำให้เราเสียเปรียบไป กฎหมายกำหนดให้ผู้ได้รับลาภมิควรได้ต้องคืนให้แก่เจ้าของเดิม

การติดตามทรัพย์สินอื่นที่มีอยู่

แม้เงินในบัญชีจะหมดแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้กระทำผิดไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะเอามาชดใช้ได้ ขั้นตอนแรกคือการขอให้ตำรวจออกหมายค้นเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหา รวมถึงบัญชีธนาคารอื่นๆ ที่อาจมี

หากพบว่ามีทรัพย์สินอื่น เช่น รถยนต์ บ้าน หรือเครื่องประดับ เราสามารถขอให้ศาลออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินเหล่านั้นได้ แล้วจึงขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชดใช้ในภายหลัง ถึงแม้จะใช้เวลานานกว่า แต่ก็มีโอกาสได้เงินคืนได้

อีกวิธีหนึ่งคือการตรวจสอบว่าผู้กระทำผิดมีรายได้ประจำหรือไม่ หากมีงานทำหรือธุรกิจ เราสามารถขอให้ศาลสั่งยึดเงินเดือนหรือรายได้ส่วนหนึ่งมาชดใช้เป็นงวดๆ ได้ วิธีนี้ใช้เวลานาน แต่มั่นใจได้ว่าจะได้เงินคืนในที่สุด

การเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือเราไม่ได้เรียกเฉพาะตัวเงินที่โอนผิดไปเท่านั้น แต่สามารถเรียกค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมได้ด้วย เริ่มต้นจากดอกเบี้ยของเงินที่ถูกยึดไว้ ดอกเบี้ยตาม ม.7 ป.พ.พ. (ปัจจุบัน 3% ต่อปี) และถ้าเป็นดอกเบี้ยผิดนัด ใช้ ม.224 = ม.7 + 2% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่โอนเงินผิดไปจนถึงวันที่ได้รับเงินคืน

นอกจากนี้ยังสามารถเรียกค่าเสียเวลา ค่าเดินทาง ค่าทนายความ และค่าธรรมเนียมศาลได้ด้วย หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของอีกฝ่าย รวมแล้วอาจได้เงินมากกว่าจำนวนเดิมที่โอนผิดไปเสียอีก

ในบางกรณีที่ผู้กระทำผิดทำด้วยความเจตนาหรือประมาท อาจเรียกค่าเสียหายทางจิตใจได้ด้วย โดยเฉพาะกรณีที่การโอนเงินผิดนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างรุนแรง เช่น ทำให้ไม่สามารถชำระค่ารักษาพยาบาลได้ทันเวลา

3 กรณีที่โอนเงินผิด และ วิธีแก้แต่ละแบบ

3 กรณีที่โอนเงินผิด และ วิธีแก้แต่ละแบบ.png

โอนเงินผิดแบ่งได้ 3 กรณีหลัก คือ ธนาคารเดียวกัน (ได้เงินคืนง่าย) ต่างธนาคาร (ยุ่งยากกว่า) และโดนหลอก/บัญชีม้า (ต้องใช้กฎหมาย) แต่ละกรณีมีวิธีแก้และโอกาสได้เงินคืนแตกต่างกัน

กรณีที่ 1: โอนเงินผิดบัญชีธนาคารเดียวกัน

กรณีนี้ถือว่าได้เปรียบที่สุดเพราะทุกอย่างอยู่ในระบบเดียวกัน ธนาคารสามารถตรวจสอบรายละเอียดการทำรายการได้ทันที ทั้งบัญชีต้นทางและปลายทาง รวมถึงสามารถติดต่อเจ้าของบัญชีปลายทางได้ง่ายกว่า เพราะมีข้อมูลการติดต่อครบถ้วนในระบบ

โอกาสได้เงินคืนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70-80 หากเป็นกรณีโอนผิดจริง และเจ้าของบัญชีปลายทางเป็นคนซื่อสัตย์ ธนาคารจะประสานงานภายในไม่เกิน 3-5 วันทำการ ถ้าผู้รับโอนยินยอมคืนเงิน กระบวนการจะเสร็จสิ้นได้ภายใน 1 สัปดาห์

สิ่งที่ต้องระวังคือกรณีที่เจ้าของบัญชีปลายทางใช้เงินไปแล้ว ธนาคารจะไม่บังคับให้คืนเงินหากบัญชีไม่มียอดเพียงพอ แต่จะทำการบันทึกหนี้ไว้ และติดตามการชำระในภายหลัง

กรณีที่ 2: โอนเงินผิดบัญชีต่างธนาคาร

กรณีนี้ซับซ้อนกว่าเพราะต้องมีการประสานงานข้ามสถาบัน ธนาคารของเราต้องติดต่อไปยังธนาคารปลายทาง ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่า และแต่ละธนาคารอาจมีขั้นตอนการทำงานที่แตกต่างกัน

ระยะเวลาที่ใช้มักจะนาน 7-14 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของธนาคารปลายทาง โอกาสสำเร็จจะลดลงเหลือประมาณร้อยละ 50-60 เพราะการสื่อสารผ่านคนกลางทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือข้อมูลสูญหายได้ง่าย

สิ่งสำคัญคือต้องเก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง ทั้งจากธนาคารของเราและการตอบกลับจากธนาคารปลายทาง เพราะหากเรื่องต้องไปถึงขั้นแจ้งความ เราจะต้องแสดงให้เห็นว่าได้พยายามแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางปกติแล้ว

กรณีที่ 3: โดนหลอกให้โอนเงินหรือโอนไปบัญชีม้า

กรณีนี้จัดอยู่ในประเภทอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ต้องใช้กฎหมายเข้าช่วย ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการประสานงานธนาคารธรรมดา เพราะเจ้าของบัญชีปลายทางมักจะไม่ให้ความร่วมมือ หรือหลบหนี หรืออาจเป็นเพียงหุ่นเชิดของแก๊งมิจฉาชีพ

พ.ร.ก.ใหม่ปี 2566 ทำให้กรณีนี้แก้ไขได้ง่ายขึ้นมาก เพราะธนาคารสามารถอายัดบัญชีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอหมายศาล และเจ้าของบัญชีม้าจะได้รับโทษหนัก ทั้งจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 300,000 บาท

โอกาสได้เงินคืนจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการแจ้ง หากแจ้งภายใน 30 นาทีแรก โอกาสสำเร็จอยู่ที่ร้อยละ 60-70 แต่หากแจ้งหลังผ่านไป 24 ชั่วโมง โอกาสจะลดลงเหลือร้อยละ 20-30 เพราะมิจฉาชีพมักจะรีบถอนเงินออกจากบัญชีให้เร็วที่สุด

พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ช่วยได้อย่างไร

พ.ร.ก. 2566 เปลี่ยนเกมส์การแก้ปัญหาโอนเงินผิดบัญชีทั้งระบบ จากเดิมต้องแจ้งความก่อนถึงจะอายัดบัญชีได้ ตอนนี้แจ้งธนาคารก่อนได้เลย ทำให้เร็วขึ้น ได้เปรียบมากขึ้น และมีโทษหนักกับบัญชีม้า

หากย้อนกลับไปก่อนเดือนมีนาคม 2566 เวลาเราโอนเงินผิดบัญชี สิ่งแรกที่ต้องทำคือวิ่งไปสถานีตำรวจ แจ้งความให้ได้ใบรับแจ้งความมาก่อน จากนั้นจึงเอาใบแจ้งความไปให้ธนาคาร ธนาคารถึงจะยอมอายัดบัญชีปลายทางให้ แต่ปัญหาคือใช้เวลา 3-7 วัน ระหว่างนั้นเงินส่วนใหญ่หายไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 ทุกอย่างเปลี่ยนไป กฎหมายฉบับใหม่นี้พลิกลำดับขั้นตอนทั้งหมด ทำให้เราสามารถแจ้งธนาคารก่อนได้เลย โดยไม่ต้องไปแจ้งความก่อน

ผลที่ตามมาคือธนาคารสามารถอายัดบัญชีปลายทางได้ทันที แล้วจึงค่อยแจ้งให้เราไปแจ้งความภายใน 72 ชั่วโมง การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนี้ กลับส่งผลให้โอกาสได้เงินคืนเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 60-70% ในกรณีที่แจ้งทันเวลา

ที่ผ่านมา ธนาคารเป็นเพียงสื่อกลางในการรับฝาก-ถอนเงิน ไม่มีอำนาจหยุดธุรกรรมใดๆ ได้ด้วยตัวเอง ต้องรอให้มีหมายศาลหรือคำสั่งจากหน่วยงานราชการมาก่อน ด้วยเหตุนี้ การแก้ปัญหาโอนเงินผิดจึงใช้เวลานาน

แต่เมื่อมี พ.ร.ก. 2566 ธนาคารได้รับอำนาจพิเศษในการระงับธุรกรรมที่ต้องสงสัยได้ทันที โดยไม่ต้องรอหมายศาล เมื่อมีผู้แจ้งว่าโอนเงินผิดบัญชีหรือถูกหลอกให้โอนเงิน ธนาคารจะหยุดการทำธุรกรรมของบัญชีปลายทางได้ในทันที

นอกจากนี้ ธนาคารยังต้องแจ้งไปยังธนาคารอื่นๆ ผ่านระบบกลางให้ทราบด้วย หากบุคคลนั้นมีบัญชีหลายแห่ง ทุกบัญชีจะถูกอายัดไปพร้อมกัน ทำให้ไม่สามารถย้ายเงินหนีได้

ข้อดีที่สุดคือ พ.ร.ก. ฉบับนี้ บังคับให้ธนาคารทุกแห่งต้องเชื่อมต่อระบบข้อมูลเข้าด้วยกัน แม้กระทั่งธนาคารขนาดเล็กหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจก็ต้องเข้าร่วมระบบนี้ด้วย

ผลที่ได้คือเมื่อมีการอายัดบัญชีใดบัญชีหนึ่ง ระบบจะส่งสัญญาณไปยังธนาคารอื่นๆ ทันที หากเงินถูกโอนไปต่ออีกทอด ระบบจะติดตามได้และอายัดบัญชีใหม่ที่เงินไปถึงด้วย แทนที่จะต้องไล่ตามทีละขั้นตอนแบบเดิม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องโอนเงินผิด

โอนผิดแล้วใช้เวลานานไหมถึงจะได้เงินคืน?

ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนที่ได้รับเงิน หากเขายอมคืน จะได้เงินคืนภายใน 3-7 วันทำการ แต่หากไม่ยอมคืนต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ใช้เวลา 1-6 เดือน ส่วนกรณีต้องฟ้องคดีอาจนาน 1-3 ปี

แก้ปัญหาโอนผิดเสียเงินเท่าไหร่?

หากแก้ได้ผ่านธนาคาร ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่หากต้องจ้างทนายฟ้องคดี ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน ถ้าชนะคดีจะได้ค่าใช้จ่ายคืน แต่ถ้าแพ้ต้องจ่ายเอง

โอนผิดไปต่างประเทศทำได้ไหม?

ทำได้แต่ยุ่งยากมาก ต้องผ่านธนาคารคู่ค้าต่างประเทศ กระบวนการใช้เวลา 1-3 เดือน และมีค่าใช้จ่ายสูง โอกาสสำเร็จต่ำ ควรปรึกษาธนาคารก่อนตัดสินใจดำเนินการ

ถ้าธนาคารบอกช่วยไม่ได้ต้องทำยังไง?

ธนาคารช่วยไม่ได้จริงหากอีกฝ่ายไม่ยอมคืนเงิน แต่ยังสามารถแจ้งความกับตำรวจได้ ใช้ พ.ร.ก.2566 บังคับให้อายัดบัญชี หรือฟ้องคดีเรื่องลาภมิควรได้

โอนผิดแค่ 500 บาท คุ้มไหมที่จะทำเรื่อง?

คุ้ม เพราะขั้นตอนเหมือนเดิมไม่ว่าจะโอนผิดเท่าไหร่ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการแจ้ง แต่หากต้องจ้างทนายควรพิจารณาให้ดี เพราะค่าทนายอาจมากกว่าเงินที่เสียไป

มีคนโอนผิดมาบัญชีเรา ต้องทำยังไง?

อย่าใช้เงินนั้นเด็ดขาด รอให้ธนาคารติดต่อมา หรือหากมีคนโทรมาอ้างว่าโอนผิด ให้สอบถามรายละเอียดก่อนว่าโอนเมื่อไหร่ จำนวนเท่าไหร่ หากตรงกันให้ติดต่อธนาคารเพื่อโอนคืน

โอนผิดไปบัญชีที่ปิดแล้วจะเป็นยังไง?

เงินจะถูกส่งกลับมาบัญชีเราอัตโนมัติภายใน 1-3 วันทำการ เพราะธนาคารไม่สามารถโอนเข้าบัญชีที่ปิดแล้วได้ กรณีนี้ไม่ต้องกังวล

โอนผิดไปแต่บัญชีปลายทางเงินไม่พอจ่าย ได้เงินคืนไหม?

ได้ แต่ต้องรอให้เจ้าของบัญชีฝากเงินเพิ่มก่อน หรือขอให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สินอื่น เช่น รถ บ้าน เพื่อขายชดใช้ กระบวนการใช้เวลานานกว่าปกติ

โอนผิดในวันหยุดยาวแจ้งได้ไหม?

แจ้งได้ เพราะ Call Center ธนาคารเปิด 24 ชั่วโมง แต่การดำเนินการจริงอาจเริ่มในวันทำการถัดไป สิ่งสำคัญคือแจ้งให้เร็วที่สุด อย่ารอจนวันหยุดผ่าน

ใช้บัตรเครดิตโอนผิดได้เงินคืนไหม?

ได้ แต่ขั้นตอนซับซ้อนกว่า เพราะต้องผ่านบริษัทบัตรเครดิตด้วย และอาจมีดอกเบี้ยค้างชำระระหว่างดำเนินการ ควรติดต่อบริษัทบัตรเครดิตพร้อมกับธนาคาร

โอนผิดหลายครั้งให้คนเดียวกัน รวมเรื่องได้ไหม?

ได้ สามารถรวมยอดและทำเรื่องครั้งเดียว จะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ต้องมีหลักฐานการโอนทุกครั้งให้ครบถ้วน

ถ้าเราตายแล้วทายาทเอาเงินคืนได้ไหม?

ได้ ทายาทสามารถสืบสิทธิเรียกเงินคืนได้ แต่ต้องมีหลักฐานการเป็นทายาท และหลักฐานการโอนผิด กระบวนการจะใช้เวลานานกว่าปกติ

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “