ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าเดิมนายแดงบิดาโจทก์เป็นเจ้าของที่วิวาทเนื้อที่ 15 ไร่เศษ เป็นที่ดินส่วนทางทิศใต้ในโฉนดที่ 331 ตำบลบางตลาดจังหวัดนนทบุรี เมื่อ พ.ศ. 2464 นายจ้อยซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินตามโฉนดดังกล่าวฟ้องขับไล่นายแดง ศาลพิพากษาให้นายแดงได้อำนาจปกครองโดยปรปักษ์ ปรากฏตามสำนวนคดีแดงที่ 121/2465 ของศาลจังหวัดนนทบุรี นายแดงครอบครองตลอดมาจนกระทั่งนายแดงตายเมื่อประมาณ 9 ปีมานี้โจทก์ได้รับมรดกที่วิวาทและครอบครองสืบต่อจากนายแดงจนถึงวันฟ้อง โฉนดที่ดินดังกล่าวได้ถูกโอนมายังนางพลอยจำเลยที่ 1 เมื่อพ.ศ. 2484 โดยจำเลยที่ 1 ทราบดีว่าที่วิวาทเป็นของนายแดง ครั้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2496 โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 แบ่งแยกโฉนดที่ดินตามส่วนที่วิวาทให้โจทก์ จำเลยที่ 1 เพิกเฉยเสียแล้วกลับโอนขายที่ดินโฉนดที่ 331 ให้กับนายสนองจำเลยที่ 2 โดยไม่สุจริต ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน 15 ไร่ในโฉนดเลขที่ 331 โดยทางครอบครอง และให้เพิกถอนการโอนขายระหว่างจำเลยเฉพาะส่วนที่วิวาท บังคับให้จำเลยที่ 2 แบ่งแยกที่เฉพาะส่วนนี้ให้โจทก์ด้วย

จำเลยให้การว่าที่ดินโฉนดที่ 331 เดิมเป็นของนางพลอย (ไม่ใช่นางพลอยจำเลยที่ 1) นางพลอยโอนขายให้แก่นางเป้านายมาน เมื่อ พ.ศ. 2473 และในปีนั้นนางเป้านายมานได้จำนองที่ดินรายนี้ไว้กับจำเลยที่ 1 ครั้นวันที่ 14 เมษายน 2484 นางเป้านายมานได้โอนให้หลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองที่รายนี้ตลอดมา พ.ศ. 2496 จำเลยที่ 1 ได้โอนขายให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยไม่ทราบว่านายแดงหรือโจทก์ได้ครอบครองที่วิวาทและจำเลยให้การตัดฟ้องว่า ฟ้องเคลือบคลุม โดยไม่แสดงเขตที่วิวาทว่ากว้างยาวเท่าใด ติดต่อกับใครและฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว

ศาลจังหวัดนนทบุรีพิจารณาแล้วเชื่อว่าพยานโจทก์ที่นำสืบสมฟ้องไม่เชื่อพยานจำเลย พิพากษาว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ 331 ทางทิศใต้ภายในเส้นสีแดงตามแผนที่วิวาทในคดีแพ่งแดงที่ 121/2465 เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ให้เพิกถอนการโอนเฉพาะส่วนที่ดิน 15 ไร่ดังกล่าวแล้วระหว่างจำเลยทั้งสอง และให้นายสนองจำเลยที่ 2 ทำการแบ่งแยกที่ดิน 15 ไร่นั้นให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกาทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ในข้อกฎหมายจำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ไว้โดยชัดเจนพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว เพราะได้แสดงถึงที่วิวาทว่าอยู่ตอนใต้ของที่ดินโฉนดที่ 331 และจำเลยก็ให้การต่อสู้คดีมิได้หลงผิดแต่ประการใด ทั้งในการชี้สองสถานจำเลยยังรับรองแผนที่วิวาทในคดีแพ่งแดงที่ 121/2465 ของศาลจังหวัดนนทบุรีว่าเป็นที่วิวาทในคดีนี้ จึงฟังไม่ได้ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม

ศาลฎีกาพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th