ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2524 เวลากลางวันได้มีคนร้ายลักทรัพย์หลายรายการรวมเป็นเงิน 33,320 บาท ของนางไฮฮั้วไปโดยคนร้ายได้บุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่ของนางไฮฮั้วแล้วลักเอาทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งเก็บไว้ในลิ้นชักตู้กระจกมีกุญแจใส่ไว้สำหรับคุ้มครองทรัพย์ภายในบ้าน เจ้าพนักงานจับจำเลยได้และยึดสร้อยข้อมือแบบสามกษัตริย์ 1 เส้น อันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปอยู่ในความครอบครองของจำเลยทั้งนี้ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวข้างต้น จำเลยลักทรัพย์ของนางไฮฮั้วไปหรือมิฉะนั้นจำเลยรับเอาสายสร้อยข้อมือแบบสามกษัตริย์ 1 เส้นไว้จากคนร้ายโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357 กับขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์ด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 จำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคงฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8) หรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าในวันเกิดเหตุจำเลยเข้าไปเดินสายไฟในบ้านที่ผู้เสียหายเช่าอยู่ เป็นทำนองว่าผู้เสียหายยินยอมให้จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายโดยปริยาย อย่างไรก็ดีปรากฏข้อเท็จจริงว่าสายสร้อยข้อมือของกลางที่จำเลยเอาไปนั้นวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของผู้เสียหาย แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายด้วยหรือไม่ ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจึงไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงไปเสียทีเดียว และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายด้วยการที่จำเลยลักเอาสร้อยข้อมือของกลางที่วางอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนไป จำเลยย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดา มิใช่ลักทรัพย์ในเคหสถาน และศาลย่อมมีอำนาจที่จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดาได้

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th