ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ความว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่สวนโฉนดที่ 524 แต่ผู้เดียว โจทก์บรรลุนิติภาวะแล้ว ระหว่างโจทก์อุปสมบท จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่สวนรายนี้จากมารดาโจทก์ โดยโจทก์มิได้แต่งตั้งให้มารดาโจทก์เป็นตัวแทน เมื่อโจทก์ลาอุปสมบทแล้ว จึงฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การว่าได้ทำสัญญาเช่ากับบิดามารดาโจทก์โดยสุจริต บิดามารดาโจทก์ทำสัญญาแทนได้ในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม และเป็นไวยยาวัจกรของบุตรผู้เป็นภิกษุ จำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1 ทางการเรียกเข้าประจำการทหาร ในฐานะบิดาก็จัดการเช่าแทนบุตร ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกัน ให้ขับไล่จำเลย
จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าจากมารดาโจทก์ในขณะโจทก์อุปสมบทเป็นภิกษุ โจทก์ไม่อาจติดต่อทำสัญญาโดยตรงได้มารดาโจทก์จึงเป็นตัวแทนของโจทก์โดยสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 นั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่รับกันไม่ได้ความว่า ได้มีการแต่งตั้งตัวแทนตามกฎหมายที่จำเลยอ้าง จะเป็นโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยาย ก็ไม่ได้ความเลย
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

