ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน คือตัดฟันไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ประทับตราอนุญาตชักลากไม้โดยมิชอบทำบัญชีขนาดจำนวนไม้เป็นเท็จ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯลฯ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 160, 162, 91 และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 160, 162 แต่ละกรรมเป็นความผิดตามมาตรา 157 ด้วย ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักทั้งสองกระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี ริบของกลาง ข้อหานอกจากนี้ให้ยกฟ้อง
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การใช้รอยตราโดยมิชอบและการทำเอกสารเท็จของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวกัน พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 160, 162 และ 157 ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 10 ปี
โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังนี้
ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่จำเลยประทับตราอนุญาตชักลากไม้กับการทำบัญชีอนุญาตชักลากเป็นการกระทำผิดสองกรรมนั้น เห็นว่า ระเบียบการตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลากไม้ก็ดี ตามคำสั่งของป่าไม้เขตที่ให้จำเลยออกไปตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลากไม้ก็ดี จำเลยต้องทำบัญชีอนุญาตชักลากไม้ด้วย ฉะนั้น การที่จำเลยทำบัญชีอนุญาตชักลากไม้เป็นเท็จก็เพื่อให้การประทับตราอนุญาตชักลากไม้ไม่ถูกต้องตามระเบียบเสร็จสิ้นไปโดยบริบูรณ์นั่นเอง การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นกรรมเดียวกัน เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้ขั้นตอนที่จะต้องกระทำ จำเลยต้องประทับตราอนุญาตชักลากไม้ก่อนแล้วจึงทำบัญชี ก็หาทำให้การกระทำของจำเลยเป็นสองกรรมต่างกันไม่
ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 5 ปี โจทก์มิได้อุทธรณ์ให้ลงโทษหนักขึ้น เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวจะลงโทษจำคุกจำเลยเกินกว่า 5 ปีมิได้ เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 160,162 แต่ละกรรมเป็นความผิดตามมาตรา 157 ด้วย ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักทั้งสองกระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี ข้อหาทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการใช้รอยตราโดยมิชอบและการทำเอกสารเท็จเป็นความผิดกรรมเดียวกัน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 160, 162 และ 157 ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 10 ปี ดังนี้ถือไม่ได้ว่า โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี เป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย เพราะเป็นการเพิ่มจากจำคุกกระทงละ 5 ปี เป็นกระทงเดียว 10 ปี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

