ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยทั้งหมดมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าโจทก์กระทำผิดพระวินัยจึงได้ควบคุมโจทก์ไว้ก่อนเพื่อป้องกันเหตุร้ายอันอาจเกิดขึ้นได้ เพราะโจทก์ได้กระทำการอันขัดต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชนต่อมาจำเลยทั้งหมดได้นำโจทก์ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองศรีสะเกษเพื่อดำเนินการต่อไป การกระทำของจำเลยทั้งหมดไม่เป็นความผิดตามฟ้อง เห็นว่าโจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้วซึ่งฎีกาของโจทก์ที่ว่าจำเลยทั้งหมดทำการจับกุมและควบคุมโจทก์โดยกลั่นแกล้งโจทก์ ทั้ง ๆ ที่โจทก์มิได้กระทำผิดพระวินัยอย่างใดนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
สำหรับฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยทั้งหมดทำการจับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4 กับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2485 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ได้ยกเลิกพระราชบัญญัติอธิกรณประถมปาราชิก พ.ศ. 2463 แล้ว จำเลยไม่มีอำนาจทำการจับกุมโจทก์นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาไม่อาจเอาผิดแก่จำเลยทั้งหมดได้แล้ว ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 245 ที่แก้ไขแล้ว และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา


