ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

เดิมจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนลูกจ้างจำเลยที่ ๒-๓ ถูกตำรวจนครบาลฟ้องหาว่าทำปืนลั่นถูกบุตร์โจทก์ตายโดยประมาท แต่ศาลฟังว่าจำเลยที่ ๑ มิได้มีความประมาท จึงให้ยกข้อหาของตำรวจนครบาลเสียโจทก์กลับมาฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากจำเลยและคู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามสำนวนคดีอาชญานั้นเพื่อชี้ขาดว่าจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่

ศาลแพ่งเห็นว่าการวินิจฉัยคดีทางแพ่งไม่ต้องถือเอาคำพิพากษาในคดีอาชญาที่ว่าจำเลยจะมีความผิดหรือไม่เปนข้อวินิจฉัย และฟังว่าจำเลยที่ ๑ มีความประมาทอย่างร้ายแรง และจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ตามประมวลแพ่ง ม.๔๒๕ - ๔๓๗ ส่วนจำเลยที่ ๓ ซึ่งเปนภรรยาจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดร่วมกับสามี ตัดสินให้จำเลยที่ ๑-๒ เสียสินไหมทดแทนให้โจทก์เปนเงิน ๔๐๐ บาท

ฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์กลับศาลเดิมว่าตามกฎหมายอาชญา ม.๙๐ การวินิจฉัยคดีแพ่ง ต้องถือเอาความเท็จจริงในคำพิพากษาส่วนอาชญาเปนหลักและการที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีความประมาทนั้นเปนข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาในคดีส่วนแพ่งจะวินิจฉัยจากคำพะยานว่าจำเลยมีความประมาทอีกนั้นไม่ได้ส่วนประมวลแพ่ง ม.๔๒๔ ก็บัญญัติขึ้นในลักษณอันเดียวกับกฎหมายอาชญา ม.๙๑ วรรคต้น ฉะนั้นเมื่อศาลฟังว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ประมาทเลินเล่อแล้ว จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จึงให้ยกฟ้องเสีย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th