ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันลักสร้อยคอทองคำกับล๊อกเก๊ตราคา 320 บาท ของนางสาวชูชื่น โดยจำเลยที่ 1 ใช้กิริยาฉกฉวยเอาสร้อยซึ่งสรวมอยู่ที่คอพาหนีไปต่อหน้า แล้วกระโดดขึ้นจักรยานสามล้อ ซึ่งจำเลยที่ 2 ขับขี่และเตรียมการคอยที่อยู่แล้ว พาจำเลยที่ 1 หนีไป ฯลฯขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 297, 63 และให้คืนของกลาง
จำเลยที่ 1 รับสารภาพ
จำเลยที่ 2 ปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 297, 63 จำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษจำเลยที่ 1 ตาม มาตรา 58 ทวิ และ59 คงเหลือโทษจำคุก 1 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้สมรู้จึงพิพากษาแก้ให้ลดโทษจำเลยที่ 2 เหลือโทษจำคุก 2 ปี นอกนั้นคงพิพากษายืน
โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่าจะชี้ขาดว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการยังไม่ถนัดจึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

