ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ชพ.01377 ไว้เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2530 มีระยะเวลาคุ้มครองหนึ่งปี จำเลยที่ 1เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน ชบ.27712 และเป็นนายจ้างนายคำแสนจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนชบ.27712 เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2520 ขณะที่นายจำรัส เจริญสุข ขับรถคันหมายเลขทะเบียน ชพ.01377 จากจังหวัดชุมพรมาตามถนนเพชรเกษมไปกรุงเทพมหานครถึงหลักกิโลเมตรที่ 306 - 307 เกิดชนกับรถคันหมายเลขทะเบียน ชบ.27712 ของจำเลยที่ 1 และโดยความประมาทเลินเล่อของนายคำแสนคนขับรถของจำเลยที่ 1ฝ่ายเดียว ทำให้รถที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหายมาก โจทก์ได้จัดการซ่อมเสียค่าซ่อมไป 104,100 บาท จึงรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันมาฟ้องคดีนี้ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ

จำเลยที่ 1 ให้การว่ามีภูมิลำเนาที่จังหวัดนนทบุรี เขตอำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีนอกเขตอำนาจศาลแพ่ง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่ง จำเลยที่ 1มิได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ชบ.27712 ไม่ได้เป็นนายจ้างนายคำแสน ขณะเกิดเหตุรถยนต์คันนี้ไม่ได้มีสัญญาประกันภัยเป็นหนังสือไว้กับจำเลยที่ 2 เหตุเกิดขึ้นเพราะนายจำรัสขับรถคันหมายเลขทะเบียน ชพ.01377 ด้วยความประมาท โจทก์ไม่ได้จ่ายเงินค่าซ่อมรถตามฟ้องจึงไม่มีอำนาจรับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ให้การว่าโจทก์ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนชพ.01377 และไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 104,100 บาทแก่ผู้เอาประกันภัยจึงไม่ได้รับช่วงสิทธิ ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 2 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ชบ.27712 เหตุที่รถชนกันเพราะความประมาทของคนขับรถคันหมายเลขทะเบียน ชพ.01377 คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 79,500 บาทพร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ฎีกาในข้อกฎหมายว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ศาลแพ่งและศาลแพ่งไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ เพราะจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนนทบุรี และจะถือว่าศาลแพ่งใช้ดุลพินิจรับคดีไว้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14(3) ไม่ได้ เพราะในประเด็นเรื่องนี้ศาลแพ่งมิได้วินิจฉัยไว้การฟ้องคดีจึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 4(2)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่งอ้างว่าเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงเป็นกรณีที่มูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกกันได้ โจทก์จึงเสนอคำฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 5 วรรคสอง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th