ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ความว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินแก่โจทก์ จำเลยได้รับเงินมัดจำไว้แล้ว ตกลงจะไปโอนทะเบียนภายในเดือนมีนาคม 2490 ก่อนถึงวันโอน จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินแปลงนี้แก่นายเหลียวและในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ จำเลยกับนายเหลียวได้ไปโอนขายณ หอทะเบียนที่ดิน โจทก์ไปร้องคัดค้านไว้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้อง เพราะยังไม่ถึงเวลาโอน และจำเลยมิได้ผิดนัด และว่าถ้าจำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็มีสิทธิเพียงเรียกค่าเสียหาย 6,000 บาท ตามสัญญาเท่านั้น จะฟ้องบังคับให้จำเลยโอนขายมิได้ ศาลล่างพิพากษาบังคับให้จำเลยโอนที่ดินกับโฉนดให้แก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยได้ทำสัญญาไว้กับโจทก์แน่นอนแล้วว่าจะไปโอนขายที่ดินแก่โจทก์ แต่ก่อนถึงวันโอน จำเลยกับเอาที่ดินไปโอนขายแก่ผู้อื่นเสีย จะว่าจำเลยไม่ละเมิดสัญญาอย่างไรจำเลยจะยกเงื่อนไขแห่งเวลามาเป็นประโยชน์แก่จำเลยไม่ได้
ส่วนข้อที่โจทก์ควรได้แต่ค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในสัญญานั้น ปรากฏในสัญญาข้อ 5 ว่า "ถ้าฝ่ายใดประพฤติผิดสัญญาแล้วยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งนำสัญญาไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแก่ฝ่ายผิดสัญญาเป็นเงิน 6,000 บาท" ความข้อนี้ยังไม่เป็นเหตุพอที่จะถือว่าถ้ามีการประพฤติผิดสัญญาแล้วเจ้าหนี้จะเรียกได้แต่เฉพาะค่าเสียหายเพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 บัญญัติให้เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ ดังที่โจทก์ฟ้องขอบังคับในคดีนี้
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


