ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

จำเลยต้องคำพิพากษาฐานปล้นทรัพย์มาแล้วมีกำหนด ๒๐ ปี มาในคดีนี้จำเลยต้องหาฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ศาลวางโทษจำเลยตาม ม.๒๕๐,๖๐ มีกำหนดโทษภายหลังเมื่อลดแล้ว ๘ ปี

ศาลชั้นต้นให้นับโทษตามคำพิพากษานี้รวมไปกับโทษเดิม

ศาลอุทธรณ์แก้ให้นับโทษต่อจากคดีเรื่องก่อน

จำเลยฎีกาคัดค้านว่าตามกฎหมายอาญา ม.๓๕,๓๖,และ ๓๒,๓๓ ศาลจะนับโทษต่อจากโทษเดิมซึ่งจำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุก ๒๐ ปี แล้วไม่ได้

ศาลฎีกาตัดสินว่ามาตรา ๓๕,๓๖ จะนำมาใช้บังคับในคดีนี้ไม่ได้ เพราะมาตราทั้ง ๒ นั้นเป็นเรื่องเพิ่มโทษ ส่วนมาตรา ๓๒ , ๓๓ เป็นเรื่องการนับกำหนดโทษ ผู้ต้องคำพิพากษาให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยต้องคุมขังสำหรับคดีเรื่องนั้น ๆ แต่จำเลยในคดีนี้ต้องถูกคุมขังอยู่สำหรับคดีเรื่องปล้นจึงจะขอให้นับโทษในคดีนี้รวมไปกับคดีก่อนมิได้ และทั้งจำเลยก็มิได้แสดงเหตุผลว่า ทำไม่จึงควรนับรวมไปกับโทษในคดีก่อนตามที่บัญญัติไว้ใน ม.๓๒ ตอนท้ายด้วย อนึ่งไม่มีบทมาตราใดในกฏหมายอาญาที่บัญญัติมิให้ลงโทษจำเลยในคำพิพากษาในคดีต่าง ๆ หลายคดีรวมกันเกิน ๒๐ ปี ส่วน ม.๗๑ ก็เป็นเรื่องความผิดหลายกะทงในคำพิพากษาเดียวกันไม่ตรงกับเรื่องนี้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฎีกาจำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th