ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจตัดไม้เต็งรังอันเป็นไม้ประเภทหวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษ

จำเลยให้การว่าตัดไม้นั้นในที่นาของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง

โจทก์สืบพะยาน ๑ ปากได้ความว่าที่รายนี้เป็นที่ป่า โจทก์จะขอสืบพะยานต่อไปก็เช่นเดียวกับศาลชั้นต้นจึงให้งดเสีย แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าตัดไม้จากป่าโจทก์จะสืบว่าตัดไม้ประเภทหวงห้ามในป่าเป็นการนำสืบต่างจากฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้องตามประมวลวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๑๙๒ วรรค ๒

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถูกต้องแล้ว เพราะคำว่า "ในป่า" ซึ่งโจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องเป็นองค์สาระสำคัญแห่งความผิด หากว่าการตัดไม้หวงห้ามไม่ได้เกิดขึ้นในป่าก็ไม่มีความผิด โจทก์ไม่อ้างในฟ้องว่าจำเลยตัดไม้ในป่านั้นไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ ข้อ ๕ ซึ่งบัญญัติว่าต้องมีการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้ทำผิด จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th