ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดรุกล้ำที่ดินในครอบครองของโจทก์ ขอให้ศาลบังคับจำเลยคืนที่ดินที่กล่าวนั้นหรือห้ามมิให้รบกวนโจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทโจทก์ได้โก่นสร้างทำนา อำเภอออกใบเหยียบย่ำทับที่โดยเข้าใจผิดจึงให้จำเลยคืนที่ให้โจทก์และห้ามมิให้รบกวนโจทก์ต่อไป

ศาลอุทธรณ์ฟังว่าในปีที่เกิดเป็นความกันนี้ไม่มีร่องรอยหรือหลักฐานแห่งการครอบครองของโจทก์เลยตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๓๗๗ การครอบครองย่อมสิ้นสุดไปด้วยการไม่ยึดถืออนึ่งการที่ผู้ใดอ้างว่าเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินอันใดจะต้องปรากฎว่าผู้นั้นได้ครอบครองทำประโยชน์เหมาะสมกับสภาพของทรัพย์สินและอัตตภาพของตน ไม่เช่นนั้นก็ไม่แสดงว่ามีเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตาม ม.๑๓๖๗ ปรากฎว่าที่พิพาทมีเนื้อที่กว้างยาวเพียง ๒-๓ เส้นเป็นที่ป่ามีต้นไม้ขี้นเต็มไปหมด ที่ซึ่งโจทก์ตกกล้าไว้ก็เป็นเพียงที่ ๆ กระบือไปนอนทำเป็นแอ่งน้ำไว้มิได้อาศัยกำลังแรงทุนของตนอย่างไรจะเรียกว่าตนได้ครอบครองมิได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาตัดสินว่าที่โจทก์ฎีกาว่าคดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่จำเลยจะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงมิได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๘๙ (๒) นั้นเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งสามัญ ม.๑๘๙ (๒) ที่ว่า "คดีอันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์" นั้นโรงพิมพ์ ๆ ผิดและได้มีบอกแก้ไว้แล้ว ฎีกา

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th