ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์จำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยทั้งสองยอมชำระเงินให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยโดยวิธีผ่อนชำระเป็นรายเดือนภายใน 6 เดือน หากจำเลยทั้งสองผิดนัดให้ยึดที่ดินของจำเลยที่ 1 ที่จำนองไว้แก่โจทก์ออกขายทอดตลาด และหากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า สัญญาประนีประนอมยอมความขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และกระทำขึ้นด้วยเจตนาอันไม่สุจริตกับโดยการสมคบกันระหว่างโจทก์ และทนายจำเลยเพื่อฉ้อฉลจำเลยทั้งสองการบังคับคดีที่กระทำตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์และสัญญาประนีประนอมยอมความ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ทนายความของจำเลยทั้งสองทำยอมความตามอำนาจที่ระบุไว้ในใบแต่งทนายความ และจำเลยทั้งสองได้มาศาลในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย และศาลได้เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความชอบด้วยกฏหมายแล้ว จึงพิพากษาตามยอมให้คำพิพากษาย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 147 และมีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องอ้างว่าประนีประนอมยอมความไม่ชอบไม่ได้ ให้ยกคำร้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความโดยอ้างว่า ได้กระทำขึ้นโดยร่วมกันระหว่างโจทก์และทนายจำเลยเพื่อฉ้อฉลจำเลยทั้งสองหรือไม่เห็นว่า ทนายความของจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามอำนาจที่ระบุไว้ในใบแต่งทนายความและในวันทำสัญญาดังกล่าวจำเลยทั้งสองก็มาศาลและทราบเงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาด้วย นอกจากนั้นหลังจากที่จำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วยเหตุดังกล่าว จนพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์จนกระทั่งโจทก์ทำการยึดทรัพย์ที่จำนองของจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยทั้งสองจึงเพิ่งมายื่นคำร้องอ้างว่าสัญญาประนีประนอมยอมความกระทำขึ้นเพื่อเป็นการฉ้อฉลจำเลยทั้งสอง สัญญาประนีประนอมยอมความจึงชอบด้วยกฏหมาย คำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 147 วรรคหนึ่งและผูกพันโจทก์จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและพิพากษายกคำร้องมานั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th