ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 39, 43, 67, 69, 78,144, 152, 157, 160 วรรคสอง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคแรก, 160 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 3 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ด้วย จำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้ว รวม จำคุก 1 ปี 3 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าการที่รถยนต์ชนกันเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลย ส่วนปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานไม่หยุดรถช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงหรือไม่นั้น ในข้อหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก คงมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสอง หรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่า ภายหลังจากเกิดเหตุรถชนกันแล้ว มีผู้นำผู้ตายและโจทก์ร่วมส่งโรงพยาบาลบางมูลนาก ต่อมาในคืนนั้นเองเวลาประมาณ 20.30 นาฬิกา ผู้ตายจึงถึงแก่ความตาย ส่วนจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุประมาณ 2 นาทีแล้วได้หลบหนีไป หลังจากนั้นอีก 6 วัน จึงเข้ามอบตัวต่อสู้คดีดังนั้น การที่จำเลยไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควร ไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที จึงเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัสและผู้ตายถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 160 วรรคสอง แต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่ได้ประมาท เพียงแต่หลบหนีไป ไม่ปรากฏว่าเคยรับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โดยให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่งและรอการลงโทษจำคุกไว้
พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคแรก, 160 วรรคสอง ให้ปรับจำเลย 5,000 บาทอีกสถานหนึ่ง เป็นจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกฟ้องข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

