ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 297 (ที่ถูกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297) จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามที่โจทก์ฟ้อง ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ทำร้ายผู้เสียหายหรือไม่โจทก์มีผู้เสียหายกับนางบังอร คำออน บุตรของผู้เสียหายเป็นพยานยืนยันว่า จำเลย เป็นผู้ทำร้ายผู้เสียหาย เหตุที่จำเลยทำร้ายผู้เสียหายนั้น เพราะผู้เสียหายจะไปเอากระเทียมจากสามีของจำเลยเพื่อใช้เพื่อแทนเงินที่สามีของจำเลยยืมไปจากผู้เสียหายและยังไม่ใช้คืน เป็นเงิน 1,200 บาท โดยผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยคว้าไม้ตีผู้เสียหายทันทีเมื่อผู้เสียหายบอกว่าจะมาเอากระเทียมศาลฎีกาเห็นว่าการจะทำร้ายกันเช่นนั้นน่าจะต้องมีการทะเลาะวิวาทกันก่อน คำเบิกความของผู้เสียหายขัดต่อเหตุผลเช่นนี้จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือรับฟังไม่ได้ ส่วนนางบังอรบุตรผู้เสียหายนั้นปรากฏว่าขณะเกิดเหตุอยู่ที่เหตุอยู่ที่บ้านผู้เสียหายห่างออกไปประมาณ40 เมตร มีรั้วกั้น เหนือรั้วมีต้นไม้ตามภาพถ่ายหมาย ล.1ไม่น่าจะเห็นเหตุการณ์ดังได้เบิกความต่อศาล นางบังอรเป็นบุตรของผู้เสียหายย่อมเบิกความเข้าข้างกันหามีน้ำหนักไม่ นอกจากนี้คำเบิกความของผู้เสียหายกับนางบังอรยังมีข้อแตกต่างกันในส่วนสำคัญคือผู้เสียหายว่าถูกตีที่หลัง แต่นางบังอรว่าเห็นผู้เสียหายถูกตีที่เอว ฝ่ายจำเลยมีพยานหลายปากเป็นพยานว่าจำเลยไม่ได้ตีผู้เสียหาย ผู้เสียหายล้มลงกระแทกพื้นเอง ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของนายแพทย์สมจิตร์ พงษ์ชัยสิทธิ์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจบาดแผลผู้เสียหายในวันเกิดเหตุว่า บริเวณที่กระดูกสันหลังหักสามารถบอกได้ว่าไม่ใช่บริเวณที่ถูกตีการที่กระดูกสันหลังหักเข้าใจว่าเกิดจากการล้มก้นกระแทกพื้นทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังได้รับการกระแทก ในวันดังกล่าวพยานได้ตรวจศีรษะผู้เสียหายซึ่งผู้เสียหายบอกว่าถูกตีด้วย แต่ไม่ปรากฏร่องรอยการถูกตีอย่างชัดเจน เห็นว่าถ้าผู้เสียหายถูกตีถึงขนาดทำให้กระดูกสันหลังหักดังที่โจทก์นำสืบจริงก็จะต้องมีรอยฟกช้ำเห็นได้โดยชัดเจน เมื่อไม่ปรากฏร่องรอยดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นดังโจทก์นำสืบพยานหลักฐานในสำนวนดังได้วินิจฉัยมาศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เสียหายมิได้รับบาดเจ็บจากการถูกจำเลยทำร้ายร่างกาย ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th