ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องในวันเดียวกันนี้ นายประกันยื่นคำร้องว่า ได้ประกันตัวจำเลยไปในระหว่างสอบสวนขอฝากขังจำเลยไม่มาศาล ขอเลื่อนการส่งตัว ศาลสั่งให้ส่งตัวจำเลยใน 10 วัน ครั้นถึงกำหนดนายประกันยื่นคำร้องขอผัดส่งตัวจำเลย 15 วัน ศาลสั่งอนุญาตเป็นครั้งสุดท้ายครั้นถึงกำหนด นายประกันยื่นคำร้องอีกว่า จำเลยกับญาตได้นำเงินไปชำระแก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ และในวันนี้ผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าไม่อาจรับรองได้ว่าจะใช่ผู้เสียหายในคดีนี้หรือไม่ ขอให้นัดพร้อมเพื่อสอบถามพนักงานสอบสวนก่อน ในวันนัดพร้อมนายประกันแถลงว่าไม่สามารถนำตัวจำเลยมาส่งศาลได้ ส่วนผู้เสียหายไม่มาศาล ศาลเห็นว่า จำเลยหลบหนีออกหมายจับจำเลยและปรับนายประกัน
นายประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
นายประกันฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า นายประกันผิดสัญญาประกันแล้ว ส่วนคำร้องของผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์นั้น ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นความจริงตามคำร้องและศาลยังไม่ได้สั่งคำร้อง จึงต้องถือว่ายังไม่มีการขอถอนคำร้องทุกข์ที่มีผลตามกฎหมาย การที่ศาลจะสั่งคำร้องของผู้เสียหายหรือไม่นั้นเป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้เสียหายไม่ทำให้นายประกันพ้นความรับผิด นายประกันมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลและสัญญาประกัน เมื่อคำร้องของนายคร่ำยังฟังไม่ได้ว่าเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ โจทก์ยังมีอำนาจดำเนินคดีต่อไป คดีของโจทก์ไม่ระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ส่วนมาตรา 18 ที่นายประกันอ้างเป็นเรื่องการคืนหลักประกัน ไม่ใช่เรื่องคดีอาญาระงับ เมื่อศาลสั่งให้นายประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล นายประกันไม่สามารถส่งตัวได้ตามกำหนด ต้องถือว่านายประกันผิดสัญญาประกันศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


