ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 268, 341

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก, (ที่ถูก มาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 264 วรรคแรก) 341 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ระหว่างฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันได้แล้ว โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองอีกต่อไป ขอถอนคำฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่ค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดเกี่ยวกับเอกสารและฉ้อโกง เมื่อความผิดฐานฉ้อโกงเป็นความผิดต่อส่วนตัวและโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องก่อนคดีถึงที่สุด จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ส่วนความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมนั้น เป็นความผิดต่อแผ่นดินจึงไม่ระงับไปเพราะเหตุถอนฟ้อง และเนื่องจากศาลยังมิได้กำหนดโทษในข้อหาดังกล่าว จึงเห็นควรพิจารณาโทษเฉพาะข้อหาความผิดดังกล่าวอีกครั้งในคำพิพากษา ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่จำเลยทั้งสองเป็นผู้ร่วมกันปลอมเอกสารนั้นเอง ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก แต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองตกลงที่จะผ่อนชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์จนเป็นที่พอใจแล้ว และโจทก์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองอีกต่อไป พฤติการณ์จึงไม่ร้ายแรง ประกอบกับจำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยทั้งสองฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ศาลฎีกากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก 341 ประกอบมาตรา 83 โดยให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ระหว่างฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ถอนฟ้องเฉพาะความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและให้จำหน่ายคดีในความผิดฐานดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ต่อมาศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำเลยทั้งสองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ดังนี้ หากจำเลยทั้งสองไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยเห็นว่าศาลชั้นต้นต้องยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา จำเลยทั้งสองชอบที่ใช้สิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 แต่จำเลยทั้งสองไม่อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น กลับฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นฎีกาที่ไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.574/2555

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th