ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ป.ทำสัญญากันเองขายฝากเรือน ๓ ชั้นไว้แก่โจทก์เป็นเงิน ๒๑๒๐ บาท มีกำหนดไถ่ภายใน ๒ ปี ถ้าไม่ไถ่ยอมให้เรือนหลุดเป็นสิทธิ พ.ศ. ๒๔๖๙ ป.ยอมมอบเรือนรายนี้ให้เป็นสิทธิแก่โจทก์ แล ป. ก็คงอยู่ในที่แลเรือนรายนี้ต่อมา ครั้น พ.ศ. ๒๔๗๐ ป.กลับไปทำสัญญาต่อหอทะเบียนขายที่แลเรือนรายนี้ให้จำเลยเป็นเงิน ๙๕๐๐ โดยจำเลยมิได้รู้ว่า ป.ขายฝากโจทก์ไว้ ภายหลังโจทก์จะไปทำ จำเลยบอกเรื่องให้ทราบจำเลยจึงบอกให้โจทก์ขายที่แลเรือนนี้ ถ้าขายได้เท่าไรมาแบ่งกัน โดยคิดเป็นค่าที่ของจำเลย ๑๑๐๐๐ บาท เป็นค่าเ่รือนจำเลยไม่ยอมแบ่งให้ โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินค่าเรือนจากจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการขายฝากนี้ทำก่อนประมวลแพ่ง กรรมสิทธิยังอยู่กับ ป. แล ตาม ม. ๑๐๐ - ๔๙๑ เรือน ๓ ชั้นที่ปลูกอยู่กับที่ดินนี้ต้องนับว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้นการที่ ป.ยอมให้เรือนหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ตามสัญญาขายฝากเมื่อขณะใช้ประมวลแพ่งแล้วโดยมิได้ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายดังนี้ เรือนจึงไม่เป็นสิทธิแก่โจทก์ ตาม ม. ๕๒๕ เมื่อเรือนนี้ปลูกในที่ดินจำเลยได้ซื้อทั้งเรือนแลที่ ๆ จึงเป็นสิทธิแก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย ข้อที่จำเลยว่าให้ โจทก์ไปจัดการขายที่แลเรือนได้ จำเลยจะแบ่งเงินให้โจทก์นั้น ถ้าโจทก์ถือว่าเป็นสัญญายอมความก์มิได้ทำเป็นหนังสือ ตาม ม. ๘๕๐ - ๘๕๑ จึงไม่ผูกพันธ์จะฟ้องจำเลยไม่ได้

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th