ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงจะซื้อที่ดินของจำเลย 1 แปลง จำเลยได้ตกลงจะขายให้โจทก์ ได้ทำสัญญากันโจทก์ให้เงินมัดจำแก่จำเลยจำเลยจะจัดการโอนที่ดินให้โจทก์ภายใน 1 เดือน ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาได้กำหนดเบี้ยปรับและริบเงินมัดจำไว้ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาจำเลยเพิกเฉยไม่ยอมทำตามสัญญา จึงขอให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 2,000 บาท กับใช้เบี้ยปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายบิดพริ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุให้จำเลยริบเงินมัดจำ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นภริยานายชิวเอียะ ชนชาติจีน และโจทก์ขึ้นทะเบียนเป็นคนต่างด้าวตามสามีตามพระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มาตรา 56 คนต่างด้าวจะเข้าถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ก็ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาบัญญัติให้ไว้ แม้จะมีสนธิสัญญาเช่นนั้นก็ตาม แต่การได้มาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดทั้งต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ คนต่างด้าวนั้นก็ไม่มีสิทธิจะได้มาซึ่งที่ดิน และแม้จะขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ๆ ก็ไม่มีอำนาจอนุญาตได้ เรื่องนี้โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลยในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทย โจทก์ไม่มีทางจะได้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 ฝ่ายจำเลยจึงไม่ใช่เป็นผู้ผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่ฝ่ายจำเลยควรต้องคืนมัดจำให้โจทก์
พิพากษาแก้ ให้จำเลยคืนมัดจำให้โจทก์ คำขอนอกนั้นให้ยกเสีย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


