ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์เนื้อที่ประมาณ ๑๘ ไร่ จำเลยทั้งสองร่วมกันเช่าทำไร่อ้อยประมาณ ๑๐ ไร่ มานานหลายปี จำเลยขอผัดชำระค่าเช่าแล้วผิดนัด และอ้างว่าที่ดินส่วนที่จำเลยเช่ากับส่วนที่ผู้อื่นเช่าจากโจทก์เป็นของจำเลยที่ ๑ ขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้อง ให้ชำระค่าเช่า ดอกเบี้ย และค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า ที่พิพาทจำเลยที่ ๑ ได้หักร้างทำเป็นนา ครอบครองเป็นเจ้าของมากว่า ๒๐ ปี จำเลยที่ ๑ได้แจ้งการครอบครองและปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ยื่นคำของรับรองการทำประโยชน์ แต่ได้ครอบครองเรื่อยมา จำเลยทั้งสองเช่าที่ดินอื่นของโจทก์คนละแปลง โจทก์ให้ลงชื่อในแบบฟอร์มหนังสือสัญญาเช่าไม่ได้กรอกข้อความไว้คนละฉบับ ทำนาที่เช่าไม่ได้ผล โจทก์ไม่เก็บค่าเช่า จำเลยทั้งสองเลิกเช่าคืนที่ดินให้โจทก์แล้วแต่โจทก์ไม่คืนหนังสือสัญญาเช่าให้

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาท ให้ร่วมกันชำระค่าเช่าดอกเบี้ย และค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือสัญญาเช่าที่พิพาทบางส่วนของโจทก์เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๑๒ เนื้อที่ ๑๐ ไร่ ค่าเช่าไร่ละ ๑๐๐ บาทต่อปี สิ้นอายุการเช่าวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๔ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๑๒ หลังทำสัญญาเช่าเพียง ๑ เดือน ๔ วัน แล้วจำเลยที่ ๑ ไปแจ้งการครอบครองว่าที่พิพาทเป็นของตน วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำของรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาท แล้ววินิจฉัยว่า การยื่นคำขอต่อนายอำเภอเพียงเท่านี้แม้โจทก์ทราบและคัดค้านไว้แล้วก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้บอกกล่าวไปยังโจทก์แล้วว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เจตนาจะยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ในฐานะผู้เช่าต่อไป จำเลยที่ ๑ หาได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ ไม่ เมื่อโจทก์ได้ให้นายชุบ ศรีทา ลูกค้าไปคัดค้านว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์แล้ว จำเลยที่ ๑ มิได้โต้แย้งคำคัดค้านของโจทก์หรือได้กระทำอย่างใดในทางที่เป็นปรปักษ์ต่อโจทก์ เห็นได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ยอมรับว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์จริงตามคำคัดค้าน แม้จำเลยทั้งสองจะยังคงครอบครองที่พิพาทเรื่อยมาก็ถือว่า จำเลยได้ครอบครองแทนโจทก์ตามสัญญาเช่า ซึ่งยังไม่สิ้นอายุการเช่านั้นเอง ยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ถูกจำเลยแย่งการครอบครองอันจะต้องฟ้องเพื่อเอาคืนภายใน ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th