ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีสามสำนวนศาลพิจารณารวมกัน โจทก์ทั้งสามฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ได้ค่าจ้างรายวัน จำเลยเลิกจ้างโจทก์ ไม่ได้จ่ายค่าล่วงเวลาให้ จึงขอให้บังคับจำเลยให้จ่ายค่าล่วงเวลาพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1ไม่มีอำนาจหน้าที่จ่ายเงินค่าจ้าง ฟ้องเรียกค่าจ้างขาดอายุความโจทก์ทำงานไม่ครบและมิได้รับอัตราค่าจ้างตามที่ฟ้อง จำเลยได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับแรงงาน ศาลชั้นต้นสั่งงดชี้สองสถานและสืบพยานโดยเห็นว่าประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 ข้อ 2 ให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยกำหนดเรื่องค่าแรงงานเฉพาะการจ่ายค่าจ้างเท่านั้น กระทรวงมหาดไทยไม่มีอำนาจการจ่ายค่าจ้างล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด จึงไม่มีผลบังคับพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 ข้อ 2ให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างไว้อย่างกว้าง ๆและเงินล่วงเวลาเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้เพราะเหตุที่ลูกจ้างทำงานให้นายจ้างนอกวันเวลาเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้เพราะเหตุที่ลูกจ้างทำงานให้นายจ้างนอกวันเวลาทำงานปกติ เงินล่วงเวลาเป็นสินจ้างหรือค่าจ้าง ประกาศของกระทรวงมหาดไทยไม่ขัดต่อประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 ข้อ 2 ในส่วนเกี่ยวกับ "การจ่ายค่าจ้าง" มิได้มีบทนิยามคำว่า "ค่าจ้าง"จึงต้องเข้าใจตามความหมายสามัญ คือ หมายถึงสินจ้างที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงานให้ หรืออีกนัยหนึ่งสินจ้างที่ให้ตอบแทนการทำงานของลูกจ้าง ประกาศของกระทรวงมหาดไทยที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 2แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 ได้กำหนดบทนิยามคำว่า "ค่าจ้าง""ค่าล่วงเวลา" และ "ค่าล่วงเวลาในวันหยุด" ขึ้นเพื่อสะดวกแก่การดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติในส่วนที่เกี่ยวกับ"การจ่ายค่าจ้าง" โดยกำหนดเรียกชื่อค่าจ้างหรือสินจ้างที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงานให้ ด้วยการจำแนกชื่อต่างกันไปตามเวลาหรือวันที่ลูกจ้างทำงานให้ กล่าวคือถ้าเป็นสินจ้างที่จ่ายให้ลูกจ้างที่ทำงานปกติเรียกว่า "ค่าจ้าง" สินจ้างหรือเงินที่จ่ายให้ลูกจ้างที่ทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานปกติและที่ทำงานในวันหยุดงานเรียกว่า "ค่าล่วงเวลา" และ "ค่าล่วงเวลาในวันหยุด"แล้วแต่กรณีกับได้กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายสินจ้างเหล่านี้ด้วย คำว่า"ค่าล่วงเวลา" หรือ "ค่าล่วงเวลาในวันหยุด" จึงเป็นสินจ้างหรือค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานเกินเวลาปกติหรือทำงานในวันหยุดในอัตราพิเศษ "ค่าล่วงเวลา" หรือ "ค่าล่วงเวลาในวันหยุด" เนื้อแท้ก็เป็น "ค่าจ้าง" ตามความมุ่งหมายในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 นั่นเอง อันมีลักษณะและหลักเกณฑ์ในการจ่ายให้แก่ลูกจ้างต่างกับ "ค่าจ้าง" ที่กำหนดไว้ในประกาศของกระทรวงมหาดไทย บทนิยามคำว่า "ค่าจ้าง" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ไม่รวม "ค่าล่วงเวลา" และ "ค่าล่วงเวลาในวันหยุด" เพราะได้มีบทนิยามไว้เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากคำว่า "ค่าจ้าง" ประกาศกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดการปฏิบัติในเรื่องการจ่ายค่าจ้างโดยจำแนกชื่อสินจ้างต่างกันไป ไม่ได้ออกนอกเหนืออำนาจที่ประกาศของคณะปฏิวัติกำหนดให้จึงมีผลบังคับได้จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างซึ่งมีชื่อเรียกตามประกาศกระทรวงมหาดไทยว่า "ค่าล่วงเวลา" และ"ค่าล่วงเวลาในวันหยุด" ให้โจทก์ พิพากษายืน.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

