ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตำแหน่งหน้าที่สุดท้ายเป็นพนักงานธุรการ 1 ประจำสำนักงานสาขาชัยภูมิ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน2522 จำเลยเลิกจ้างโจทก์อ้างว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ไม่อุทิศเวลาให้แก่ธนาคารจำเลย มีหนี้สินรุงรังอาจทำให้ธนาคารจำเลยเสื่อมเสียชื่อเสียง อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ความจริงโจทก์ไม่เคยละทิ้งหน้าที่และไม่มีหนี้สินรุงรังตามที่ถูกกล่าวหา จึงเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิดขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน 18,930 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง กล่าวคือโจทก์ก่อหนี้สินรุงรังไม่สามารถชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้มาติดต่อทวงถามที่สำนักงานจำเลยเป็นประจำ นำความเสื่อมเสียชื่อเสียงมาสู่จำเลย โจทก์ชอบละทิ้งหน้าที่อยู่เป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่จำเลยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือโดยชอบแล้วแต่ยังฝ่าฝืนอีก โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่ชั่วครั้งชั่วคราว และกรณีที่โจทก์มีหนี้รุงรัง แม้จะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 9 ว่าด้วยวินัยการสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้างข้อ 3(8)(10) แต่ไม่ใช่กรณีที่ร้ายแรง จำเลยมิได้ตักเตือนเป็นหนังสือจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามข้อ 47(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16เมษายน 2515 ที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ 18,930 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า กรณีละทิ้งหน้าที่นั้นไม่ปรากฏว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปตลอดทั้งวันหรือหลายวัน อันอาจทำให้งานในหน้าที่ที่โจทก์ต้องทำหยุดชะงัก เป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่กิจการของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง หากแต่เป็นเรื่องที่โจทก์ฉวยโอกาสละทิ้งหน้าที่เป็นครั้งคราวชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และกรณีที่โจทก์มีหนี้สินหลายรายและเจ้าหนี้มาทวงที่สำนักงานนั้น ก็ไม่ได้ความว่าโจทก์มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินของธนาคารจำเลยแต่อย่างใด อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยจากการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ได้ การกระทำของโจทก์ยังไม่ถึงกับก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างร้ายแรง ทั้งตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยวินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้าง ข้อ 6เกี่ยวกับการลงโทษให้ออกในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างกระทำผิดวินัยแต่ไม่ถึงกับให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารจำเลยอย่างร้ายแรงนั้นก็มิได้กำหนดในเรื่องละทิ้งหน้าที่เนือง ๆ กับการประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่เช่นกรณีมีหนี้สินรุงรังไว้ด้วย ซึ่งแสดงว่าจำเลยมิได้ถือเอาการกระทำผิดวินัยฐานละทิ้งหน้าที่ดังกล่าวกับการประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่เช่นกรณีมีหนี้สินเป็นการเสียหายอย่างร้ายแรงแก่จำเลยแต่อย่างใด การกระทำของโจทก์จึงมิใช่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยที่ร้ายแรง เมื่อจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างมิได้ตักเตือนเป็นหนังสือก่อนจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47(3) ที่จำเลยจะมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th