ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


เรื่องเดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายสำเภาจำเลยใช้เงิน 340,260.73 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยหาประกันให้เป็นที่พอใจศาลชั้นต้นแล้วก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีได้ นางพุดซ้อน ได้มาเป็นผู้ค้ำประกันโดยทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลมีความสำคัญว่า "ถ้าคดีนี้จำเลยแพ้โจทก์ในชั้นศาลอุทธรณ์และจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ผู้ค้ำประกันยินยอมชำระให้โจทก์แทนจำเลยจนครบ ฯลฯ"
ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาคงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ชั้นบังคับคดีนางพุดซ้อนผู้ค้ำประกันคัดค้านว่าได้ค้ำประกันเฉพาะในชั้นอุทธรณ์เท่านั้น
ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
นางพุดซ้อนผู้ค้ำประกันฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามสัญญาค้ำประกันระบุว่าถ้าจำเลยแพ้โจทก์ชั้นศาลอุทธรณ์ และจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ผู้ค้ำประกันจะชำระแทนจนครบ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดียืนตามศาลชั้นต้นและศาลฎีกาก็คงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันแต่ไม่เกินกว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา การที่โจทก์ยังไม่ได้ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว ซึ่งเป็นเวลาระหว่างฎีกานั้นยังฟังไม่ได้ว่าเจ้าหนี้คือโจทก์ยอมผ่อนเวลาให้แก่จำเลย ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน ค่าทนายชั้นศาลฎีกาเดิมผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดด้วย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


