ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าห้องแถวเลขที่ 528 ซึ่งปรากฏอยู่ในที่ดินของราชพัสดุ ในเขตเทศบาลเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และขับไล่จำเลยออกไป กับให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง 2 เดือนรวม 40 บาท กับค่าเช่าเดือนละ 20 บาท จนกว่าจะออก
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับโดยชี้ขาดว่าห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 20 บาทแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไป
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาปรึกษาว่าการยก (ห้องพิพาท) ให้นี้ ปรากฏว่ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่โจทก์ได้ถือสิทธิเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยครอบครองโดยอาศัยอำนาจโจทก์ ห้องพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1368, 1382 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เมื่อห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ซึ่งจำเลยเป็นผู้เช่าทำการค้าและห้องพิพาทอยู่ในตลาดทำเลการค้า การเช่าไม่ได้ทำหนังสือต่อกัน จำเลยรับว่าโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากห้องพิพาทแล้ว จำเลยจึงหามีสิทธิจะอยู่ต่อไปไม่ ส่วนค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ก็เป็นจำนวนเท่ากับอัตราค่าเช่านั่นเองเมื่อจำเลยนำเงินมาวางศาลไว้แล้วเท่าใด ก็ไม่ต้องใช้อีกเท่านั้น
จึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

