ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยผู้เช่าที่ดินส่งมอบที่ดินโฉนดที่ 1245 ให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่า และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลย ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินที่เช่านั้นออกไป โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้บริวารของจำเลยออกจากห้องเช่า พวกผู้ร้องมาร้องต่อศาลว่าไม่ใช่บริวารจำเลย ได้เป็นผู้เช่าห้องรายนี้อยู่เรื่อยมาตั้งแต่เป็นของโจทก์
ศาลชั้นต้นสั่งให้ขับไล่ผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์
โจทก์ฎีกา
คดีนี้ได้ความว่า เมื่อ 15 ปีมาแล้วโจทก์ปลูกสร้างห้องแถวพิพาทขึ้นให้เช่า พวกผู้ร้องได้เช่าอยู่อาศัยเป็นรายห้องจากโจทก์มาแต่เริ่มแรก ครั้นราว พ.ศ. 2486โจทก์ขายห้องแถวให้นางเผชิญ ต่อมาสักเดือนหนึ่งนางเผชิญโอนขายให้จำเลย ๆ ได้เก็บค่าเช่าสืบต่อมาโดยเช่าที่ดินโจทก์ต่อไป การที่จำเลยเก็บค่าเช่าจากพวกลูกห้องตลอดมานี้ โจทก์ทราบดีเพราะอยู่ใกล้ผ่านไปมาเสมอ
ศาลฎีกาเห็นว่า การเช่านี้ได้เช่าเพื่ออยู่อาศัยจึงเป็นเคหะแม้ว่าเวลานี้ห้องแถวยังเป็นของโจทก์อยู่ดังเดิม โจทก์ก็ขับไล่ไม่ได้ ผู้เช่าได้รับความคุ้มครอง เพราะฉะนั้นการที่โจทก์โอนขายห้องแถวเดิมของตน ไปให้คนอื่นเก็บค่าเช่าดุจเดิมสืบต่อมาเท่านั้นผู้เช่าก็ชอบที่จะได้รับความคุ้มครองดุจเดิม
ฯลฯ จึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

