ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยนำไม้สัก ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม เคลื่อนที่ล่วงด่านป่าไม้โดยไม่มีใบเบิกทาง และจำเลยมีไม้ดังกล่าวไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษ
จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ใช่ไม้หวงห้าม
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยผิดฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานนำไม้หวงห้ามเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 เถียงว่า การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครอง ย่อมหมายถึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม้นั้น เป็นข้อเถียงที่ฟังไม่ได้ เพราะคำว่ามีไว้ในครอบครอง ย่อมมีความหมายชัดอยู่ว่าไม่ได้มุ่งหมายเฉพาะการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ได้
ส่วนปัญหาการนำไม้เคลื่อนที่ล่วงด้านป่าไม้ต้องมีใบเบิกทางนั้นเมื่อได้พิจารณา พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 แล้ว จะเห็นได้ว่ากฎหมายมุ่งหมายเฉพาะถึงการนำไม้ที่ทำออกตามใบอนุญาตของเจ้าพนักงานประการหนึ่ง กับนำไม้ที่ทำออกโดยไม่ได้รับอนุญาตไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้ว อีกประการหนึ่ง แต่ไม้ของกลางรายนี้จำเลยมีไว้โดยผิดกฎหมายป่าไม้อันเป็นผิดอยู่แล้ว กฎหมายจะบังคับให้จำเลยผู้ที่กระทำผิดต้องไปขอใบเบิกทางกำกับไม้นั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ตามนัยฎีกาที่ 38/2493 จำเลยจึงยังไม่ผิดฐานนี้
จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยไม่ผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่ล่วงด่านโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับ นอกจากนี้คงยืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









