ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกลาสี จำเลยที่ 2 เป็นนายท้ายเรือยนต์ศรีบุญเรืองหรืออนุนาวา 2 จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2495 จำเลยที่ 3 ใช้ให้จำเลยที่ 1, 2 นำเรือไปบรรทุกของไปส่งที่เมืองเวียงจันทร์ จำเลยที่ 2 ใช้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับเรือ จำเลยที่ 1 ขับเรือจนชนเรือโจทก์ จึงขอเรียกค่าเสียหาย

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่าไม่ได้เป็นนายท้ายเรือศรีบุญเรืองจำเลยที่ 3 ให้การว่าได้ให้นายบุญเทียมเช่าเรือไปก่อนเกิดเหตุ 2 เดือนแล้ว จำเลยไม่ได้ใช้ใครไปบรรทุกของ

ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือท้ายเรือศรีบุญเรืองจนเกิดเหตุ เรือโจทก์ซึ่งจอดอยู่เสียหายจำเลยที่ 3 เป็นผู้ครอบครองและควบคุมเรือศรีบุญเรืองจึงต้องรับผิด พิพากษาให้จำเลยที่ 1, 3 ใช้ค่าเสียหายยกฟ้องจำเลยที่ 2

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีจะต้องวินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุเรือยนต์ศรีบุญเรืองอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 3 หรือว่าจำเลยที่ 3 ให้นายบุญเทียมเช่าไป ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาเช่ามีพฤติการณ์และเหตุผลฝ่าฝืนต่อข้อเท็จจริงในท้องสำนวนดังที่ศาลล่างได้ยกขึ้นวินิจฉัยไว้แล้ว จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิด พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th