ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถในทางการที่จ้างโดยประมาท เป็นเหตุให้ชนรถยนต์โจทก์เสียหายทั้งสิ้น 43,745 บาท

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิด และว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

เมื่อสืบพยานโจทก์ไปได้ 1 ปาก จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่า ได้ตกลงประนีประนอมยอมความกับโจทก์แล้ว ตามเอกสารหมาย ล.1 โจทก์แถลงรับว่าได้ทำเอกสารหมาย ล.1 ไว้จริง แต่เอกสารนั้นไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความและจำเลยแถลงรับว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง

ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่า เอกสารหมาย ล.1เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเพียงตามที่ตกลงกันไว้

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เอกสารหมาย ล.1 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่นายนันทวัฒน์ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 ให้มาทำความตกลงกับโจทก์โดยไม่มีหนังสือมอบหมายให้เป็นตัวแทน สัญญาประนีประนอมจึงไม่มีผลใช้บังคับ พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีปัญหาในชั้นนี้แต่เพียงว่า เอกสารหมาย ล.1เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ อันจะมีผลให้โจทก์หมดสิทธิเรียกร้องตามฟ้องคดีนี้หรือไม่ ได้ตรวจดูเอกสารหมาย ล.1 แล้ว ปรากฏข้อความสำคัญว่า "นายนันทวัฒน์ สุนทรหิรัญ ผู้ควบคุมกองจัดงานบุคคลของบริษัทศรีมหาราชา อ้างว่าได้รับมอบหมายจากบริษัทศรีมหาราชา จำกัด ให้มาตกลงเรื่องค่าเสียหายในคดีนี้ โดยนายนันทวัฒน์เสนอความเห็นควรให้ทางบริษัทศรีมหาราชา จำกัดช่วยเหลือค่าซ่อมแซมรถให้แก่นายอุไร 3,000 บาท แต่นายอุไรขอ 7,400 บาท ที่สุดตกลงกันในราคา 5,000 บาท และนายนันทวัฒน์จะได้เสนอทางบริษัทศรีมหาราชาดำเนินการต่อไปจึงให้คู่กรณีทุกฝ่ายลงชื่อไว้" ดังนี้ เห็นว่า นายนันทวัฒน์อ้างว่าได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 ให้มาตกลงเรื่องค่าเสียหายในคดีนี้ นายนันทวัฒน์ก็อาจจะเป็นตัวแทนของบริษัทจำเลยที่ 2 ได้โดยผลของการให้สัตยาบัน แต่ได้ความจากนายอุไรพยานโจทก์ว่า วันที่ 18 กรกฎาคม 2512 นายอุไรได้ไปขอรับค่าเสียหายตามนัด แต่ทางบริษัทจำเลยไม่ยอมจ่ายให้โดยไม่ให้เหตุผลจนหลังเกิดเหตุแล้วประมาณ 10 วัน นายอุไรจึงได้นำรถยนต์ของตนไปเข้าอู่ซ่อม แล้วได้ไปถามทางพนักงานสอบสวน ก็ไม่ปรากฏว่าบริษัทจำเลยได้เอาเงินมาให้ ทั้งเมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากเกิดเหตุแล้วถึง 4 เดือนเศษ จำเลยทั้งสองก็ให้การปฏิเสธความรับผิดชอบโดยตลอดพฤติการณ์แสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ 2 มิได้ให้สัตยาบันแก่การกระทำของนายนันทวัฒน์แต่ประการใดเลย กลับจะมาฉวยโอกาสใช้เอกสารหมาย ล.1 ผูกมัดโจทก์ในตอนนี้หาชอบไม่ แม้ข้อตกลงที่ถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อนายนันทวัฒน์และโจทก์เป็นสำคัญ แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 วรรค 2 บัญญัติว่า กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้น ก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย ฉะนั้น การที่นายนันทวัฒน์ไปอ้างว่าได้รับมอบหมายจากบริษัทจำเลยที่ 2 โดยไม่มีหลักฐานการมอบหมายเป็นหนังสือแต่อย่างใด จึงมิใช่เป็นการกระทำแทนจำเลยที่ 2 และข้อตกลงในเรื่องค่าเสียหายดังกล่าว จึงไม่มีผลผูกพันทั้งโจทก์และจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่ จึงชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th