ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีทั้ง 3 สำนวน ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวนขอให้ศาลสั่งว่าที่ดินพิพาททั้ง 3 สำนวน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ใช้สำหรับโรงเรียนรัฐบาล ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง

จำเลยทั้ง 3 สำนวนให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป

จำเลยทั้ง 3 สำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้ง 3 สำนวนฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีฟังได้ว่าทางราชการอำเภอบัวใหญ่ได้สงวนและหวงห้ามที่ดินรายพิพาทมาก่อน พ.ศ. 2472 และการสงวนหรือหวงห้ามที่ดินรายนี้เป็นการสงวนหรือหวงห้ามไว้ก่อนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายนั้น การที่ทางราชการจะได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ จึงไม่ใช่สารสำคัญ และฟังว่าที่พิพาทนี้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของกระทรวงศึกษาธิการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(3) ด้วย กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นผู้ครอบครองดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดินรายนี้อยู่ในปัจจุบันย่อมมีสิทธิและอำนาจฟ้องร้องผู้บุกรุกเข้ายึดถือที่ดินเพื่อเอาเป็นของตนให้ออกไปจากที่ดินรายนี้ได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th