ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อบ้านในข้อที่ว่า เมื่อปลูกบ้านเสร็จพอที่จำเลยจะเข้าอยู่ได้แล้ว จำเลยจะต้องชำระราคาให้แก่โจทก์อีก10,000 บาท แต่จำเลยไม่ชำระและค้างค่าเช่าซื้ออีกเดือนละ 833 บาท ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีแต่โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่ง เป็นการฟ้องคดีผิดเขตอำนาจฟ้องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ปลูกบ้านไม่เสร็จสมบูรณ์ตามแบบแปลนเป็นฝ่ายผิดสัญญา
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 4(2) มีว่าผู้เช่าซื้อบ้านซึ่งผู้ให้เช่าซื้อจะปลูกขึ้นตามแบบแปลนแผนผังและระบุรายละเอียดท้ายสัญญา เมื่อผู้ให้เช่าซื้อปลูกบ้านเสร็จพอที่ผู้เช่าซื้อจะเข้าอยู่ได้ ผู้ให้เช่าซื้อจะได้มอบบ้านให้ผู้เช่าซื้อเข้าครอบครอง โจทก์ส่งมอบบ้านพิพาทให้จำเลยเข้าครอบครอง อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อแล้ว แม้บ้านพิพาทยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี จำเลยพอใจรับมอบบ้านพิพาทจากโจทก์จนบุตรจำเลยเข้าอยู่แล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องใช้เงินตามสัญญาเช่าซื้อจำนวน 10,000 บาทแก่โจทก์
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อ ไม่ใช้เงินค่าเช่าบ้านพิพาทซึ่งปลูกอยู่ในจังหวัดพระนคร ชอบที่จะเสนอคำฟ้องต่อศาลแพ่ง
ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

