ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าที่ดินรายพิพาทเป็นมฤดกตกได้แก่พวกโจทก์และจำเลยที่ ๑ โฉนดมีชื่อพระยาจุฬา(สิน) เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ จำเลยที่ ๑ ได้ไปโอนโฉนดลงชื่อจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวโดยโจทก์ไม่ทราบ ครั้นแล้วจำเลยที่ ๑ จึงจำนองที่ดินรายนี้ไว้กับจำเลยที่ ๒ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิของโจทก์และเพิกถอนทำลายนิติกรรมจำนอง

ศาลขั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าการที่จำเลยที่ ๑ รับโอนมฤดกใส่ชื่อตนแต่ผู้เดียวโดยโจทก์มิได้ยินยอมด้วย การโอนเป็นโมฆะ การจำนองจึงไม่ผูกพันส่วนของโจทก์ คงผูกพันส่วนของจำเลยที่ ๑ เท่านั้น

ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ว่า โจทก์คงมีสิทธิเป็นเจ้าของในที่ดินรายพิพาทนี้อยู่ แต่จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุคคลที่ ๓ ได้รับจำนองที่ดินรายนี้ไว้โดยสุจริต ฉะนั้นตามประมวลแพ่ง ฯ ม. ๑๒๙๙, ๑๓๐๐ เมื่อโจทก์ไม่ไปโอนทะเบียนใส่ชื่อตนในโฉนดคงถือสิทธิครอบครองอยู่ จึงทำให้บุคคลที่ ๓ เข้าใจผิด แม้การกระทำของจำเลยที่ ๑ จะเป็นโมฆะ หรือโมฆียะก็ตาม ก็มีผลฉะเพาะโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เท่านั้นจะยกเหตุเหล่านั้นมาใช้ยันแก่จำเลยที่ ๒ ผู้ทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนแล้วมิได้ตามนัยฎีกาที่ ๑๐๗๖/๒๔๗๙ จึงพิพากษาแก้ว่านิติกรรมจำนองของจำเลยที่ ๒ ยังดีอยู่ ทำลายไม่ได้ ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อนี้เสีย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th