ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า ได้มอบที่นามรดกส่วนของโจทก์ให้จำเลยครอบครองแทนจำเลยนำเจ้าพนักงานไปรังวัดเพื่อออก น.ส.3 เป็นของจำเลย ขอให้บังคับจำเลยคืนที่นาพิพาทแก่โจทก์
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้รับมรดกที่นาพิพาทมา โจทก์ไม่ได้รับส่วนแบ่ง จำเลยได้ครอบครองที่นาพิพาทในฐานะเป็นเจ้าของ ไม่เคยครอบครองแทนโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนที่นาพิพาทแก่โจทก์ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่นาพิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยไปยื่นคำร้องต่ออำเภอขอรับ น.ส.3 สำหรับที่นาพิพาท โจทก์ไปร้องคัดค้านนายอำเภอแนะนำให้โจทก์มาหากำนันช่วยไกล่เกลี่ย กำนันเรียกจำเลยมาเจรจาให้คืนนาแก่โจทก์ จำเลยรับว่านาพิพาทเป็นของโจทก์จริง จำเลยจะขอซื้อโจทก์ตกลง กำนันได้บันทึกให้โจทก์จำเลยลงชื่อไว้มีใจความว่า ที่นามรดกเฉพาะส่วนของโจทก์ได้ยกมอบให้จำเลยเข้าครอบครองทำกิน โดยจำเลยจะนำเงินชดใช้ให้ค่าที่ดินฐานพี่น้องกันเป็นราคา 3,000 บาท โดยจะชำระให้เป็นปี ๆ ละ1,000 บาท ถ้าหากมีกรณีขัดข้อง ทั้งสองฝ่ายจะเจราจากันเอง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อตกลงของโจทก์ที่ยกนาให้จำเลยครอบครองและยอมรับเงิน 3,000 บาทจากจำเลย จึงเป็นการสละสิทธิครอบครองที่นาพิพาทให้แก่จำเลย สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 เมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของมีสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าเสียแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้แต่แรก ศาลอุทธรณ์ก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

