ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ได้ความว่าจำเลยจำนองที่ดินโฉนดที่ ๕๑๘ ไว้แก่โจทก์ ภายหลังโจทก์ยอมให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินรายจำนองให้แก่บุตร์ ๖ คนตามส่วน โดยจำเลยยอมให้บุตร์ทั้ง ๖ คนนั้นทำสัญญาจำนองที่ดินที่แบ่งตามส่วนของตนอีกขั้นหนึ่ง ครั้นเจ้าพนักงานรังวัดแบ่งแยกที่ดินและขีดเส้นแผนที่หลังโฉนดแล้ว เว้นแต่ยังไม่ได้เซ็นชื่อประทับตราเจ้าพนักงาน บุตร์จำเลยกลับไม่ยอม จำนองที่ดินตามที่ได้ตกลงกัน โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำนอง

จำเลยค้านความ ๓ ข้อ คือ (๑) การแบ่งแยกที่ดินนั้นเป็นการขาดตอนไปจากการจำนองแล้ว (๒) หนี้สินรายจำนองนี้โจทก์จำเลยได้ตกลงแปลงหนี้เป็นสัญญากู้เงินกันแล้ว และขอสืบพะยานในเรื่องแปลงหนี้ (๓) โจทก์ฟ้องคดีเรื่องนี้ครั้งหนึ่งแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้อีกได้

ศาลฎีกาตัดสินว่าตามค้านข้อ ๑ นั้นเห็นว่าสัญญาจำนองคงมีอยู๋เพราะการแบ่งแยกที่ดินให้แก่บุตร์จำเลยนั้นยังทำไม่สำเร็จตาม พ.ร.บ. ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.๑๒๗ ม. ๓๐ ในข้อ ๒ ที่ว่าแปลงหนี้ใหม่จำเลยก็ไม่มีเอกสารมาแสดงว่าเป็นการแปลงหนี้อันเป็นหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลล่างสั่งให้งดสืบพะยานในข้อนี้ชอบแล้ว ส่วนในข้อ ๓ เห็นว่าที่โจทก์ฟ้องในครั้งก่อนหมายเลขแดงที่ ๘๔/๒๔๗๔ นั้นศาลยกฟ้องโดยเหตุที่โจทก์ไม่จดหมายบอกการบังคับจำนองให้จำเลยทราบ เมื่อโจทก์ได้บอกให้จำเลยทราบแล้วก็ฟ้องบังคับจำเลยอีกได้หาเป็นการฟ้องซ้ำคดีไม่ จึงให้ยกฎีกาจำเลยเสีย บังคับให้จำเลยไถ่ถอนการจำนอง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th