ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ได้ความว่าโจทก์เป็นบุตร์ภรรยาก่อนของพระประสิทธิซึ่งเลิกร้างกันไปนานแล้ว โจทก์ได้สามีแยกเรือนอยู่ต่างหาก จำเลยเป็นภรรยาพระประสิทธิภายหลังอยู่กินด้วยกันตั้ง ๑๐ ปีมีบุตร์ด้วยกัน พระประสิทธิป่วยเป็นโรคจิตต์จึงมีปัญหาว่าโจทก์หือจำเลยสมควรเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์
ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามศาลแพ่งให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลแพ่งรับฎีกาโจทก์ว่าเป็นข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีปัญหาแต่เพียงว่า ฝ่ายใดจะสมควรเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์พระประสิทธิ เป็นดุลพินิจของศาลสืบเนื่องแต่หลักฐานคำพะยานในข้อเท็จจริงตามฎีกาโจทก์มีเพียงว่าโจทก์มีฐานะดีกว่า ทั้งเป็นบุตร์และได้พิทักษ์อยู่แล้ว เห็นว่าความรู้สึกทั่วไปในทางกฎหมายและประเพณีภรรยาย่อมดีกว่าผู้อื่นในการอนุบาลหือพิทักษ์สามีผู้ป่วยเป็นโรคจิตต์ จนกว่าจะมีผู้ใดผู้หนึ่งสำแดงออกมาให้ปรากฎว่าภรรยาเป็นผู้ไม่สมควรโจทก์หาแสดงออกไม่ ข้อฎีกาของโจทก์จึงหนีข้อเท็จจริงไม่พ้น ศาลล่างตัดสินมาก็โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั่นเอง หาใช่ข้อกฎหมายไม่ โจทก์ฎีกาไม่ได้ ตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๒ ม.๔ จึงให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

